เผยแพร่เมื่อ 5 กันยายน 2026
คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้
-
เปลี่ยนเลนส์แว่น ควรทำทันทีเมื่อเริ่มมองเห็นพร่ามัว ต้องเพ่งสายตาจนปวดกระบอกตา หรือผิวเลนส์เสื่อมสภาพจนมีรอยขีดข่วน เพื่อป้องกันผลเสียต่อดวงตาในระยะยาว
-
เลือกประเภทเลนส์ให้ตอบโจทย์การใช้งาน เช่น เลนส์ชั้นเดียว เลนส์เฉพาะทางสำหรับคนทำงานออฟฟิศ หรือเลนส์โปรเกรสซีฟที่ช่วยให้มองชัดเจนทุกระยะ
-
การใช้กรอบแว่นเดิมจำเป็นต้องตรวจเช็กความแข็งแรงของเนื้อวัสดุและข้อต่อต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการแตกหักระหว่างขั้นตอนการฝนประกอบเลนส์
-
การตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรช่วยให้ได้ค่าสายตาที่แม่นยำและเข้ากับสรีระใบหน้า ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการปรับตัวให้เหลือประมาณ 3 ถึง 7 วัน
การเปลี่ยนเลนส์แว่นใหม่ทันทีเมื่อเริ่มมีอาการมองเห็นภาพเบลอ เพ่งสายตาบ่อยจนปวดกระบอกตา หรือเห็นรอยขีดข่วนบนผิวเลนส์ชัดเจน ช่วยลดอาการล้าของดวงตาได้อย่างตรงจุด การฝืนใช้เลนส์เสื่อมสภาพทำให้ปวดศีรษะเรื้อรังจากการเพ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน
บทความนี้จาก ORRA รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าถึงเวลาตัดเลนส์ใหม่ พร้อมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเลนส์ชั้นเดียว เลนส์เฉพาะทาง และเลนส์โปรเกรสซีฟ เพื่อช่วยให้เลือกประเภทเลนส์ที่ตอบโจทย์กิจกรรมประจำวันได้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของนักทัศนมาตรค่ะ หากไม่แน่ใจว่าควรเปลี่ยนเลนส์แว่นตอนนี้หรือยัง สามารถนัดคิวตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตร ORRA ได้ฟรีทุกสาขา
สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้อง เปลี่ยนเลนส์แว่นตา ได้แล้ว
การเปลี่ยนเลนส์แว่นเป็นเรื่องที่ควรทำทันทีเมื่อประสิทธิภาพในการมองเห็นเริ่มลดลง เพื่อป้องกันไม่ให้ดวงตาต้องทำงานหนักจนเกิดความล้าสะสม สัญญาณเตือนเหล่านี้มักแสดงออกผ่านพฤติกรรมการมองเห็นที่เปลี่ยนไปในชีวิตประจำวัน และความสมบูรณ์ของตัวเลนส์ที่ลดน้อยลงตามระยะเวลาการใช้งาน
ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของดวงตาและสภาพเลนส์แว่นตาอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เราได้รับการแก้ไขปัญหาการมองเห็นอย่างตรงจุดและไว ก่อนที่ปัญหาสุขภาพตาจะลุกลามจนรบกวนการทำกิจกรรมประจำวันค่ะ
ค่าสายตาเปลี่ยน มองเห็นภาพเบลอ ไม่ชัดเจน
อาการมองเห็นภาพเบลอเมื่อสวมแว่นเดิม เป็นสัญญาณว่าค่าสายตาเปลี่ยนไป เลนส์จึงไม่สามารถหักเหแสงลงจุดรับภาพได้พอดี การฝืนใช้สายตาท่ามกลางภาพที่พร่ามัวจะทำให้เราต้องเผลอเพ่งสายตาเกร็งกล้ามเนื้อตาโดยไม่รู้ตัว
ภาวะกระบอกตาตึงเครียดจากการเพ่งมักแสดงออกผ่านอาการปวดหัวบริเวณขมับหรือหน้าผากหลังจากใช้งานสายตาไปเพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมง การตรวจวัดสายตาใหม่เพื่อเปลี่ยนเลนส์แว่นจึงเป็นขั้นตอนเร่งด่วนเพื่อปรับกำลังการหักเหแสงของเลนส์ให้ตรงกับภาวะสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงในปัจจุบัน ช่วยลดการทำงานหนักของกล้ามเนื้อยึดดวงตาได้อย่างไว
เราสามารถสังเกตความผิดปกตินี้ได้ง่าย ๆ จากพฤติกรรมการหยีตาขณะมองป้ายบอกทางในระยะ 5 เมตร หรือต้องถอยหน้าจอโทรศัพท์ออกห่างจากตัวเพื่อให้อ่านข้อความได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากพบพฤติกรรมเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์ ควรเข้าพบนักทัศนมาตรเพื่อปรับเปลี่ยนกำลังเลนส์ให้เหมาะสมค่ะ
สารเคลือบหน้าเลนส์เสื่อมสภาพจากการใช้งาน
สารเคลือบผิวเลนส์แว่นตาที่ลอก ร้าว หรือเสื่อมสภาพ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แสงเกิดการกระเจิงจนส่งผลให้มองเห็นภาพมัวและเกิดแสงสะท้อนรบกวนดวงตาตลอดเวลา สารเคลือบเหล่านี้มีอายุการใช้งานจำกัด โดยมักเสียหายจากความร้อนสะสมในรถยนต์ การเช็ดถูด้วยเนื้อผ้าที่ไม่เหมาะสม หรือการล้างแว่นด้วยสบู่ที่มีฤทธิ์เป็นกรดรุนแรง การฝืนใช้งานเลนส์ที่โค้ทติ้งลอกจะลดทอนประสิทธิภาพการกรองแสงสะท้อนและรังสีต่าง ๆ ลงอย่างมาก โดยสามารถตรวจเช็คความเสื่อมสภาพของสารเคลือบหน้าเลนส์ได้จากสัญญาณเหล่านี้
-
ผิวเลนส์มีรอยร้าวขนาดเล็กคล้ายใยแมงมุมเมื่อนำไปส่องสะท้อนกับแสงไฟ
-
มีคราบมันเกาะติดแน่นและทำความสะอาดผิวเลนส์ได้ยากกว่าปกติ
-
สีสะท้อนของสารเคลือบตัดแสงสะท้อนสีเขียวหรือสีม่วงบนผิวเลนส์จางหายไป
ถ้าพบความเสียหายเหล่านี้กระจายตัวเกิน 30% ของพื้นที่ผิวเลนส์ การตัดสินใจเปลี่ยนเลนส์แว่นคู่ใหม่จะช่วยคืนความคมชัดในการมองเห็น และช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าและรังสีอัลตราไวโอเลตตามมาตรฐานได้ค่ะ
รูปแบบการใช้สายตาเปลี่ยนไปตามวัย
เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการโฟกัสภาพจะลดลง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเลนส์แว่นให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้สายตาตามช่วงวัย ยิ่งอายุเพิ่มขึ้น เลนส์ตาธรรมชาติจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไป ซึ่งมักพบปัญหาการมองระยะใกล้ติดขัดและต้องการฟังก์ชันการใช้งานเลนส์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยแบ่งลักษณะความต้องการใช้สายตาที่แตกต่างกันตามช่วงอายุได้ดังนี้
-
กลุ่มวัยทำงานอายุ 20 ถึง 38 ปี เน้นการใช้สายตากับหน้าจอระบบดิจิทัลเฉลี่ย 8 ถึง 10 ชั่วโมง ต่อวัน ต้องการโครงสร้างเลนส์ที่ช่วยลดการกระเจิงของแสงและปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า
-
กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 40 ปี ขึ้นไป เผชิญภาวะสายตายาวตามธรรมชาติ ทำให้กล้ามเนื้อตาไม่สามารถปรับโฟกัสในระยะ 40 เซนติเมตร ได้สะดวกเหมือนเดิม การเลือกเลนส์จึงต้องเปลี่ยนมาเป็นชนิดเฉพาะทางหรือเลนส์หลายโฟกัส เพื่อช่วยให้อ่านตัวหนังสือขนาดเล็กบนจอสมาร์ทโฟนได้คมชัดโดยไม่ต้องถอดแว่นเข้าออกบ่อย ๆ
อยากเปลี่ยนเลนส์แว่นกรอบเดิมได้ไหม ? มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
การนำกรอบแว่นเดิมมาเปลี่ยนเลนส์แว่นสามารถทำได้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อกรอบใหม่ การประกอบเลนส์ใหม่ใส่ในกรอบเดิม ช่วยให้เรายังคงใช้งานกรอบแว่นตาที่ปรับดัดเข้ากับรูปหน้าได้พอดีแล้วโดยไม่ต้องเริ่มปรับตัวใหม่ทั้งหมด
การทำเช่นนี้มีข้อจำกัดเรื่องความแข็งแรงของวัสดุที่ผ่านการใช้งานมานาน เพราะกรอบต้องทนต่อแรงกดในขั้นตอนการฝนประกอบเลนส์ นักทัศนมาตรจะประเมินสภาพความเปราะของเนื้อพลาสติกเซลลูลอยด์หรือความแข็งแรงของน็อตยึดข้อต่อสปริงก่อนเริ่มขั้นตอนการตัดเลนส์คู่ใหม่ทดแทนเลนส์เดิมเสมอ เพื่อป้องกันการแตกหักเสียหายระหว่างการทำงานของเครื่องฝนเลนส์อัตโนมัติค่ะ
วิธีประเมินความแข็งแรงของกรอบแว่นตัวโปรดก่อนตัดเลนส์ใหม่
การประเมินความแข็งแรงของกรอบเดิมเพื่อเปลี่ยนเลนส์แว่น สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยการเช็คสภาพเนื้อวัสดุและข้อต่อต่าง ๆ เพื่อดูความพร้อมในการรองรับแรงกดขณะฝนประกอบเลนส์ใหม่ ตรวจสอบจุดเสี่ยงของกรอบแว่นได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองผ่านเกณฑ์ประเมินเหล่านี้
-
ความยืดหยุ่นของกรอบพลาสติกชนิดอะซิเตทหรือ TR90 ต้องไม่มีรอยแตกลายงาหรือชิ้นส่วนสีขาวขุ่นซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าวัสดุเสื่อมสภาพและเสี่ยงหัก
-
ความแน่นของข้อต่อและสกรูยึดขาแว่นต้องไม่มีคราบ สนิมเขียว เกาะฝังลึกจนไม่สามารถขันปรับตั้งศูนย์เลนส์ได้
-
ร่องสำหรับยึดเลนส์รอบกรอบต้องไม่มีรอยบิ่นหรือบิดเบี้ยวจนเสียรูปทรง
การทดสอบอย่างละเอียดด้วยการออกแรงกดบริเวณสะพานแว่นเบา ๆ จะช่วยคัดกรองกรอบแว่นที่ยังคงสภาพยืดหยุ่นดีและพร้อมทนแรงดันในเครื่องเจียรเลนส์ระบบอัตโนมัติได้ค่ะ
ข้อจำกัดของแว่นเปลี่ยนเลนส์ที่ควรรู้ก่อนส่งมอบให้ร้าน
การส่งกรอบแว่นเดิมไปเปลี่ยนเลนส์แว่นมีข้อจำกัดสำคัญทางโครงสร้างวัสดุ ที่ส่งผลต่อความแม่นยำของจุดโฟกัสดวงตา เสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายระหว่างขั้นตอนประกอบเลนส์ กรอบแว่นที่ใช้งานมานานมักสูญเสียความยืดหยุ่นและมีจุดเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ร่องเลนส์ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องรับแรงเค้นสะสมขณะเครื่องเจียรทำการบีบอัดเลนส์แผ่นใหม่เข้ากับขอบร่องเดิม
ข้อจำกัดหลักที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจส่งกรอบแว่นเดิมให้ร้านดำเนินการมีดังนี้
-
ด้านความหนาของวัสดุเลนส์ โดยกรอบแว่นประเภทกรอบเจาะหรือกรอบเซาะร่อง จำเป็นต้องใช้เลนส์เหนียวพิเศษที่มีความหนาขั้นต่ำ 2.0 มิลลิเมตร เพื่อความปลอดภัยในการยึดเกาะ
-
การเสื่อมสภาพของข้อต่อสปริงและน็อตยึดโลหะ ที่อาจแตกหักทันทีเมื่อสัมผัสคลื่นความร้อนในเครื่องอบกรอบแว่นพลาสติกเพื่อขยายตัวรองรับเลนส์ใหม่
-
ด้านการรับประกันความเสียหาย ซึ่งร้านค้าเกือบทั้งหมดจะไม่มีการชดเชยค่ากรอบแว่นอันเดิมของลูกค้า ถ้าวัสดุเกิดการหักชำรุดระหว่างขั้นตอนการฝนประกอบเลนส์
เลือกตัดเลนส์แว่นแบบไหนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ?
การเลือกชนิดเลนส์แว่นสายตาใหม่ให้สอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ช่วยลดอาการล้าของดวงตาและเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นได้อย่างชัดเจน รูปแบบการใช้สายตาของแต่ละคนมีความแตกต่างกันอย่างมาก บางคนต้องทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง ขณะที่บางคนต้องขับรถเดินทางสลับกับการอ่านเอกสารตลอดทั้งวัน การเลือกเลนส์ที่ตรงกับพฤติกรรมจึงแบ่งออกเป็นกลุ่มตามระยะโฟกัสที่ดวงตาต้องการใช้งานจริงในแต่ละวันค่ะ
เลนส์ชั้นเดียว (Single Vision) สำหรับแก้ไขค่าสายตาทั่วไป
เลนส์ชั้นเดียวคือตัวเลือกหลักสำหรับการแก้ไขค่าสายตาเพียงระยะเดียว ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ช่วยโฟกัสแสงให้ตกลงบนจอประสาทตาได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพในระยะที่กำหนดได้อย่างคมชัด การเลือกเปลี่ยนเลนส์แว่นประเภทนี้มักใช้ในการทำแว่นสำหรับอ่านหนังสือหรือแว่นสำหรับมองระยะไกลขณะขับรถยนต์
โครงสร้างของเลนส์จะไม่มีการเปลี่ยนผ่านของกำลังเลนส์ ทำให้ปรับตัวในการใช้งานได้ง่ายและไม่มีอาการภาพบิดเบือนด้านข้าง โดยการเลือกใช้เลนส์โครงสร้างแบนสองด้านจะช่วยลดความหนาของเลนส์ลงได้สูงสุดถึง 30% ช่วยให้ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นตั้งแต่ -4.00 ไดออปเตอร์ ขึ้นไปได้แว่นตาที่น้ำหนักเบาลงอย่างชัดเจน
| ประเภทเลนส์ | เหมาะกับ | ราคาเริ่มต้น (บาท) |
|---|---|---|
| เลนส์ชั้นเดียว (Single Vision) | แก้ค่าสายตาระยะเดียว อ่านหนังสือหรือขับรถ | 1,000 |
| เลนส์เฉพาะทาง (Occupational) | คนทำงานออฟฟิศที่จ้องจอคอมพิวเตอร์นาน | 3,000 |
| เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive) | มองชัดทุกระยะในเลนส์เดียว ไม่ต้องสลับแว่น | 6,990 |
เลนส์เฉพาะทาง (Occupational Lens) ตัวช่วยคนทำงานออฟฟิศ
เลนส์เฉพาะทางสำหรับงานออฟฟิศ หรือ Office Lens เป็นตัวช่วยลดอาการล้าตาสำหรับคนทำงานออฟฟิศ ที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และเอกสารในระยะใกล้เป็นเวลานาน เลนส์ประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อขยายพื้นที่การมองเห็นในระยะกลางและระยะใกล้ให้กว้างขวางกว่าเลนส์สายตาทั่วไป ช่วยให้คุณไม่ต้องเอียงศีรษะหรือยื่นคอเข้าไปใกล้จอภาพเพื่อปรับโฟกัสขณะทำงาน
การเลือกเปลี่ยนเลนส์แว่นชนิดนี้ ช่วยลดปัญหาอาการปวดกระบอกตาและปวดบ่าจากกลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม เลนส์สามารถกำหนดระยะชัดปรับแต่งได้ตามระยะการตั้งโต๊ะทำงานจริง เช่น ระยะ 40 ถึง 100 เซนติเมตร สำหรับทำงานพิมพ์เอกสารและสลับมองหน้าจอคอมพิวเตอร์คู่กันไปค่ะ
เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive) จากคลินิก ORRA เพื่อการมองเห็นราบรื่นทุกระยะ
การเปลี่ยนเลนส์แว่นเป็นเลนส์โปรเกรสซีฟ ช่วยแก้ปัญหาสายตายาวตามวัยทำให้มองเห็นชัดเจนทุกระยะทั้งระยะใกล้ กลาง และไกลโดยไม่ต้องสลับแว่นตาไปมา เลนส์ชนิดนี้ถูกออกแบบให้ไร้รอยต่อบนแผ่นเลนส์ ช่วยให้การเปลี่ยนโฟกัสสายตาจากหน้าจอมือถือสลับไปยังถนนข้างหน้าเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
ที่คลินิก ORRA เราเน้นการตรวจวัดและออกแบบโครงสร้างเลนส์แบบเฉพาะบุคคลโดยนักทัศนมาตรที่คำนวณค่าสายตาอย่างละเอียด การปรับแต่งมุมเทและความโค้งของกรอบแว่นให้เข้ากับสรีระใบหน้าจะช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้างได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้ผู้สวมใส่สามารถปรับตัวเข้ากับแว่นตาใหม่เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นภายใน 7 วันค่ะ
เปลี่ยนเลนส์แว่นราคาเท่าไหร่ ?
การเปลี่ยนเลนส์แว่นตาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการใช้งานของเลนส์แต่ละชนิด ช่วงราคานี้จะแปรผันตามค่าสายตาสั้น เอียง ยาว และเทคโนโลยีการย่อบางสำหรับกรอบแว่นแต่ละประเภท
การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมต้องเลือกตามลักษณะงานที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวันเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด การเปรียบเทียบคุณสมบัติและงบประมาณอย่างละเอียด จะช่วยให้คุณได้รับเลนส์ที่ตอบโจทย์การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือการขับขี่รถยนต์ในช่วงเวลากลางคืนค่ะ
อัปเดตราคาเปลี่ยนเลนส์แว่นตาแต่ละประเภท
การเปลี่ยนเลนส์แว่นมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทเทคโนโลยีของเลนส์ที่เลือกใช้เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสายตาของแต่ละบุคคล
-
เลนส์ชั้นเดียว ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 ถึง 3,000 บาท
-
เลนส์เฉพาะทางสำหรับทำงานออฟฟิศ ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000 ถึง 8,000 บาท
-
เลนส์โปรเกรสซีฟหลายระยะ ราคาเริ่มต้นประมาณ 6,990 ถึง 50,000 บาท
การเลือกเปลี่ยนเลนส์แว่นกลุ่มเลนส์ชั้นเดียวมักใช้เวลาฝนประกอบประมาณ 20 ถึง 30 นาทีสำหรับค่าสายตาปกติที่มีสต็อกพร้อมส่งมอบในร้าน ขณะที่เลนส์สั่งผลิตพิเศษเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มเลนส์หลายระยะที่ต้องอาศัยความละเอียดสูง จะใช้เวลาจัดเตรียมและประกอบเลนส์ประมาณ 7 ถึง 14 วันทำการ
ดูช่วงราคาทุกแบรนด์ : ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟทุกแบรนด์ที่ ORRA
ทำไมการเปลี่ยนเลนส์แว่นตา ราคาถึงแตกต่างกันมีปัจจัยอะไรบ้าง ?
ค่าบริการเปลี่ยนเลนส์แว่นตามีความแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการผลิต โครงสร้างเลนส์ และคุณสมบัติเสริมพิเศษที่เคลือบอยู่บนผิวเลนส์เพื่อปกป้องดวงตา ปัจจัยเหล่านี้กำหนดให้เลนส์แต่ละคู่มีราคาที่ไม่เท่ากัน แม้ผู้สวมใส่จะมีค่าสายตาที่เท่ากันก็ตาม
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออัตราค่าบริการประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
-
ดัชนีหักเหแสงหรือค่าความย่อบาง เช่น เลนส์ย่อบางพิเศษ 1.67 หรือ 1.74 สำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นหรือยาวปริมาณมาก
-
การเคลือบสารปกป้องผิวเลนส์ เช่น สารบลูบล็อกกรองแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสารโค้ทติ้งกันสะท้อนเพื่อเพิ่มความโปร่งใสของเนื้อเลนส์
-
เทคโนโลยีโครงสร้างการผลิต เช่น เลนส์เฉพาะบุคคลที่คำนวณจุดกึ่งกลางตาดำและมุมเอียงของกรอบแว่นด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อลดภาพบิดเบือนด้านข้าง
สิ่งที่ควรรู้ก่อน เปลี่ยนเลนส์แว่นราคาถูก หรือ ตัดเลนส์แว่นต่ำกว่ามาตรฐาน
การเลือกใช้เลนส์แว่นตาที่มีราคาต่ำกว่ามาตรฐาน มักแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพดวงตาและประสิทธิภาพการมองเห็นที่ลดลงในระยะยาว เลนส์กลุ่มนี้มักไม่มีสารเคลือบป้องกันรังสี ยูวี หรือแสงสีฟ้าที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ส่งผลให้ดวงตาต้องเผชิญกับแสงอันตรายโดยตรงขณะใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ
ผลกระทบจากการเลือกใช้เลนส์ที่ไม่ได้มาตรฐานมีผลเสียที่ชัดเจน
-
ความบิดเบือนของภาพบริเวณขอบเลนส์สูงกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการล้าของกล้ามเนื้อตาและปวดศีรษะขณะก้มมองสิ่งของต่าง ๆ
-
ผิวเลนส์เกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายเนื่องจากขาดเทคโนโลยีการเคลือบแข็ง ส่งผลให้เลนส์มัวและสูญเสียความใสได้อย่างไว
-
ค่ากำลังสายตาคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพราะกระบวนการผลิตที่ขาดความแม่นยำ ส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะขณะสวมใส่
การลงทุนเลือกเลนส์ที่มีมาตรฐานการรับรองจากผู้ผลิตระดับสากลจะช่วยปกป้องถนอมสายตาได้ดีกว่า เลนส์คุณภาพดีมักมีอายุการใช้งานนานกว่า 2 ปีโดยที่สารเคลือบผิวเลนส์ยังคงสภาพสมบูรณ์และทำความสะอาดคราบมันออกได้ง่ายค่ะ
ทำไมต้องประเมินสายตาโดยนักทัศนมาตรก่อนเปลี่ยนเลนส์
การประเมินสายตาโดยนักทัศนมาตรก่อนเปลี่ยนเลนส์แว่น ช่วยป้องกันความผิดพลาดจากค่าสายตาเทียมที่เกิดจากการเพ่งค้างของกล้ามเนื้อตา หากมีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น ปวดตามาก มองเห็นภาพซ้อนต่อเนื่อง หรือแสงจ้าผิดปกติ ควรเข้าพบนักทัศนมาตรเพื่อตรวจวินิจฉัยเฉพาะทางทันที ไม่ควรปล่อยไว้หรือวินิจฉัยอาการด้วยตัวเอง
-
ตรวจวัดกำลังเพ่งอย่างละเอียด เพื่อหาค่าสายตาที่แท้จริงซึ่งไม่ใช่แค่ผลการยิงกล้องคอมพิวเตอร์ชั่วคราว
-
วิเคราะห์ความผิดปกติของการทำงานร่วมกันของดวงตาสองข้าง เพื่อลดปัญหามองภาพซ้อนและอาการเวียนศีรษะ
-
คำนวณจุดศูนย์กลางตาดำให้ตรงกับจุดโฟกัสของเลนส์ เพื่อประสิทธิภาพการมองเห็นที่คมชัดที่สุดที่ระยะ 40 เซนติเมตร
ทำความเข้าใจบทบาทนักทัศนมาตร : นักทัศนมาตร คือใคร ? ต่างจากร้านแว่นทั่วไปอย่างไร
ค้นหา ร้านเปลี่ยนเลนส์แว่น ใกล้ฉัน เลือกร้านไหนดี ?
การเลือกเปลี่ยนเลนส์แว่นกับร้านแว่นใกล้บ้านควรเริ่มต้นจากการตรวจสอบว่าร้านนั้นมีนักทัศนมาตรประจำอยู่ เพื่อวัดค่าสายตาอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาด ร้านแว่นตาที่มีมาตรฐานต้องเปิดเผยรายละเอียดของยี่ห้อเลนส์และราคาอย่างโปร่งใสเพื่อให้ผู้ใช้บริการเปรียบเทียบข้อมูลได้อย่างชัดเจน การพิจารณาเลือกร้านที่มีใบรับประกันคุณภาพสินค้าจะช่วยคุ้มครองสิทธิ์ของผู้บริโภค เช่น การรับประกันสารเคลือบผิวเลนส์ลอกล่อนเป็นระยะเวลา 1 ปี
เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไว้ใจ ราคาเปลี่ยนเลนส์แว่น ที่ ORRA
คนส่วนใหญ่ไว้วางใจราคาเปลี่ยนเลนส์แว่นที่ ORRA เนื่องจากราคาทุกระดับครอบคลุมการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดโดยนักทัศนมาตรโดยไม่มีค่าบริการแอบแฝง การประเมินโครงสร้างเลนส์ได้รับการออกแบบให้เข้ากับค่าสายตาจริงและพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้รับบริการแต่ละบุคคล เหตุผลสำคัญที่สนับสนุนความคุ้มค่าด้านราคาประกอบด้วย
-
การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดเพื่อหาค่าสายตาที่แท้จริงด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง
-
การเลือกใช้แบรนด์เลนส์ระดับสากลที่มีใบรับประกันคุณภาพเลนส์จากผู้ผลิตโดยตรง
-
โครงสร้างเลนส์ที่ผ่านการทดลองสวมใส่จริงด้วยเลนส์ทดลองก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน
การแจ้งราคาที่ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนแรก ช่วยให้ผู้ใช้บริการตัดสินใจเลือกคุณสมบัติเลนส์ได้ตรงตามงบประมาณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงในภายหลัง วิธีการนี้ช่วยให้ ทศม. อรวรรณ สว่างรัศมีจันทร์ (ใบอนุญาตเลขที่ 88) และทีมนักทัศนมาตรสามารถคัดสรรเลนส์โปรเกรสซีฟที่ตรงกับการใช้งานจริงของผู้รับบริการแต่ละท่าน ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้ใช้บริการจริงมาแล้วมากกว่า 25,000 คู่ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเปลี่ยนเลนส์แว่นตา
เปลี่ยนเลนส์แว่น กี่บาท และใช้เวลาทำกี่วัน ?
การเปลี่ยนเลนส์แว่นมีราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 บาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทเลนส์และฟังก์ชันการใช้งาน ส่วนระยะเวลาจัดส่งประกอบจะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 7 วันทำการ สำหรับเลนส์สายตาทั่วไป และอาจนานกว่านั้นในกรณีที่เป็นเลนส์สั่งผลิตพิเศษ
ความแตกต่างของช่วงราคาและเวลาดำเนินการของเลนส์แต่ละประเภทมีรายละเอียดคร่าว ๆ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนการเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น
| ประเภทเลนส์ | ราคาเริ่มต้น (บาท) | ระยะเวลาดำเนินการ (วัน) |
|---|---|---|
| เลนส์ชั้นเดียว | 1,000 | 1 ถึง 3 |
| เลนส์เฉพาะทาง | 3,000 | 5 ถึง 7 |
| เลนส์โปรเกรสซีฟ | 6,990 | 7 ถึง 14 |
สำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสูงหรือมีปัญหาตาสองข้างไม่เท่ากัน การเลือกใช้เลนส์สั่งทำพิเศษเฉพาะบุคคลจะช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น โดยเลนส์กลุ่มนี้จะผลิตส่งตรงจากห้องแล็บต่างประเทศ ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางและทดสอบคุณภาพรวมประมาณ 10 วันทำการ ค่ะ
ใส่เลนส์แว่นราคาเริ่มต้น สามารถเพิ่มฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้าได้ไหม ?
สามารถเพิ่มฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้าในเลนส์แว่นตาเกรดเริ่มต้นได้ทันทีโดยจ่ายเงินเพิ่มเฉลี่ยประมาณ 500 ถึง 1,000 บาท เท่านั้น ผู้ผลิตเลนส์แบรนด์มาตรฐานส่วนใหญ่ได้ออกแบบโครงสร้างเลนส์เนื้อเหนียวพื้นฐานให้รองรับเทคโนโลยีเคลือบสารป้องกันรังสีสีฟ้ามาให้ตั้งแต่กระบวนการผลิตจากโรงงาน
การเลือกเพิ่มออปชันเสริมนี้ ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าชนิดอันตรายที่แผ่ออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ โดยการทำงานของชั้นเคลือบจะสะท้อนคลื่นแสงความยาวช่วง 380 ถึง 500 นาโนเมตร ออกไป
เลนส์เริ่มต้นที่เพิ่มฟังก์ชันนี้มักมาพร้อมคุณสมบัติป้องกันรังสี UV400 และการเคลือบมัลติโค้ตเพื่อลดแสงสะท้อนในตัว การสั่งเพิ่มฟังก์ชันกรองแสงนี้จะไม่ทำให้ระยะเวลาการฝนประกอบแว่นเพิ่มขึ้น โดยร้านแว่นสามารถฝนเลนส์สต็อกเสร็จภายใน 1 วัน ค่ะ
เลนส์เป็นรอยขูดขีด ขัดออกได้ไหม หรือต้องเปลี่ยนเลนส์ใหม่เท่านั้น ?
เลนส์แว่นเป็นรอยขูดขีดแล้วไม่สามารถขัดออกได้ และจำเป็นต้องเปลี่ยนเลนส์ใหม่เท่านั้น การพยายามขัดผิวเลนส์เพื่อลบรอยจะทำให้สารเคลือบหน้าเลนส์หลุดลอกออกทั้งหมด ทั้งยังส่งผลให้ความหนาของเนื้อเลนส์เปลี่ยนไปจนทำให้ค่าสายตาคลาดเคลื่อน การมองเห็นจะบิดเบือนไปจากเดิมและส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวขณะสวมใส่ การฝืนใช้งานเลนส์ที่มีรอยขีดข่วนต่อเนื่องเกิน 6 เดือน ทำให้ต้องเพ่งสายตามากกว่าปกติจนเกิดอาการล้าและปวดศีรษะสะสม
รอยขีดข่วนบนหน้าเลนส์ส่งผลเสียต่อการหักเหของแสงทำให้แสงฟุ้งกระจายขณะขับรถช่วงเวลากลางคืน เราขอแนะนำวิธีการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานเลนส์ตัวโปรดดังนี้
-
หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อยืดหรือกระดาษชำระเช็ดเลนส์แห้ง ๆ และหันมาใช้น้ำยาล้างจานเจือจางร่วมกับผ้าไมโครไฟเบอร์แทน
-
เก็บแว่นตาไว้ในกล่องบรรจุภัณฑ์ที่บุกำมะหยี่ด้านในทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากอุบัติเหตุล้มหรือตกหล่น
เปลี่ยนเลนส์แว่นแล้วต้องเปลี่ยนกรอบด้วยไหม ?
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกรอบเสมอไป หากกรอบเดิมยังแข็งแรงและผ่านการตรวจสอบสภาพวัสดุจากนักทัศนมาตรแล้วว่าปลอดภัย สามารถนำมาเปลี่ยนเลนส์แว่นใหม่ใส่ในกรอบเดิมได้ทันที ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อกรอบใหม่
นำแว่นที่ซื้อจากร้านอื่นมาเปลี่ยนเลนส์ที่ ORRA ได้ไหม ?
สามารถนำกรอบแว่นจากร้านอื่นมาเปลี่ยนเลนส์แว่นที่ ORRA ได้ นักทัศนมาตรจะตรวจสอบความแข็งแรงของกรอบก่อนเริ่มขั้นตอนตัดเลนส์ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของทั้งกรอบและเลนส์ใหม่
สรุป
การตัดสินใจ เปลี่ยนเลนส์แว่น เมื่อแว่นอันเดิมเริ่มเสื่อมสภาพหรือค่าสายตาเปลี่ยนไป ช่วยแก้ปัญหาอาการตาพร่ามัวจากการเพ่งมองและการทำงานหนักได้อย่างตรงจุด การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ชั้นเดียว เลนส์เฉพาะทาง หรือเลนส์โปรเกรสซีฟคุณภาพสูง จะช่วยถนอมสุขภาพดวงตาและลดอาการล้าสะสมจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
การดูแลสุขภาพสายตาอย่างเหมาะสมทำได้โดยการเข้ารับการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด เพื่อหาค่าสายตาที่แท้จริงก่อนการตัดเลนส์ใหม่ทุกครั้ง การตรวจเช็คสภาพความแข็งแรงของกรอบแว่นเดิมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราวางแผนการดูแลรักษาดวงตาคู่สำคัญได้อย่างเหมาะสมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวค่ะ หากต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล นัดหมายปรึกษานักทัศนมาตร ORRA ได้ฟรีที่สาขาใกล้บ้าน หรือสอบถามเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของ ORRA
