เผยแพร่เมื่อ 17 พฤษภาคม 2022 · อัปเดตล่าสุด 11 กันยายน 2026
คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้
- เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี คำตอบขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้สายตาเป็นหลัก เช่น Essilor โดดเด่นเรื่องความนุ่มนวลในการเปลี่ยนระยะโฟกัส ขณะที่ Rodenstock เน้นการคำนวณค่าสายตาเฉพาะบุคคลแบบละเอียดเพื่อลดภาพบิดเบือน
- เทคโนโลยีของแต่ละแบรนด์มีความต่างกันในรายละเอียด เช่น ZEISS ให้ความสำคัญกับความคมชัดสูงในที่แสงน้อย ส่วน HOYA มีชื่อเสียงเรื่องความทนทานของสารเคลือบหน้าเลนส์และการออกแบบที่ปรับตัวได้ง่าย
- การเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมต้องพิจารณาโครงสร้างเลนส์ให้สอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหน้าจอนาน ๆ หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการลานสายตามองไกลที่กว้างเป็นพิเศษ
- การปรึกษานักทัศนมาตรเพื่อทดลองเลนส์จริงช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำ เพราะโครงสร้างของแต่ละยี่ห้อให้ความรู้สึกในการมองเห็นที่ต่างกันไปตามสรีระดวงตาและค่าสายตาของแต่ละคน
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี คำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวเพราะแบรนด์ที่ใช่ต้องเข้ากับพฤติกรรมการใช้สายตาและโครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคล ก่อนจะพิจารณาว่า ตัดแว่นที่ไหนดี การตัดสินใจจ่ายราคาแพงเพื่อเทคโนโลยีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าทำให้กังวลว่าจะเลือกพลาดจนใส่ไม่ได้หรือปรับตัวยากค่ะ
เปรียบเทียบเลนส์โปรเกรสซีฟ 5 แบรนด์ พร้อมราคาเริ่มต้น
คำตอบของคำถามว่าเลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี เริ่มจากการเห็นราคาของทั้ง 5 แบรนด์พร้อมกัน เพราะแต่ละแบรนด์มีราคาเริ่มต้นและช่วงราคาไม่เท่ากัน ขึ้นกับระดับเทคโนโลยีของแต่ละรุ่น ตารางด้านล่างรวบรวมราคาที่ ORRA เผยแพร่ไว้ในหน้าของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้คุณเห็นภาพทั้งหมดในที่เดียวก่อนลงรายละเอียดรายแบรนด์
| แบรนด์ | รุ่นเริ่มต้น (บาท/ข้าง) | รุ่นสูงสุด (บาท/ข้าง) |
|---|---|---|
| Essilor | Varilux Start 6,990 | Varilux XR Series 27,600 |
| Rodenstock | Free Pro 6,990 | Impression® B.I.G. NORM™ สอบถามที่สาขา |
| ZEISS | ZEISS Light D 6,990 | ZEISS Progressive INDIVIDUAL 35,990 |
| Nikon | Nikon Presio First 8,700 | Nikon SeeMax Ultimate 36,000 |
| HOYA | Dynamic Summit 9,900 | iD Myself 58,500 |
ราคาทุกช่องในตารางนี้เป็นราคาเริ่มต้นของรุ่นนั้นที่ดัชนีหักเหแสง 1.50 คือระดับความหนาปกติ เลือกเลนส์ย่อบางหรือเปลี่ยนชนิดการเคลือบแล้วราคาจะสูงขึ้นจากนี้ เช่น iD Myself ของ HOYA ที่ดัชนี 1.74 อยู่ที่ 85,500 บาทต่อข้าง
สามแบรนด์ที่เริ่มต้นเท่ากันที่ 6,990 บาทต่อข้าง คือ Essilor Rodenstock และ ZEISS ผู้ที่กำลังเปรียบเทียบด้วยงบประมาณเป็นหลักเลือกได้ทั้งสามแบรนด์ในราคาเท่ากัน ส่วนความต่างอยู่ที่เทคโนโลยีของรุ่นนั้นและความเหมาะสมกับค่าสายตาของแต่ละคน
ช่วงราคาที่กว้างที่สุดคือ HOYA เพราะมีรุ่นให้เลือก 7 ระดับ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นออกแบบเฉพาะบุคคล ขณะที่แบรนด์อื่นมี 5 ถึง 6 ระดับ
ดูช่วงราคาแต่ละแบรนด์ : ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟทุกแบรนด์ที่ ORRA
ตารางระดับราคาแยกตามแบรนด์
Essilor
| ระดับ | รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท/ข้าง) |
|---|---|---|
| เริ่มต้น | Essentials Everyday Plus | สอบถามที่สาขา |
| เริ่มต้น | Essentials Active Plus | สอบถามที่สาขา |
| เริ่มต้นของตระกูล Varilux | Varilux Start | 6,990 |
| กลาง | Varilux Liberty 3.0 | 9,600 |
| กลางถึงสูง | Varilux Comfort Max | 12,480 |
| สูง | Varilux Physio Extense | 16,560 |
| สูงสุดของแบรนด์ | Varilux XR Series | 27,600 |
Nikon
| ระดับ | รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท/ข้าง) |
|---|---|---|
| เริ่มต้น | Nikon Presio First | 8,700 |
| เริ่มต้น | Nikon Presio Advance | 11,700 |
| กลาง | Nikon DigiLife | 17,700 |
| กลาง | Nikon Presio Power | 17,700 |
| พรีเมียม | Nikon Presio Master | 28,700 |
| พรีเมียม | Nikon SeeMax Ultimate | 36,000 |
ZEISS
| ระดับ | รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท/ข้าง) |
|---|---|---|
| Basic | ZEISS Light D | 6,990 |
| Good | ZEISS Light 3D | 8,990 |
| Better | ZEISS Progressive Precision Pure | 11,990 |
| Best | ZEISS Progressive Precision Plus | 14,990 |
| Perfect | ZEISS Progressive Precision Superb | 26,990 |
| Exclusive | ZEISS Progressive INDIVIDUAL | 35,990 |
HOYA ราคาแจกแจงตามค่าดัชนีเลนส์และชนิดการเคลือบ ตารางด้านล่างแสดงราคาเริ่มต้นของแต่ละรุ่นที่ดัชนีหักเหแสง 1.50 ซึ่งเป็นความหนาปกติ ชนิดการเคลือบที่ใช้ตั้งราคาเริ่มต้นไม่เหมือนกันทุกรุ่น รุ่น Dynamic Summit ใช้การเคลือบ HVP ส่วนรุ่น Dynamic Premium กับ iD Lifestyle 3 ใช้ Meiryo Clear
| ระดับ | รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท/ข้าง) |
|---|---|---|
| เริ่มต้น | Dynamic Summit | 9,900 |
| กลาง | Dynamic Premium | 15,300 |
| กลางถึงสูง | iD Lifestyle Balansis | 18,900 |
| สูง | iD Lifestyle 3 | 25,500 |
| สูง | iD Lifestyle 4 | 33,000 |
| สูงสุด | iD Myself Profile | 42,000 |
| สูงสุด | iD Myself | 58,500 |
Rodenstock แบ่งเป็น 5 ซีรีส์ โดยรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะบุคคลระดับสูงจะคำนวณโครงสร้างเลนส์จากค่าที่วัดได้จากดวงตาของแต่ละคน ราคาขึ้นกับผลการตรวจวัดจริง
| ระดับ | รุ่น | ราคาเริ่มต้น (บาท/ข้าง) |
|---|---|---|
| เริ่มต้น | Free Pro | 6,990 |
| มาตรฐาน | Progressiv | สอบถามที่สาขา |
| มาตรฐานที่ใช้เทคโนโลยี B.I.G. | Progressiv B.I.G. NORM™ | 18,000 ลดเหลือ 14,400 |
| พรีเมียม | Multigressiv® B.I.G. NORM™ | สอบถามที่สาขา |
| สูงสุด | Impression® B.I.G. NORM™ | สอบถามที่สาขา |
รุ่น Free Pro เป็นรุ่นเดียวที่เผยแพร่ราคาแยกตามค่าดัชนีเลนส์ คือดัชนี 1.50 อยู่ที่ 6,990 บาทต่อข้าง ดัชนี 1.60 แบบย่อบางอยู่ที่ 8,990 บาทต่อข้าง และดัชนี 1.67 แบบย่อบางพิเศษอยู่ที่ 10,490 บาทต่อข้าง
ส่วนรุ่น Progressiv B.I.G. NORM™ ราคาปกติอยู่ที่ 18,000 บาทต่อข้าง ตอนนี้ ORRA มีส่วนลด 20% เหลือ 14,400 บาทต่อข้าง สำหรับดัชนี 1.50
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดีที่สุด สำหรับคนเริ่มใส่ครั้งแรก
เลนส์โปรเกรสซีฟ ที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นคือรุ่นที่เน้นโครงสร้างแบบนุ่มนวล (Soft Design) เพื่อลดอาการภาพบิดเบือนด้านข้าง ช่วยให้สมองปรับตัวเข้ากับภาพหลายระยะได้เร็วขึ้น แบรนด์ส่วนใหญ่มีรุ่นสำหรับมือใหม่โดยเฉพาะ เช่น Essilor Varilux Liberty หรือ HOYA Balansis ที่ออกแบบมาให้พื้นที่มองเห็นกว้างและลดอาการวูบวาบขณะหันศีรษะ
การเลือกยี่ห้อให้ตรงกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ช่วยให้ใส่สบายตั้งแต่วันแรกได้ผ่านคุณสมบัติเด่นเหล่านี้
- Essilor มีจุดเด่นเรื่องการเปลี่ยนโฟกัสที่ไร้รอยต่อ ช่วยให้การก้มมองพื้นหรือเดินขึ้นลงบันไดรู้สึกเป็นธรรมชาติ
- HOYA มีความโดดเด่นเรื่องความเสถียรของลานสายตา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องสลับมองหน้าจอคอมพิวเตอร์และเอกสารบ่อย
- Nikon หรือ ZEISS เน้นความคมชัดของภาพในระดับสูงและมีการออกแบบเลนส์ให้บางเบาเป็นพิเศษ
ราคาไม่ใช่ตัวกำหนดว่าเลนส์ตัวนั้นจะใส่ได้ดีเสมอไป เพราะเทคโนโลยีระดับสูงของบางแบรนด์อาจมีความซับซ้อนเกินสำหรับสายตาที่เพิ่งเริ่มเปลี่ยนผ่าน การลองใส่เลนส์ทดสอบในร้านแว่นที่มีนักทัศนมาตรจะช่วยให้เห็นภาพจริงว่าเลนส์ยี่ห้อไหนที่ดวงตาเรายอมรับได้ง่ายที่สุดค่ะ
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี เจาะลึกจุดเด่นของแต่ละยี่ห้อ
การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้สายตาและงบประมาณเป็นหลัก เพราะแต่ละแบรนด์พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาการมองเห็นในระยะต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน
ข้อมูลของแบรนด์ชั้นนำที่เรารวบรวมไว้นี้จะช่วยให้เห็นจุดแข็งของแต่ละค่ายง่ายขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกเลนส์ที่ใส่ให้สบายตาที่สุด
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อ Essilor

เทคโนโลยีเด่นของแบรนด์นี้คือการคำนวณโครงสร้างเลนส์แบบละเอียดเพื่อ ลดภาพบิดเบือนด้านข้าง ทำให้คนที่มีค่าสายตาสองข้างต่างกันมากมองเห็นได้สมดุล รุ่นที่คนเลือกใช้มีให้เลือกตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นระดับสูงที่ออกแบบตามพฤติกรรมการใช้สายตาเฉพาะบุคคล
- Varilux Liberty รุ่นเริ่มต้นเน้นความคุ้มค่าและปรับตัวง่าย
- Varilux Comfort เน้นความสบายตาในการใช้ชีวิตประจำวัน
- Varilux X Series รุ่นท็อปที่ช่วยให้มองระยะแขนได้กว้างโดยไม่ต้องขยับศีรษะบ่อย ๆ
ราคาของเลนส์ยี่ห้อนี้ มีช่วงกว้างมากตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหลายหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีสารเคลือบผิวอย่าง Crizal ที่ช่วยลดแสงสะท้อนและป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีค่ะ
เจาะลึกแบรนด์ Essilor : เลนส์โปรเกรสซีฟ Essilor ดีไหม ราคาเท่าไหร่ มีรุ่นอะไรบ้าง ?
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อ HOYA

การเลือก HOYA เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับทำงานเอกสารบ่อย ๆ เพราะเลนส์ตระกูล iD Myself หรือ Balansis มีการคำนวณตำแหน่งภาพให้เป็นธรรมชาติ ช่วยลดความล้าของดวงตาในระหว่างวัน
- ID Design เทคโนโลยีขัดเลนส์สองด้านช่วยเพิ่มความกว้างของภาพ
- LongLife Coating สารเคลือบผิวเลนส์ที่ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่ารุ่นปกติ
- Stable View ระบบลดภาพบิดเบือนด้านข้างเพื่อให้เดินได้มั่นใจ
ความทนทานของผิวเลนส์เป็นจุดแข็งที่ทำให้เลนส์นี้คุ้มค่า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการใช้งานเลนส์คู่เดียวต่อเนื่อง 3-5 ปี เพราะสารเคลือบยังคงความใสและทำความสะอาดง่าย
เจาะลึกแบรนด์ HOYA : เลนส์โปรเกรสซีฟ HOYA ดีไหม ? เจาะลึกจุดเด่นและราคาแต่ละรุ่น
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อ Nikon

แบรนด์นี้ต่อยอดจากอุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพมาประยุกต์ ทำให้เลนส์มีความใสและควบคุมการสะท้อนได้สูง ตัวเลือกเลนส์รุ่นที่น่าสนใจมีหลายระดับตามความต้องการใช้งาน เช่น
- SeeMax Ultimate สำหรับผู้ที่ต้องการปรับแต่งเลนส์แบบเฉพาะตัว 100%
- Presio Power เน้นความสบายตาในการเปลี่ยนระยะมองที่นุ่มนวล
- Presio Advance เหมาะสำหรับผู้เริ่มใส่โปรเกรสซีฟที่กังวลเรื่องการปรับตัว
สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้ต่างจากที่อื่นคือการประมวลผลผ่านระบบ Nikon Optical Design Engine จากประเทศญี่ปุ่น ข้อมูลสายตาจะถูกคำนวณเพื่อให้ได้โครงสร้างที่ละเอียดระดับไมครอน ส่งผลให้พื้นที่การมองเห็นกว้างขึ้นและลดอาการวูบวาบขณะหันศีรษะได้ดี
ดูช่วงราคาเลนส์ Nikon : เลนส์แว่นตา Nikon มีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่ และเหมาะกับใคร
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อ Rodenstock

การทำงานของเลนส์ยึดตามระบบ B.I.G. Vision ที่ใช้ข้อมูลความยาวลูกตาและขนาดรูม่านตามาออกแบบจุดโฟกัส ช่วยให้ภาพที่มองเห็นมีความละเอียดสูงและลดปัญหาภาพบิดเบือนเวลาเหลือบสายตา
- DNEye Scanner ระบบสแกนดวงตากว่า 7,000 จุด เพื่อสร้างเลนส์ที่คมชัดเฉพาะบุคคล
- Multigressiv MyLife เลนส์ที่เน้นการปรับแต่งให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และความชอบส่วนตัว
- Impression FreeSign เลนส์รุ่นท็อปที่ให้มุมมองกว้างเป็นพิเศษและลดการส่ายของภาพ
ผู้ที่ต้องขับรถตอนกลางคืนหรือทำงานในที่แสงน้อย จะเห็นความแตกต่างของคอนทราสต์ได้ทันที ตัวเลนส์ช่วยให้การกวาดสายตาเปลี่ยนระยะมองทำได้ลื่นไหลและใช้เวลาปรับตัวน้อยมากค่ะ
ดูช่วงราคาเลนส์ Rodenstock : เลนส์ Rodenstock มีจุดเด่นอะไร มีรุ่นไหนบ้าง และราคาเท่าไหร่
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อ ZEISS

สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่างและใช้งานได้ง่ายประกอบด้วย
- เทคโนโลยีการผลิตแบบ Freeform ที่มีความละเอียดสูงระดับไมครอน
- การออกแบบโครงสร้างที่รองรับการมองผ่านจอดิจิทัล ซึ่งจำเป็นมากในปัจจุบัน
- ผิวเคลือบเลนส์ที่มีประสิทธิภาพในการลดแสงสะท้อนและป้องกันรอยขีดข่วน
ประสบการณ์จากลูกค้าส่วนใหญ่พบว่าช่วยให้ปรับตัวได้เร็วในเวลาแค่ 1-3 วัน เท่านั้น การกะระยะขณะเดินหรือขึ้นลงบันไดมีความแม่นยำสูงเนื่องจากมุมมองที่กว้าง การเปลี่ยนโฟกัสระหว่างมองใกล้และไกลจึงทำได้นุ่มนวลและไม่ทำให้ล้าสายตาค่ะ
เปรียบเทียบสองแบรนด์ : เปรียบเทียบเลนส์ ZEISS กับ Essilor เลือกแบรนด์ไหนดี ?
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบรายคู่แบรนด์ที่คนถามบ่อย
คำถามที่คนค้นหามากที่สุดไม่ใช่การดูทั้ง 5 แบรนด์พร้อมกัน แต่เป็นการเปรียบเทียบทีละคู่ ส่วนนี้ตอบคู่ที่ถูกถามบ่อยที่สุด
Essilor กับ HOYA ต่างกันอย่างไร
สองแบรนด์นี้เป็นคู่ที่ถูกเปรียบเทียบมากที่สุด ทั้งคู่มีรุ่นครอบคลุมตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับออกแบบเฉพาะบุคคล
จุดต่างที่ชัดที่สุดอยู่ที่วิธีคิดราคา Essilor ประกาศราคาเป็นรายรุ่น ผู้ซื้อเปรียบเทียบได้ทันทีว่ารุ่นไหนราคาเท่าไร ส่วน HOYA แจกแจงราคาตามค่าดัชนีเลนส์และชนิดการเคลือบ ทำให้คนที่มีค่าสายตาสูงและต้องใช้เลนส์ย่อบางเห็นราคาที่ตรงกับของตัวเองมากกว่า
ด้านราคาเริ่มต้น Essilor เริ่มที่ 6,990 บาทต่อข้างในรุ่น Varilux Start ส่วน HOYA เริ่มที่ 9,900 บาทต่อข้างในรุ่น Dynamic Summit แต่เมื่อขึ้นไปถึงรุ่นสูงสุด HOYA มีระดับที่สูงกว่า คือ iD Myself ที่ 58,500 บาทต่อข้างขึ้นไป ขณะที่ Varilux XR Series อยู่ที่ 27,600 บาทต่อข้าง
Nikon กับ Essilor ต่างกันอย่างไร
Nikon โดดเด่นเรื่องการออกแบบเลนส์ให้บางและเบา เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นหรือยาวค่อนข้างมาก ซึ่งเลนส์หนากว่าปกติเป็นทุนเดิม ส่วน Essilor เน้นความสมดุลของการมองเห็นขณะเคลื่อนไหว เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ
ราคาเริ่มต้นของ Nikon อยู่ที่ 8,700 บาทต่อข้าง สูงกว่า Essilor ที่ 6,990 บาทต่อข้าง แต่รุ่นสูงสุดของทั้งคู่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือ SeeMax Ultimate 36,000 บาทต่อข้าง กับ Varilux XR Series 27,600 บาทต่อข้าง
Essilor กับ Rodenstock ต่างกันอย่างไร
คู่นี้เริ่มต้นที่ราคาเท่ากัน คือ 6,990 บาทต่อข้าง ในรุ่น Varilux Start ของ Essilor และรุ่น Free Pro ของ Rodenstock ความต่างอยู่ที่วิธีออกแบบโครงสร้างเลนส์มากกว่าราคาเริ่มต้น
Essilor ประกาศราคาไว้ครบทุกรุ่นตั้งแต่ 6,990 ถึง 27,600 บาทต่อข้าง ผู้ซื้อรู้ราคาล่วงหน้าได้ทั้งไลน์ ส่วน Rodenstock นำค่าที่วัดจากดวงตาของแต่ละคนมาคำนวณโครงสร้างเลนส์ในรุ่นระดับสูง ราคาของรุ่นเหล่านั้นต้องสอบถามที่สาขา
ถ้าคุณอยากรู้ราคาทั้งไลน์ก่อนตัดสินใจ Essilor ตอบได้ตรงกว่า แต่ถ้าคุณมีค่าสายตาสองข้างต่างกันมากหรือมีค่าสายตาเอียงสูง โครงสร้างเฉพาะบุคคลของ Rodenstock ออกแบบมาเพื่อกรณีแบบนี้
HOYA กับ Rodenstock ต่างกันอย่างไร
คู่นี้ต่างกันตั้งแต่วิธีตั้งราคา HOYA แจกแจงราคาตามค่าดัชนีเลนส์คู่กับชนิดการเคลือบ ทำให้เห็นราคาของทุกทางเลือกก่อนตัดสินใจ ส่วน Rodenstock ประกาศราคาไว้เฉพาะสองระดับล่าง คือ Free Pro ที่ 6,990 บาทต่อข้าง และ Progressiv B.I.G. NORM™ ที่ 14,400 บาทต่อข้าง
ราคาเริ่มต้นของ Rodenstock ต่ำกว่า HOYA อยู่ 2,910 บาทต่อข้าง แต่เมื่อขึ้นไปถึงรุ่นบน HOYA บอกราคาได้ทุกรุ่นถึง 58,500 บาทต่อข้าง ขณะที่รุ่นบนของ Rodenstock ต้องตรวจวัดสายตาก่อนถึงจะได้ราคา
เลือก HOYA เมื่อคุณต้องการวางแผนงบประมาณล่วงหน้าให้ครบทุกทางเลือก และเลือก Rodenstock เมื่อคุณให้น้ำหนักกับโครงสร้างเลนส์ที่คำนวณจากดวงตาของตัวเองมากกว่าการรู้ราคาก่อน
ZEISS กับ HOYA ต่างกันอย่างไร
ZEISS แบ่งระดับสินค้าเป็น 6 ขั้น ตั้งแต่ Basic ถึง Exclusive ทำให้เลือกตามงบประมาณได้ตรงไปตรงมา ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6,990 บาทต่อข้าง ต่ำกว่า HOYA ที่เริ่ม 9,900 บาทต่อข้าง
จุดต่างสำคัญคือ HOYA แยกราคาตามค่าดัชนีเลนส์ ผู้ที่มีค่าสายตาสูงเห็นราคาจริงของตัวเองตั้งแต่ก่อนตัดสินใจ ส่วน ZEISS ประกาศเป็นราคาเริ่มต้นของแต่ละรุ่น ต้องสอบถามเพิ่มเติมเมื่อต้องใช้เลนส์ย่อบาง
ZEISS กับ Rodenstock ต่างกันอย่างไร
ทั้งคู่เป็นแบรนด์เยอรมันและเริ่มต้นที่ราคาเท่ากัน คือ 6,990 บาทต่อข้าง ความต่างอยู่ที่วิธีให้ผู้ซื้อเลือกรุ่น
ZEISS วางรุ่นเป็นบันได 6 ขั้น ตั้งแต่ Basic ถึง Exclusive และประกาศราคาไว้ทุกขั้นจนถึง 35,990 บาทต่อข้าง คุณเปรียบเทียบงบประมาณกับระดับที่ต้องการได้ทันที ส่วน Rodenstock แบ่งเป็น 5 ซีรีส์ และประกาศราคาเฉพาะสองระดับล่าง เพราะรุ่นบนใช้ค่าที่วัดจากดวงตาของแต่ละคนมาคำนวณโครงสร้าง
ถ้าคุณอยากเลือกจากงบประมาณเป็นหลัก ZEISS ให้ภาพที่ครบกว่า แต่ถ้าค่าสายตาของคุณซับซ้อนจนต้องการโครงสร้างเฉพาะบุคคล Rodenstock ออกแบบมาทางนั้น
Rodenstock ต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร
Rodenstock เป็นแบรนด์เดียวในห้าแบรนด์ที่มีทั้งรุ่นประกาศราคาและรุ่นที่ต้องสอบถาม เพราะเทคโนโลยี B.I.G. Vision® นำค่าที่วัดได้จากดวงตาของคุณมาคำนวณโครงสร้างเลนส์ ราคาจึงขึ้นกับผลการตรวจวัดจริง
ส่วนสองระดับล่างประกาศราคาไว้ คือรุ่น Free Pro ที่ดัชนี 1.50 เริ่มต้นที่ 6,990 บาทต่อข้าง เท่ากับ Essilor และ ZEISS และรุ่น Progressiv B.I.G. NORM™ ที่ 14,400 บาทต่อข้าง ถ้าคุณอยากลองเทคโนโลยี B.I.G. โดยไม่ต้องขึ้นไปถึงรุ่นพรีเมียม รุ่นนี้คือจุดเริ่มต้นที่รู้ราคาล่วงหน้าได้
ความต่างระหว่าง เลนส์รุ่นทั่วไป กับ เลนส์รุ่นพรีเมียม

สำหรับเลนส์รุ่นพรีเมียมจะเน้นการผลิตด้วยระบบดิจิทัลความละเอียดสูงเพื่อขยายพื้นที่การมองเห็นให้กว้างขึ้น และลดภาพบิดเบือนให้น้อยที่สุด การเลือกซื้อจึงไม่ได้พิจารณาแค่ว่า เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี แต่ควรดูที่ระดับเทคโนโลยีที่นำมาใช้คำนวณโครงสร้างเลนส์ให้เข้ากับสรีระดวงตาของเรา
| จุดเปรียบเทียบ | เลนส์รุ่นทั่วไป | เลนส์รุ่นพรีเมียม |
|---|---|---|
| พื้นที่มองชัด | มีจำกัดเฉพาะจุดกลาง | กว้างครอบคลุมทั่วเลนส์ |
| ความสบายตา | อาจส่ายตาได้ยากกว่า | เปลี่ยนระยะมองได้นุ่มนวล |
| การปรับตัว | ใช้เวลา 7-14 วัน | ปรับตัวได้ใน 1-3 วัน |
เทคโนโลยีในรุ่นพรีเมียมจะนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้ชีวิตและค่าทางกายภาพต่าง ๆ มาใช้กำหนดจุดโฟกัสให้แม่นยำขึ้น ช่วยให้กล้ามเนื้อตาไม่ต้องทำงานหนักเกินไปเมื่อต้องเปลี่ยนระยะมองกะทันหันค่ะ
ทำความเข้าใจประเภทเลนส์ : เลนส์โปรเกรสซีฟมีกี่แบบ และควรเลือกประเภทไหน
วิธีเลือกยี่ห้อเลนส์โปรเกรสซีฟ ให้เข้ากับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน

สำหรับสายออฟฟิศที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับการดูมือถือ แบรนด์ Essilor หรือ HOYA มักมีโครงสร้างเลนส์ที่เน้นระยะกลางและระยะใกล้ได้สมดุล การกวาดสายตาเปลี่ยนโฟกัสระหว่างหน้าจอกับเอกสารจะทำได้แม่นยำ ช่วยลดอาการปวดล้าจากการเพ่งสายตาต่อเนื่องหลายชั่วโมงค่ะ
- เน้นความคมชัดระดับพรีเมียมและปรับตัวเร็ว เลือก ZEISS
- เน้นความทนทานของผิวเลนส์และการมองระยะใกล้ที่กว้าง เลือก HOYA
- เน้นความสบายตาขณะเคลื่อนไหวและมุมมองกว้างพิเศษ เลือก Rodenstock
การตัดสินใจเลือกยี่ห้อควรพิจารณาจากขนาดกรอบแว่นที่ชอบด้วย เลนส์บางรุ่นออกแบบมาเพื่อกรอบแว่นขนาดเล็กโดยเฉพาะ ขณะที่บางเทคโนโลยีต้องการพื้นที่เลนส์มากพอเพื่อให้การไล่ระดับความคมชัดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ การเลือกเทคโนโลยีให้ตรงกับพฤติกรรมจริงจะช่วยให้ใช้งานได้นานโดยไม่ต้องถอดแว่นสลับไปมาบ่อย ๆ
สาเหตุที่หลายคนเปลี่ยนยี่ห้อเลนส์แล้วยังใส่ไม่สบายตา

ขั้นตอนวัดสายตาที่ช่วยยืนยันว่ายี่ห้อไหนเหมาะกับเรา
การลองเลนส์ทดลองโครงสร้างจริง คือวิธีที่ตรงที่สุดในการหาคำตอบว่า เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี สำหรับดวงตาของคุณ เพราะแต่ละแบรนด์มีโปรไฟล์การกระจายภาพบิดเบือนไม่เหมือนกัน การได้ลองสวมเดินหรือก้มมองระยะ ต่าง ๆ จะช่วยให้เห็นว่ากล้ามเนื้อตาปรับตัวเข้ากับโครงสร้างของแบรนด์ไหนได้นุ่มนวลกว่า
ขั้นตอนวัดสายตาที่ช่วยคัดกรองยี่ห้อ ควรมีกระบวนการจำลองสถานการณ์จริงดังนี้
- ตรวจวัดค่าสายตาแบบละเอียดทั้งระยะไกลและใกล้เพื่อให้ได้ค่าฐานที่แม่นยำ
- ทดสอบการทำงานร่วมกันของดวงตาสองข้างเพื่อเช็กความสมดุลของภาพ
- สวมเลนส์ทดลองแต่ละแบรนด์เพื่อเปรียบเทียบพื้นที่การมองชัด
- ทดสอบการเคลื่อนไหวเพื่อดูว่าภาพที่เห็นมีความวูบวาบมากน้อยแค่ไหน
หากคุณใส่เลนส์ทดลองของ Rodenstock แล้วรู้สึกว่าพื้นทางเดินนิ่งกว่าแบรนด์อื่น นั่นคือสัญญาณว่าคุณเหมาะกับเทคโนโลยีของแบรนด์นี้ แต่ถ้าชอบความคมชัดที่เน้นความสว่างใสในระยะกลาง ZEISS อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณมากกว่าค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี
ORRA มีเลนส์โปรเกรสซีฟกี่ยี่ห้อ
มี 5 แบรนด์ คือ Essilor HOYA Nikon Rodenstock และ ZEISS ทุกแบรนด์เป็นสินค้าที่นำเข้าอย่างถูกต้องและมีใบรับประกันจากผู้ผลิต
งบไม่เกิน 10,000 บาท เลือกยี่ห้อไหนได้บ้าง
ในงบนี้เลือกได้ 4 แบรนด์ คือ Essilor รุ่น Varilux Start ที่ 6,990 บาทต่อข้าง Rodenstock รุ่น Free Pro ที่ 6,990 บาทต่อข้าง ZEISS รุ่น Light D ที่ 6,990 บาทต่อข้าง และ Nikon รุ่น Presio First ที่ 8,700 บาทต่อข้าง ส่วน HOYA เริ่มต้นที่ 9,900 บาทต่อข้างในรุ่น Dynamic Summit
เริ่มมีสายตายาวตอนอายุ 45 ควรเลือกรุ่นไหน
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มมีสายตายาวตามอายุ ค่า Addition มักยังไม่สูงมาก ปรับตัวกับรุ่นเริ่มต้นได้ไม่ยาก สิ่งที่ควรดูมากกว่ารุ่นคือค่าสายตาเอียงและความต่างของค่าสายตาสองข้างของคุณ เพราะสองอย่างนี้มีผลต่อการปรับตัวมากกว่าอายุ
ยี่ห้อที่แพงกว่าใส่สบายกว่าจริงไหม
รุ่นที่ราคาสูงกว่ามักมีลานสายตาที่กว้างกว่าและมีภาพบิดเบือนด้านข้างน้อยกว่า แต่ความสบายตาที่ได้จริงขึ้นกับความแม่นยำของการตรวจวัดและการประกอบแว่นด้วย เลนส์รุ่นสูงที่วัดตำแหน่งจุดศูนย์กลางตาคลาดเคลื่อน ให้ผลแย่กว่าเลนส์รุ่นกลางที่วัดแม่นยำ
เปลี่ยนจากยี่ห้อเดิมมาเป็นยี่ห้อใหม่ ต้องปรับตัวใหม่ไหม
ต้องปรับตัวใหม่ เพราะแต่ละแบรนด์ออกแบบการไล่ระดับค่าสายตาต่างกัน ตำแหน่งของโซนมองใกล้และความกว้างของลานสายตาจึงไม่เหมือนเดิม ระยะเวลาปรับตัวอยู่ที่ 3 ถึง 7 วัน
เลือกยี่ห้อก่อนหรือตรวจสายตาก่อน
ควรตรวจวัดสายตาก่อน เพราะผลการตรวจเป็นตัวบอกว่าค่าสายตาของคุณเข้ากับโครงสร้างเลนส์แบบไหน การเลือกยี่ห้อไว้ล่วงหน้าแล้วค่อยตรวจ อาจได้รุ่นที่ไม่ตรงกับลักษณะการใช้งานจริง นักทัศนมาตรของ ORRA ตรวจวัดและให้คุณทดลองเลนส์จริงก่อนตัดสินใจได้ทั้ง 4 สาขา
คลินิกแว่นตา ORRA กับมาตรฐานการวิเคราะห์เพื่อเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี
ตัดสินใจเลือก เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์โครงสร้างตาและพฤติกรรมการมองเห็นเฉพาะบุคคลมากกว่าการเลือกตามชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว เราใช้มาตรฐานการตรวจเช็กละเอียด 12 ขั้นตอน โดย นักทัศนมาตร เพื่อหาค่าสายตาที่แท้จริงและจำลองการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ จนมั่นใจว่าเลนส์รุ่นนั้นทำงานร่วมกับดวงตาได้แบบไร้รอยต่อ สำหรับคนที่ยังชั่งใจว่าจะเลือกแว่นโปรเกรสซีฟที่ไหนดี เรารวมเกณฑ์เปรียบเทียบระหว่างศูนย์เลนส์เฉพาะทางกับร้านแว่นทั่วไปไว้ให้แล้ว
| แบรนด์เลนส์ | คุณสมบัติเด่น | กลุ่มผู้ใช้งานที่แนะนำ |
|---|---|---|
| Rodenstock | เทคโนโลยีคำนวณโครงสร้างตาแบบเฉพาะบุคคลสูง | ผู้ที่ต้องการความเสถียรของภาพสูงสุด |
| Essilor | เน้นความสมดุลของการมองเห็นและการเคลื่อนที่ | ผู้ที่เริ่มใช้เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก |
| Nikon | การออกแบบเลนส์ที่มีความบางและเบาพิเศษ | ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นหรือยาวค่อนข้างมาก |
สรุป
คำถามว่า เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี ไม่มีคำตอบเดียวเพราะขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้สายตาเฉพาะบุคคล แบรนด์ชั้นนำอย่าง Essilor และ HOYA โดดเด่นเรื่องการปรับตัวง่ายและความทนทาน ส่วน Rodenstock หรือ ZEISS จะเน้นเทคโนโลยีการคำนวณที่แม่นยำสูงเพื่อลดภาพบิดเบือนด้านข้างให้เหลือน้อยที่สุด
คุณควรพิจารณาลักษณะงานที่ทำเป็นหลัก เช่น การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือการขับรถ เพื่อเลือกโครงสร้างเลนส์ที่รองรับระยะมองเห็นเหล่านั้นได้ดีที่สุด แนะนำให้ปรึกษานักทัศนมาตรเพื่อรับการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดและรับบริการ ทดลองเลนส์โปรเกรสซีฟ ของแต่ละแบรนด์ก่อนตัดสินใจค่ะ
