เลนส์ย่อบาง คืออะไร ? เลือกให้เหมาะกับค่าสายตาและกรอบแว่น

ลูกค้าถือเลนส์ตัวอย่างส่องดูความบางที่ร้าน ORRA

คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้

  • เลนส์ย่อบาง คือเลนส์แว่นตาจากวัสดุดัชนีหักเหแสงสูง ช่วยลดความหนาและน้ำหนักของเลนส์

  • ดัชนีหักเหแสงที่สูงขึ้น เช่น Index 1.60, 1.67 และ 1.74 ทำให้ขอบเลนส์สายตาสั้นหรือกึ่งกลางเลนส์สายตายาวบางลง

  • การจับคู่ค่าสายตากับระดับดัชนีหักเหแสงที่สอดคล้องกัน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและได้แว่นตาที่มีน้ำหนักเบา ไม่กดทับดั้งจมูก

  • กรอบแว่นทรงมนขนาดกระชับรับดวงตา ช่วยตัดขอบเลนส์ส่วนที่หนาออกไป ทำให้แว่นตาดูบางลง

  • การประกอบเลนส์ย่อบางอาศัยการวัดจุดกึ่งกลางตาดำอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนทางแสงและลดอาการเมื่อยล้าตา


ปัญหาแว่นตาหนาหนักจนกดทับดั้งจมูกเป็นรอยแดง แว่นเลื่อนหลุดบ่อยครั้ง หรือดวงตาดูเล็กลงเวลาสวมแว่นตา เป็นอุปสรรคที่ผู้มีภาวะสายตาสั้นพบเจอเป็นประจำ เลนส์ย่อบาง เป็นทางเลือกที่ช่วยลดน้ำหนักแว่นตาและสร้างความมั่นใจในการใช้งาน

บทความนี้อธิบายโครงสร้างของเลนส์ ค่าดัชนีแต่ละระดับ เกณฑ์การจับคู่กับกรอบแว่น และแนวทางการเลือกใช้งาน ผู้สนใจสามารถนัดตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรที่คลินิกแว่นตา ORRA เพื่อทดลองเลนส์จริงได้ทุกสาขาค่ะ

สารบัญเนื้อหา แสดง

เลนส์ย่อบาง คืออะไร ?

เปรียบเทียบความหนาเลนส์มาตรฐาน 1.50 กับเลนส์ย่อบาง ทั้งสายตาสั้นและสายตายาว

เลนส์ย่อบาง คือเลนส์แว่นตาที่ผลิตจากวัสดุเรซินสังเคราะห์ซึ่งมีค่าดัชนีหักเหแสง (Refractive Index) สูงกว่าเลนส์พลาสติกมาตรฐาน โครงสร้างโมเลกุลมีความหนาแน่นสูง เนื้อเลนส์หักเหแสงและเบี่ยงเบนแนวลำแสงได้มุมชันกว่าเดิม

คุณสมบัตินี้ลดความหนาของแผ่นเลนส์ลงได้โดยคงกำลังค่าสายตาเท่าเดิม ขอบเลนส์เว้าของสายตาสั้นและตรงกลางเลนส์นูนของสายตายาวจึงบางลง ส่งผลให้น้ำหนักตัวเลนส์ลดลงตามไปด้วย

โครงสร้าง Aspheric ช่วยปรับผิวโค้งให้แบนราบ ขยายระยะการมองเห็นคมชัด และลดปัญหาดวงตาหดเล็กด้านหลังเลนส์ ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติตลอดการสวมใส่ค่ะ

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเลนส์ทั่วไปกับเลนส์ย่อบาง

เลนส์ย่อบางแตกต่างจากเลนส์พลาสติกมาตรฐานทั้งด้านน้ำหนัก ความหนา และความทนทานต่อแรงดึงเมื่อประกอบเข้ากรอบแว่นตาค่ะ

คุณสมบัติ เลนส์ทั่วไป (มาตรฐาน 1.50) เลนส์ย่อบาง (High Index)
ความหนาของเนื้อเลนส์ ขอบเลนส์หนาขึ้นตามค่าสายตา ลดความหนาลงได้ตั้งแต่ 15% ถึง 50% ตามระดับค่าดัชนี
น้ำหนักรวมของแว่นตา มีน้ำหนักมากกว่า เสี่ยงต่อแรงกดทับแป้นจมูก น้ำหนักเบากว่า ช่วยลดแรงกดทับและลดปัญหาแว่นไหลตก
ความเหนียวทนทาน ความเหนียวระดับมาตรฐาน ไม่เหมาะกับกรอบเจาะ เหนียวทนทานสูง (เช่น MR-8 ในดัชนี 1.60) เข้ากับกรอบเจาะและเซาะร่อง
ขอบเขตภาพคมชัด ผิวโค้งมาตรฐาน อาจพบภาพบิดเบือนด้านข้าง โครงสร้าง Aspheric ผิวแบนราบ ช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้าง

ดัชนีหักเหแสงของเลนส์ย่อบางมีกี่ระดับ ?

ดัชนีหักเหแสง 1.60, 1.67 และ 1.74 กับช่วงค่าสายตาที่เหมาะสม

ค่าดัชนีหักเหแสงของเลนส์ย่อบางแสดงความสามารถในการหักเหแสงของเนื้อวัสดุ ตัวเลขดัชนียิ่งสูง เลนส์ยิ่งบางและมีน้ำหนักเบา แบ่งออกเป็น 3 ระดับหลักตามช่วงค่าสายตา ตัวเลขการลดความหนาในบทความนี้เป็นค่าประมาณเมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์ดัชนี 1.50 ซึ่งต่างกันไปตามค่าสายตาและขนาดกรอบแว่นค่ะ

  • เลนส์ย่อบาง 1.6 คือ เลนส์ที่ผลิตจากเรซิน MR-8 ที่มีความเหนียวทนทาน บางกว่าเลนส์มาตรฐาน 15% ถึง 20% เหมาะสำหรับผู้มีสายตาสั้น -2.00 ถึง -4.00 รวมถึงผู้ที่ใช้กรอบเซาะร่องหรือกรอบเจาะรู

  • เลนส์ย่อบาง 1.67 คือ เลนส์ที่ช่วยลดความหนาลง 35% ถึง 40% พร้อมใช้โครงสร้างผิว Aspheric ช่วยลดภาพบิดเบือน เหมาะกับสายตาสั้น -4.00 ถึง -8.00 ช่วยป้องกันขอบเลนส์ล้นกรอบ

  • เลนส์ย่อบาง 1.74 คือ เลนส์ย่อบางที่สุดในกลุ่มเลนส์พลาสติกที่ใช้กันทั่วไป ลดความหนาสูงสุดถึง 50% เหมาะกับสายตาสั้นเกิน -8.00 ขึ้นไป ทำให้น้ำหนักแว่นตาลดลง สวมใส่สบายตาตลอดวัน

ทำความเข้าใจเลนส์สำหรับสายตาสั้น : แว่นสายตาสั้นเลือกอย่างไร

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของเลนส์แต่ละดัชนี

การเลือกใช้งานเลนส์ย่อบางให้คุ้มค่าและตอบโจทย์สายตา จำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะของระดับดัชนีหักเหแสง (Refractive Index) แต่ละระดับควบคู่กัน ทั้งความสามารถในการลดความหนา น้ำหนักตัวเลนส์ ค่า Abbe Value และความแข็งแรงเชิงกลที่เข้ากับโครงสร้างกรอบแว่น ตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้สรุปภาพรวมคุณสมบัติเด่นของแต่ละดัชนี เพื่อช่วยให้คุณเห็นความแตกต่างและตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นค่ะ

ค่าดัชนี (Index) 1.50 1.60 1.67 1.74
การลดความหนา 0% (เกณฑ์อ้างอิง) 15% ถึง 20% 35% ถึง 40% 45% ถึง 50%
ช่วงค่าสายตาที่แนะนำ 0.00 ถึง -2.00 -2.00 ถึง -4.00 -4.00 ถึง -8.00 -8.00 ขึ้นไป
ค่า Abbe Value 58 41 ถึง 42 31 ถึง 32 32 ถึง 33
ความเหนียวต่อกรอบเจาะ ระดับมาตรฐาน เหนียวทนทานสูง ปานกลาง ระดับมาตรฐาน
ระดับราคา ย่อมเยาเริ่มต้น คุ้มค่าสบายกระเป๋า ระดับกลาง พรีเมียมระดับบน

ใครบ้างที่เหมาะกับการเปลี่ยนมาใช้เลนส์ย่อบาง ?

4 กลุ่มที่เหมาะกับเลนส์บาง สายตาสั้นมาก กังวลตาดูเล็ก สายตาสองข้างต่างกัน และกรอบเจาะ

เลนส์ย่อบางออกแบบมาเพื่อแก้ข้อจำกัดของเลนส์สายตาแบบเดิม เช่นเรื่องน้ำหนักและความหนาเทอะทะที่ส่งผลต่อทั้งความสบายตาและบุคลิกภาพ หากคุณกำลังลังเลว่าแว่นตาคู่ใหม่จำเป็นต้องเลือกใช้เลนส์ชนิดนี้หรือไม่ กลุ่มผู้ใช้งานที่มีลักษณะและความต้องการต่อไปนี้จะได้รับประโยชน์คุ้มค่าสูงสุดจากการเปลี่ยนมาใช้เลนส์ย่อบางค่ะ

  • ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นตั้งแต่ -2.00 ขึ้นไป หรือสายตายาวระดับปานกลางขึ้นไป เลนส์ประเภทนี้ช่วยลดน้ำหนักกดทับสันจมูกและขมับ

  • ผู้ที่กังวลเรื่องดวงตาดูเล็กลงเวลาสวมแว่นตา โครงสร้างผิวแบน Aspheric ปรับสัดส่วนดวงตาให้ดูเป็นธรรมชาติ

  • ผู้ที่มีค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก เลนส์ย่อบางช่วยปรับความหนาของเลนส์ทั้งสองข้างให้สมดุล ลดปัญหาแว่นเอียงจากน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน

  • ผู้ที่ใช้กรอบโลหะเส้นบาง กรอบเซาะร่อง หรือกรอบเจาะรู ซึ่งอาศัยเลนส์ขอบบางและเนื้อวัสดุที่มีความเหนียวเป็นพิเศษ

เกณฑ์การเลือกเลนส์ย่อบางให้เหมาะกับระดับค่าสายตา

ตารางเลือกดัชนีเลนส์ตามค่าสายตาสั้น ตั้งแต่ไม่เกิน -2.00 ถึงเกิน -8.00

การเลือกระดับความบางของเลนส์ย่อบางให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรเริ่มต้นจากการประเมินระดับค่าสายตาทั้งสองข้างโดยละเอียด เพราะค่าสายตาที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อความหนาของชิ้นเลนส์ในตำแหน่งที่ไม่เหมือนกัน การจับคู่ค่าสายตากับระดับดัชนีหักเหแสงที่เหมาะสม ช่วยให้ได้แว่นตาที่มีน้ำหนักเบาสบาย ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณเกินความจำเป็น เกณฑ์การพิจารณาตามช่วงค่าสายตาและระดับการย่อบางมีดังนี้ค่ะ

  • ค่าสายตาสั้นไม่เกิน -2.00 หรือสายตายาวไม่เกิน +2.00 เลนส์มาตรฐานดัชนี 1.50 ให้ความคมชัดสูง ค่า Abbe Value สูงถึง 58 สบายตา และเพียงพอต่อการใช้งานโดยไม่ต้องจ่ายค่าตัดเลนส์ย่อบางเพิ่มเติม

  • ค่าสายตาสั้นช่วง -2.25 ถึง -4.00 เลนส์ Index 1.60 ช่วยลดความหนาลง 15% ถึง 20% เนื้อเลนส์มีความเหนียวสูง ทนทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแว่นตาและใส่กับกรอบเซาะร่องหรือกรอบเจาะ

  • ค่าสายตาสั้นช่วง -4.25 ถึง -8.00 เลนส์ Index 1.67 ช่วยลดความหนาลง 35% ถึง 40% โครงสร้างผิว Aspheric ช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้าง ซ่อนขอบเลนส์ในกรอบแว่นได้มิดชิดและคุ้มค่าต่อราคาที่สุด

  • ค่าสายตาสั้นสูงเกิน -8.00 ขึ้นไป เลนส์ Index 1.74 เป็นเลนส์พลาสติกที่บางที่สุด ลดความหนาได้สูงสุดถึง 50% ช่วยลดภาระน้ำหนักกดทับสันจมูกและแก้ปัญหาตาหดเล็กเวลาสวมแว่นตา

  • กรณีมีค่าสายตาเอียงสูงหรือสายตายาวร่วมด้วย แนะนำให้ปรึกษานักทัศนมาตรเพื่อขยับดัชนีขึ้นอีกหนึ่งระดับ เช่น ขยับจาก Index 1.60 เป็น 1.67 เพื่อช่วยเกลี่ยความหนาของขอบเลนส์เอียงและจุดกึ่งกลางเลนส์สายตายาวให้ดูบางสวยงาม

จับคู่ทรงกรอบแว่นอย่างไรให้พรางความหนาของเลนส์ ?

ทรงและวัสดุกรอบที่ช่วยพรางความหนาของเลนส์

รูปทรงและขนาดกรอบแว่นมีผลต่อความหนาขอบเลนส์ย่อบาง การเลือกทรงกรอบช่วยเสริมความบางได้ตามสัดส่วนโครงสร้างค่ะ

  • กรอบทรงกลม ทรงรี หรือทรงหยดน้ำ พรางขอบเลนส์สายตาสั้น เพราะตัดมุมเลนส์ส่วนที่หนาที่สุดออกตามแนวโค้งได้

  • ขนาดหน้าแว่นกระชับรับตำแหน่งดวงตา เลี่ยงกรอบ Oversize หน้ากว้าง เพราะยิ่งจุดกึ่งกลางเลนส์ห่างจากขอบกรอบ ขอบเลนส์จะยิ่งหนาขึ้น

  • กรอบพลาสติกอะซิเตท มีขอบหนาช่วยซ่อนเลนส์ สายตาสั้นระดับกลางเข้ากับดัชนี 1.60 และประหยัดงบประมาณ

  • กรอบโลหะเส้นบาง ไม่มีขอบช่วยบังความหนา สอดคล้องกับดัชนี 1.67 หรือ 1.74 เพื่อป้องกันเลนส์ยื่นล้นกรอบแว่น

  • กรอบเซาะร่องและกรอบเจาะ ตัวเลนส์ต้องรับแรงดึงโดยตรง เลนส์ดัชนี 1.60 เนื้อเรซิน MR-8 ป้องกันขอบเลนส์บิ่นหรือแตกร้าว

ข้อควรรู้เรื่องค่า Abbe Value และการเกิดแสงสีรุ้งในเลนส์ดัชนีสูง

ค่า Abbe Value กับขอบรุ้ง ดัชนี 1.50 อยู่ที่ 58 ส่วนดัชนี 1.74 อยู่ที่ 32 ถึง 33

ค่าดัชนีหักเหแสงของเลนส์ย่อบางแปรผกผันกับ ค่า Abbe Value ซึ่งใช้วัดการกระจายแสงของเนื้อวัสดุโปร่งใส

เมื่อค่าดัชนีหักเหแสงสูงขึ้น ค่า Abbe Value จะลดลง แสงสีต่าง ๆ ที่เดินทางผ่านตัวกลางเกิดการหักเหในมุมต่างกันเล็กน้อย เกิดปรากฏการณ์ขอบรุ้ง (Chromatic Aberration) บริเวณขอบเลนส์เวลาชำเลืองมองด้านข้าง

ผู้ที่เริ่มใส่เลนส์ดัชนีสูงอาจพบแสงสีรุ้งจาง ๆ ในบางมุมมอง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางแสงตามธรรมชาติ ระบบการมองเห็นจะปรับตัวจนคุ้นเคยภายในไม่กี่วัน เมื่อมองผ่านกึ่งกลางเลนส์ภาพยังคงคมชัดเช่นเดิมค่ะ

ปัจจัยที่ส่งผลให้เลนส์ย่อบาง ราคาแตกต่างกันมีอะไรบ้าง ?

4 ปัจจัยที่ทำให้ราคาเลนส์บางต่างกัน เนื้อเรซิน เทคโนโลยีการขัด สารเคลือบ และระดับดัชนี

ราคาเลนส์แว่นตาดัชนีสูงขึ้นอยู่กับวัสดุการผลิตและระดับความบางของชิ้นงาน ซึ่งมีรายละเอียดต้นทุนในแต่ละส่วนค่ะ

  • ต้นทุนเนื้อเรซินสังเคราะห์ วัสดุดัชนีสูงที่มีความเหนียวแน่นอย่าง 1.67 และ 1.74 มีกระบวนการผลิตซับซ้อนกว่าเลนส์มาตรฐาน

  • เทคโนโลยีการขัดเลนส์ การขัดผิวอิสระ Freeform หรือ Aspheric ลดภาพบิดเบือนได้รอบด้าน จึงมีราคาสูงกว่าทรงกลมทั่วไป

  • สารเคลือบผิวเลนส์ การเคลือบมัลติโค้ตตัดแสงสะท้อน สารกันรอยขีดข่วน สารกรองแสงสีฟ้า หรือฟังก์ชันเปลี่ยนสี ล้วนมีผลต่อระดับราคาเลนส์

  • เลนส์ย่อบาง 1.67 ราคา จะมีความคุ้มค่าสำหรับผู้มีสายตาสั้น -4.00 ถึง -8.00 เนื่องจากช่วยลดความหนาลง 40% โดยประหยัดกว่ารุ่นราคาสูงสุด

  • เลนส์ย่อบาง 1.74 ราคา จะอยู่ในกลุ่มพรีเมียมระดับบน ซึ่งเหมาะกับผู้มีสายตาสั้นเกิน -8.00 ขึ้นไป ช่วยลดน้ำหนักกดทับสันจมูก

จุดเด่นของการตรวจวัดและประกอบเลนส์ดัชนีสูงที่ ORRA

วัดจุด Optical Center และประกอบเลนส์โดยนักทัศนมาตร ORRA

การประกอบแว่นตาด้วยเลนส์ย่อบางอาศัยความถูกต้องทางทัศนมาตรศาสตร์ เพราะจุดโฟกัส (Optical Center) มีผลต่อความสบายตา หากตำแหน่งคลาดเคลื่อนอาจทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกมึนศีรษะ

คลินิกแว่นตา ORRA ใช้ระบบวัดเฉพาะทาง ORRA Signature Fit™ คำนวณตำแหน่งจุดกึ่งกลางตาดำ ความสูงรูม่านตา ระยะห่างเลนส์กับกระจกตา และมุมเทกรอบแว่นบนใบหน้าแบบ 3 มิติ

คลินิกดูแลโดยทีมนักทัศนมาตรประจำทุกสาขา มีเลนส์สายตาทั่วไปและเลนส์โปรเกรสซีฟจาก 5 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Essilor, HOYA, Nikon, Rodenstock และ ZEISS โดยเลนส์โปรเกรสซีฟราคาเริ่มต้น 6,990 บาทต่อคู่ และเปิดให้ทดลองเลนส์จริงก่อนพิจารณาใช้งานค่ะ

ดูช่วงราคา : เลนส์โปรเกรสซีฟ ราคา 2026 เริ่มต้น 6,990 บาท ครบ 5 แบรนด์ชั้นนำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเลนส์ย่อบาง

เลนส์ย่อบางช่วยลดปัญหาตาดูเล็กเวลาสวมแว่นตาได้ไหม ?

เลนส์โครงสร้าง Aspheric ช่วยลดการย่อขนาดของดวงตาลงได้เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์เว้าทรงกลมทั่วไป การเลือกกรอบแว่นตาขนาดกระชับกับใบหน้าและมีระยะห่างกระจกตาพอดี ช่วยให้ดวงตาดูมีมิติเป็นธรรมชาติค่ะ

เปลี่ยนมาใช้เลนส์ย่อบางครั้งแรกต้องใช้เวลาปรับตัวกี่วัน ?

ระยะเวลาปรับตัวกับเลนส์คู่ใหม่อยู่ที่ประมาณ 3 ถึง 7 วัน ผู้สวมใส่ควรหันหน้ามองตรงไปยังวัตถุแทนการเหลือบสายตาไปมุมเลนส์ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบสายตาปรับตัวรับภาพได้คมชัดค่ะ

เลนส์ย่อบางมีความแข็งแรงและทนทานต่อแรงกระแทกแค่ไหน ?

เลนส์ดัชนีสูงผลิตจากเรซินสังเคราะห์ที่มีความเหนียวทนทานต่อการใช้งานประจำวัน เลนส์ดัชนี 1.60 จากเนื้อ MR-8 มีความทนต่อแรงดึงสูง จึงประกอบเข้ากรอบเจาะรูได้อย่างปลอดภัยค่ะ

สั่งทำเลนส์ย่อบางพร้อมฟังก์ชันป้องกันแสงสีฟ้าได้หรือไม่ ?

เลนส์ดัชนีสูงสามารถเพิ่มฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้า สารเคลือบตัดแสงสะท้อน หรือเลนส์เปลี่ยนสีได้ตามความต้องการ ความบางเป็นคุณสมบัติของเนื้อวัสดุ ส่วนฟังก์ชันเสริมเป็นการเคลือบผิวและผสมสารกรองแสงค่ะ

ค่าสายตาสั้นเท่าไหร่ถึงควรเริ่มตัดสินใจใช้เลนส์ย่อบาง ?

เกณฑ์การพิจารณาใช้เลนส์ย่อบางเริ่มต้นที่ค่าสายตาสั้นตั้งแต่ -2.00 หรือสายตายาวตั้งแต่ +2.00 ขึ้นไป เพื่อลดความหนาขอบเลนส์และช่วยให้น้ำหนักแว่นตาเบาลง ไม่กดทับบริเวณสันจมูกค่ะ

กรอบแว่นไร้กรอบหรือเซาะร่องต้องใช้เลนส์ย่อบางแบบไหน ?

กรอบแว่นไร้กรอบและเซาะร่องเข้ากับเลนส์ย่อบางดัชนี 1.60 มากที่สุด เนื้อวัสดุมีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง ช่วยป้องกันปัญหาขอบเลนส์บิ่นหรือแตกร้าวจากแรงยึดของน็อตและเอ็นค่ะ

สรุป

เลนส์ย่อบางช่วยปรับให้แว่นตามีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ไม่กดทับดั้งจมูก และช่วยให้ดวงตาดูเป็นธรรมชาติ การเลือกระดับดัชนี 1.60, 1.67 หรือ 1.74 พิจารณาควบคู่กับค่าสายตาจริง รูปทรงของกรอบแว่นตา และลักษณะการใช้งาน

ผู้สนใจสามารถนัดตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรที่คลินิกแว่นตา ORRA ได้ทุกสาขา เพื่อรับการตรวจวัดสายตาและทดลองเลนส์จริงก่อนสั่งทำ ส่วนผู้มีปัญหาความผิดปกติทางสายตาที่ซับซ้อน ปรึกษานักทัศนมาตรหรือแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินดวงตาอย่างละเอียดค่ะ

โปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟ นักทัศนมาตรตอบเองค่ะ โทรปรึกษา โปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟ นักทัศนมาตรตอบเองค่ะ โทรปรึกษา