เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร? ไขข้อสงสัยที่คุณต้องรู้!!

เลนส์โปรเกรสซีฟ คือ

บทความนี้ ORRA พาคุณมารู้จักกับเลนส์โปรเกรสซีฟว่าคืออะไร ช่วยให้มองชัดทุกระยะจริงไหม? ไขทุกข้อสงสัยที่คุณต้องรู้ ไม่ว่าจะเป็นข้อดี-ข้อเสีย หรือการเลือกเลนส์ progressive ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร??

เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive lens) คือเลนส์ที่สามารถมองได้ทุกกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ โดยที่คุณไม่ต้องถอดแว่นเข้า-ออก หรือต้องมีแว่นหลายอัน

เหมาะกับท่านที่อายุมากกว่า 38 ปีขึ้นไป เนื่องจากผู้ที่มีอายุ 38 ปีขึ้นไป มักจะมีปัญหาเรื่อง สายตายาวตามวัย (Presbyopia)

เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร

สายตายาวตามวัย

คือภาวะที่กล้ามเนื้อตามัดเล็กที่อยู่รอบเลนส์ตาของเรา (Ciliary muscles) มีการเสื่อมสภาพลงตามอายุ ประกอบกับเลนส์ตามีความแข็งขึ้น ทำให้การเพิ่มกำลังของเลนส์เพื่อมองใกล้เป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น

ทำให้ต้องหาตัวช่วยมาเพื่อมองใกล้ได้ดีโดยไม่ต้องเพ่ง หรือปวดหัวเมื่อต้องมองนานๆ แต่….

ก่อนที่ท่านจะเลือกวิธี ท่านต้องทราบก่อนว่าตอนนี้สายตาของท่านมีความผิดปกติอย่างไรบ้าง โดยเราจะแบ่งตามปัญหาที่พบออกเป็น 4 แบบคือ….

  1. “มองไกลชัด แต่มองใกล้ไม่ชัด” : ปัญหานี้จะพบในท่านที่สายตาปกติ ไม่มีสายตาสั้นหรือเอียงมาก่อน แต่พออายุเข้าสู่ 40 จึงเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัย
  2. “มองไกลไม่ชัด มองใกล้ชัดแต่ต้องถอดแว่นออก” : ปัญหานี้จะพบในท่านที่มีสายตาสั้นมาก่อน และพออายุเข้าสู่ 40 ก็มีปัญหาสายตายาวตามวัยเพิ่มเข้าไปด้วย
  3. “มองไกลก็ไม่ชัด มองใกล้ก็ไม่ชัด” : ปัญหานี้จะพบในท่านที่มีสายตายาวมาก่อนและมีอาการมองไกลไม่ชัด และพออายุเข้าสู่ 40 ก็มีปัญหาสายตายาวตามวัยเพิ่มเข้าไปอีก ทำให้มองไม่ชัดทั้งไกลและใกล้
  4. “มองไกลและใกล้เป็นภาพซ้อน” : ปัญหานี้จะพบในท่านที่มีสายตาเอียง ส่งผลให้มองไกลและใกล้เป็นภาพซ้อน ลักษณะเหมือนมีเงาที่ตัวอักษร หรือมองเห็นเลข 6,8,9 เหมือนตัวเดียวกัน
เลนส์ progressive

เลนส์โปรเกรสซีฟจะมี 4 โซนหลักๆ ได้แก่

  • โซนมองไกล (Distance Zone) : ขับรถ
  • โซนมองกลาง (Intermediate Zone) : ใช้คอมพิวเตอร์
  • โซนมองใกล้ (Reading Zone) : อ่านหนังสือ, ใช้โทรศัพท์
  • โซนด้านข้าง (Peripheral distortion Zone) : ภาพบิดเบือนด้านข้าง

เมื่อไหร่ต้องใช้

แว่นโปรเกรสซีฟ??

ตอนนี้คุณคงจะมีคำถามว่า แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องใช้แว่นโปรเกรสซีฟ อะไรคือสัญญาณเตือน ORRA ขอแนะนำอย่างนี้นะคะ หากท่านมีอาการเหล่านี้อย่างน้อย 3 อย่าง ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ

  • เมื่อเริ่มมองใกล้ไม่ชัด บางรายเห็นภาพซ้อน ต้องยืดแขนออกไปเพื่อปรับระยะโฟกัสให้ชัด
  • รำคาญที่ต้องคอยถอดแว่นเข้า-ออก เป็นประจำ เพราะมองใกล้ไม่ชัด ต้องถอดแว่นมองถึงชัด
  • เบื่อกับการต้องพกแว่นหลายอัน เช่น แว่นมองไกล 1 อัน มองใกล้ 1 อัน มีโอกาสลืมหรือทำแว่นหายบ่อยๆ
  • ต้องมองลอดแว่นเพื่อจะมองไกล ทำให้เสียบุคลิก
  • แว่นอ่านหนังสือที่มี มองไกลไม่ได้เลย แต่ชีวิตประจำวันต้องการมองทุกระยะ
  • อ่านหนังสือยากขึ้นเมื่อแสงน้อย
  • เริ่มมีอาการปวดกระบอกตา ปวดขมับ หรือปวดหัว

ดูโปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟประจำเดือนที่นี่ค่ะ 

เลนส์โปรเกรสซีฟ

มีกี่แบบ??

เลนส์โปรเกรสซีฟถูกคิดค้นมาตั้งแต่ปี 1930 จนในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายแบบ เพราะได้มีการพัฒนาเทคโนโนโลยีการผลิตเลนส์ตั้งแต่กระบวนการขัดเลนส์ไปจนถึง software ที่ถูกใส่เข้าไปในเลนส์เพื่อประสิทธิภาพในการมองเห็นที่ดีขึ้น

โดยในปัจจุบันจะแบ่งโครงสร้างเป็น 3 แบบคือ…

1. เลนส์โปรเกรสซีฟ แบบโครงสร้างสำเร็จรูป (CONVENTIONAL PROGRESSIVE LENS)

เป็นเลนส์โปรเกรสซีฟที่คำนวนจากโครงสร้างสำเร็จรูปอยู่แล้ว หรือเรียกว่า “แม่พิมพ์”

โดยจะผลิตแบบ conventional คือการขัดเลนส์ด้วยหัวขัดขนาดใหญ่ ทำให้ผลิตได้จำนวนมากและเร็ว ซึ่งความละเอียดก็จะน้อยกว่าการขัดแบบ freeform

    ความแตกต่างของการขัดนี้จะมีผลกับความนุ่มนวลของมุมมองเวลาเราเหลือบมองด้านข้าง หรือเคลื่อนไหวเร็วๆ

2. เลนส์โปรเกรสซีฟ แบบโครงสร้างฟรีฟอร์ม (FREEFORM PROGRESSIVE LENS)

เทคโนโลยีที่นิยมในปัจจุบันและใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Freeform Technology  ที่สามารถออกแบบโครงสร้างเลนส์โปรเกรสซีฟได้หลากหลาย

ทำให้ได้มุมมองที่กว้างขึ้น และรองรับค่าสายตาที่ซับซ้อนได้มากขึ้น

การผลิตแบบ freeform ไม่จำเป็นต้องมี “แม่พิมพ์” เลนส์จะถูกผลิตแบบคู่ต่อคู่ โดยการนำค่าที่สำคัญๆของท่านไปคำนวณ

เช่น ค่าสายตาสั้น ยาว และเอียง ,จุด PD (Pupillary Distance) : ระยะห่างระหว่างรูม่านตาทั้งสองข้าง, จุด PH (Pupillary Height) : ระยะห่างของรูม่านตากับขอบเลนส์ด้านล่าง

เหมาะกับใคร :

  • เหมาะสำหรับท่านที่เริ่มต้นใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ
  • สายตายาวไม่เกิน 1.75D
  • สายตาเอียงไม่เกิน -1.25D
แว่นโปรเกรสซีฟ

3. เลนส์โปรเกรสซีฟ แบบโครงสร้างเฉพาะบุคคล (INDIVIDUAL FREEFORM PROGRESSIVE)

เป็นเทคโนโลยีที่สูงที่สุดในปัจจุบัน ที่นำเอาขนาดของรูม่านตาในแต่ละตำแหน่งการใช้งานเข้ามาคำนวนร่วมกับค่าสายตา

ทำให้ได้เลนส์ที่มีคมชัดสูงขึ้นเพิ่ม พร้อมทั้งยังเพิ่มรายละเอียดในเรื่องของพฤิตกรรมของผู้สวมใส่ เพื่อผลิตเลนส์ออกมาให้เหมาะสมกับการใช้งาน และให้ผู้สวมใส่รู้สึกถึงความสบายตาอย่างเป็นธรรมชาติสูงสุด

เลนส์โปรเกรสซีฟโครงสร้างเฉพาะบุคคลต้องใช้เครื่องมือและผู้ตรวจที่มีความแม่นยำในเรื่องของการวัดพารามิเตอร์และการจ่ายเลนส์ให้เหมาะสมกับผู้ใส่ เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้เลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

เหมาะกับใคร :

  • เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการใช้เลนส์โปรเกรสซีฟแบบมุมมองกว้างและธรรมชาติสูงสุด
  • ออกแบบเลนส์ได้ตาม lifestyle และอาชีพ
  • สั่งทำได้ทุกค่าสายตา
  • สั่งทำได้ทุกกรอบแว่นและทุกค่าพารามิเตอร์ตามขีดจำกัดของเลนส์

การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ

ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

เลนส์โปรเกรสซีฟ มีหลายแบรนด์ หลายรุ่นและมีความซับซ้อนในการเลือกเลนส์ให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละบุคคล โดยต้องดูปัจจัยดังนี้

  1. ความต้องการในการใช้งาน : คุณต้องการใช้เลนส์สำหรับกิจกรรมใด เช่นต้องการขับรถ หรือต้องการใช้เล่นกีฬา หรือชอบอ่านหนังสือมากๆ คุณยิ่งระบุชัดเจน เลนส์ของคุณจะยิ่งตอบโจทย์การใช้งานของคุณอย่างแท้จริง
  2. งบประมาณ : คุณสามารถแจ้งช่วงงบประมาณที่คุณต้องการ เพื่อเลนส์ที่ดีและราคาที่เหมาะสม ไม่รบกวนกระเป๋าคุณจนเกินไป
  3. อาชีพของคุณ : อาชีพเฉพาะบางอย่างเช่นหมอฟัน อาจไม่เหมาะกับเลนส์เปลี่ยนสี หรือเลนส์ป้องกันแสงสีฟ้า เพราะอาจทำให้สีเพี้ยนได้ หากแจ้งได้ แนะนำให้บอกอาชีพของคุณไปเลยค่ะ เพราะบางกรณีคุณอาจต้อเลือกเป็นเลนส์เฉพาะทางแทน
  4. การทดลองใช้: แนะนำให้ทดลองใช้เลนส์โปรเกรสซีฟก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อทดสอบความสบายตาและประสิทธิภาพของเลนส์

ข้อดี-ข้อเสีย

ของเลนส์โปรเกรสซีฟ

สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ก็คือ ข้อดีและข้อเสียของเลนส์ชนิดนี้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ใส่ได้ สิ่งสำคัญคุณหาร้านที่มีเลนส์โปรเกรสซีฟจริงๆให้คุณได้ลองก่อนตัดสินใจซื้อ

ข้อดีของเลนส์โปรเกรสซีฟ :

  • ความคมชัดในทุกช่วงระยะ : เลนส์โปรเกรสซีฟจะมองได้ดีทั้งในระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ ผู้ใช้สามารถเห็นชัดได้ทุกกิจกรรม
  • ความสะดวกสบาย: เลนส์โปรเกรสซีฟไม่ต้องเปลี่ยนแว่นตาสลับไปมา ผู้ใช้ไม่ต้องถอดและสวมแว่นตาบ่อยๆ
  • ประหยัดเวลา : เพราะไม่ต้องคอยหาแว่น หรือพกแว่นหลายๆ อัน ไม่ต้องเสี่ยงกับการทำหาย ไม่ต้องเสียเวลาไปตัดแว่นใหม่บ่อยๆ
  • ปกป้องดวงตา: เลนส์โปรเกรสซีฟมีคุณสมบัติที่ช่วยลดแสงสะท้อน และช่วยลดอันตรายของรังสี UV และแสงสีฟ้าที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตา
  • บุคลิกดี : เพราะไม่ต้องมองลอดแว่น หรือต้องถอดแว่นเข้าๆ ออกๆ จึงทำให้ดูเหมือนคนใส่แว่นสายตาเฉยๆ ไม่ใช่แว่นสายตายาว ทั้งยังช่วยบังริ้วรอยได้อีกด้วย
เลนส์โปรเกรสซีฟ ข้อเสีย

ข้อเสียของเลนส์โปรเกรสซีฟ :

  • ราคาสูง: เลนส์โปรเกรสซีฟมีราคาที่สูงกว่าเลนส์กว่าเลนส์ชนิดอื่น และมีหลากหลายราคา อาจทำให้ตัดสินใจยาก
  • ไม่เหมาะกับกิจกรรมบางชนิด : เช่น มองคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) มากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน
  • ต้องปรับตัวเพื่อใช้งาน: ผู้ใช้อาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และปรับตัวกับการใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟอันใหม่

เลนส์โปรเกรสซีฟมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย สิ่งที่จะทำให้คุณมั่นใจในการใส่เลนส์โปรเกรสซีฟก็คือ

  • การตรวจสายตาและการวัดจุดประกอบที่แม่นยำ
  • ความเชี่ยวชาญในการเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟให้เหมาะสมกับผู้ใช้
  • ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาและจำนวนเคสที่เคยตัด
  • การบริการและการรับประกันหลังการขาย
  • รีวิวจากลูกค้าเก่า

Options เสริม

ในเลนส์ progressive

เลนส์โปรเกรสซีฟ เป็นเลนส์ที่เราสามารถใส่ได้ตลอดทั้งวัน ดังนั้นทางบริษัทผู้ผลิตจึงคิดค้น option เสริมต่างๆ ที่สามารถเพิ่มเข้าไปในเลนส์ได้ดังนี้ค่ะ

  • Multi-coat : มีคุณสมบัติ ตัดแสง,กรองแสง,ป้องกันรอยขีดข่วน,ป้องกันน้ำ/ฝุ่น และป้องกัน UV ที่เป็นอันตรายต่อดวงตา 
  • Blue block : มีคุณสมบัติลดแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตา
  • Auto lens : มีคุณสมบัติเปลี่ยนสีอัตโนมัติเมื่อออกแดด และเปลี่ยนกลับเป็นเลนส์ใสเมื่อเข้าที่ร่ม สำหรับท่านที่ชอบมีแว่นอันเดียวไม่ต้องเปลี่ยนเป็นแว่นกันแดด
  • Drive coating : มีคุณสมบัติลดแสงสะท้อน และเพิ่มความคสมชัดในการขับรถตอนกลางคืน พร้อมทั้งลดแสงฟุ้งกระจาย
  • Tinting : มีคุณสมบัติเป็นแว่นกันแดดเต็มรูปแบบ สามารถย้อมสีตามเฉดสีที่ต้องการ
  • Anti-bacterial coating : มีคุณสมบัติยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียบนพื้นผิวเลนส์ได้ถึง 99.99%
ปรึกษาเรื่องสายตา

บทสรุป : 

เลนส์โปรเกรสซีฟ คือเลนส์ที่ช่วยให้ท่านมองเห็นทุกๆ กิจกรรม เรียกว่าเป็นเลนส์อเนกประสงค์เลยทีเดียว เหมาะกับท่านที่มีอายุมากกว่า 38 ปีขึ้นไปและมีสายตายาวตามวัย

ในการเลือกยี่ห้อและรุ่นนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ค่าสายตา, ค่าพารามิเตอร์ของแว่น, กิจกรรมที่ใช้ และความ sensitive ของแต่ละท่านที่เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล

ในส่วนนี้ต้องทำการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดถึงจะทราบผล

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ ORRA คือ ท่านต้องได้มาลองเลนส์โปรเกรสซีฟจริงๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ 

เพื่อให้ท่านได้รู้เลยว่าเลนส์โปรเกรสซีฟที่ท่านจะใช้งานไปตลอด 3-4 ปีนี้มีมุมมองอย่างไร โครงสร้างของเลนส์ทำให้ท่านมองเห็นเป็นอย่างไร

ORRA เป็นศูนย์เลนส์โปรเกรสซีฟแห่งแรกในไทย ที่ต้องการให้ลูกค้าได้ใส่แว่นโปรเกรสซีฟที่ดีที่สุด

ซึ่งแว่นโปรเกรสซีฟที่ดีนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง คือ หมอสายตาต้องมีประสบการณ์เครื่องมือต้องแม่นยำ และบริการหลังการขายต้องชัดเจนและจริงใจ

เพราะเราเชื่อว่า “การมองเห็นที่ดีนั้น จะนำมาซึ่งชีวิตที่ดีเช่นกัน