เผยแพร่เมื่อ 25 สิงหาคม 2023 · อัปเดตล่าสุด 30 สิงหาคม 2026
คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้
-
แว่นสายตาสั้น ที่มีค่าสายตาตรงกับความเป็นจริงช่วยให้การมองเห็นคมชัด และช่วยลดอาการล้าของดวงตาขณะที่ต้องเพ่งมองสิ่งที่อยู่ไกล ๆ
-
การเลือกใช้เลนส์ที่มีคุณสมบัติลดแสงสะท้อนช่วยเพิ่มความสบายตาได้มาก โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้สายตาในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าหรือแสงจากหน้าจออุปกรณ์ต่าง ๆ
-
กรอบแว่นที่มีน้ำหนักเบาและได้รับการปรับดัดให้กระชับเข้ากับใบหน้า มีส่วนสำคัญที่ทำให้เลนส์ทำหน้าที่รวมแสงได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดภาพบิดเบือน
-
การหมั่นดูแลรักษาความสะอาดและตรวจเช็คสภาพเลนส์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้การมองเห็นคงความชัดเจนและช่วยยืดอายุการใช้งานของแว่นให้ยาวนานขึ้น
การเลือก แว่นสายตาสั้น ที่ให้ค่าสายตาตรงกับระดับสายตาจริง ช่วยแก้ปัญหาการมองเห็นภาพมัวในระยะไกลและลดอาการล้าจากการที่ดวงตาต้องเพ่งมองตลอดวัน
ถ้าคุณกำลังหาคำตอบว่า สายตาสั้นใส่แว่นเลนส์อะไร บทความนี้ ORRA จะช่วยให้เข้าใจการเลือกใช้เลนส์ตัดแสงสะท้อนเพื่อเพิ่มความสบายตาเมื่อต้องมองหน้าจอเป็นเวลานาน และการปรับดัดกรอบแว่นน้ำหนักเบาให้กระชับเข้ากับรูปหน้าเพื่อให้เลนส์ทำหน้าที่รวมแสงได้ถูกต้องค่ะ เริ่มจากการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดเพื่อให้รู้ค่าจริงก่อนเลือกเลนส์
แว่นสายตาสั้น สำหรับคนสายตาสั้นมากใช้เลนส์อะไร ที่บางเบา ภาพไม่เพี้ยน ?
การเลือก แว่นสายตาสั้น สำหรับคนที่มีค่าสายตาสูง จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการลดภาพบิดเบือนบริเวณขอบข้างที่เกิดจากความหนาของเลนส์มากเกินไป ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในคนสายตาสั้นตั้งแต่ -4.00 ไดออปเตอร์ขึ้นไป คือการมองเห็นภาพที่ผิดเพี้ยน จนนำไปสู่ข้อสงสัยที่ว่า คนสายตาสั้นใช้เลนส์อะไรเพราะอะไร ถึงจะช่วยให้กะระยะได้แม่นยำและใส่สบายขึ้น คำตอบคือต้องพิจารณาที่โครงสร้างเลนส์และการลดภาพบิดเบือนเป็นหลักค่ะ
เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับโครงสร้างของเลนส์ที่ช่วยกระจายแสงได้อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น เพื่อลดภาระของกล้ามเนื้อตาที่ต้องทำงานหนักจากการมองผ่านเลนส์ที่หนา การเลือกแว่นตาที่มีคุณสมบัติรองรับค่าสายตาที่ซับซ้อนจะช่วยให้ภาพที่มองเห็นมีสัดส่วนสมจริงและลดอาการปวดศีรษะที่เกิดจากการมองภาพที่มีการขยายหรือย่อส่วนผิดธรรมชาติ
1. เลนส์ย่อบางพิเศษ (High Index) เพื่อลดความหนาและน้ำหนัก
เลนส์ย่อบางพิเศษ ผลิตจากพลาสติกความหนาแน่นสูงที่หักเหแสงได้ดีเยี่ยม ช่วยให้ตัวเลนส์บางและเบาลง 20-50% ลดปัญหาแว่นไหลและลดแรงกดทับบริเวณดั้งจมูกได้อย่างเห็นได้ชัด โดยควรเลือกค่าดัชนีหักเหแสงให้เหมาะกับระดับสายตาดังนี้
| ค่าดัชนีหักเห (Index) | ความบางเมื่อเทียบกับเลนส์มาตรฐาน | เหมาะสำหรับค่าสายตาสั้น (ประมาณ) |
|---|---|---|
| 1.50 (Standard) | 0% (ความหนามาตรฐาน) | 0.00 ถึง -2.00 |
| 1.60 (Thin) | บางลงประมาณ 20% | -2.25 ถึง -4.00 |
| 1.67 (Super Thin) | บางลงประมาณ 35% | -4.25 ถึง -8.00 |
| 1.74 (Ultra Thin) | บางลงมากกว่า 50% | -8.25 ขึ้นไป |
2. โครงสร้างเลนส์แบบ Aspheric เพื่อแก้ปัญหาภาพบิดเบี้ยว
เลนส์โครงสร้าง Aspheric ถูกออกแบบให้มีความแบนมากกว่าเลนส์ปกติเพื่อช่วยลดความหนาของขอบเลนส์ในคนที่มีค่าสายตาสั้นเยอะ ๆ การปรับความโค้งจากจุดศูนย์กลางออกไปสู่ขอบเลนส์อย่างสม่ำเสมอช่วยลดปริมาณเนื้อวัสดุส่วนเกินลงได้ประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับเลนส์ทรงกลมแบบเดิมค่ะ การลดความหนานี้ช่วยให้เลือกกรอบแว่นได้หลากหลายขึ้นโดยที่ขอบเลนส์ไม่ล้นออกมานอกกรอบจนเสียบุคลิก
ปัญหาภาพบิดเบือนบริเวณขอบที่ทำให้รู้สึกเหมือนมองผ่านตู้ปลาจะลดน้อยลงเนื่องจากผิวเลนส์ที่ราบเรียบขึ้นช่วยเพิ่มพื้นที่การมองเห็นที่คมชัดให้กว้างกว่าเดิม ผู้สวมใส่จะรู้สึกว่าดวงตามีขนาดใกล้เคียงความเป็นจริง ไม่ดูตาเล็กจิ๋วเกินไปเวลาคนอื่นมองเข้ามาทางหน้าแว่น
-
ขอบเลนส์บางลงอย่างเห็นได้ชัดแม้ใช้ค่าสายตามาก
-
ลดอาการภาพเบี้ยวหรือเห็นเส้นตรงดูโค้งเมื่อมองผ่านบริเวณขอบแว่น
-
ปรับสมดุลขนาดดวงตาให้ดูเป็นธรรมชาติไม่ถูกเลนส์ย่อจนดูเล็กผิดปกติเมื่อมีค่าสายตาสั้นเยอะ
สายตาสั้นต้องใช้เลนส์อะไร ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งาน ?
การเลือกเลนส์สำหรับแว่นสายตาสั้น ต้องพิจารณาจากค่าสายตาและกิจกรรมหลักในแต่ละวันเพื่อให้สวมใส่ได้สบายที่สุด ถ้าคุณมีค่าสายตาสั้นไม่มากนัก เลนส์ดัชนีหักเหแสงมาตรฐานระดับ 1.5 ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป แต่สำหรับคนที่มีค่าสายตาสูงเกิน -4.00 ขึ้นไป การเลือกเลนส์ย่อบางหรือ High Index จะช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความสวยให้กรอบแว่นได้มากกว่าค่ะ
ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันต้องการฟังก์ชันเสริมที่เฉพาะเจาะจงเพื่อปกป้องดวงตาในระยะยาว คนที่ต้องทำงานหน้าจอนาน ๆ ควรเลือกเลนส์ที่ตัดแสงสีฟ้าเพื่อลดอาการล้าของกล้ามเนื้อตา ส่วนผู้ที่เดินทางบ่อยควรเน้นเลนส์ที่ปรับสีได้ตามความเข้มของรังสี UV เพื่อความสบายตา
| ไลฟ์สไตล์การใช้งาน | ประเภทเลนส์ที่แนะนำ | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|---|
| เน้นทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ | Blue Block | กรองแสงสีฟ้าและลดแสงสะท้อนจากหน้าจอ |
| สายตาสั้นมากและชอบแฟชั่น | High Index 1.67 หรือ 1.74 | เลนส์บางพิเศษ ขอบไม่ล้นกรอบแว่นโลหะ |
| ขับรถหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน | Photochromic | เลนส์เปลี่ยนสีเข้มขึ้นอัตโนมัติเมื่อเจอแดด |
| เน้นความชัดเจนทุกมุมมอง | Aspheric Lens | ลดภาพบิดเบือนที่ขอบแว่นให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ |
แว่นสายตาสั้นทรงไหนดี ? ทริคเลือกกรอบแว่นพรางความหนาของเลนส์
การเลือกกรอบแว่นสายตาสั้นเพื่อพรางความหนาของเลนส์ ควรเริ่มจากการเลือกโครงสร้างกรอบที่มีความลึกหรือความหนาของขอบพอจะซ่อนสันเลนส์ส่วนเกินได้อย่างมิดชิด การเลือกทรงแว่นที่สอดรับกับค่าสายตาช่วยลดการมองเห็นความหนาด้านข้างและช่วยให้ภาพลักษณ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ความลับในการพรางตาอยู่ที่การเปลี่ยนจุดสนใจจากขอบเลนส์ที่หนาไปสู่ดีไซน์และสีสันของตัวแว่นแทน
ผู้สวมใส่ที่มีค่าสายตาสั้นสูงมักกังวลกับเลนส์ที่มีความเว้าและหนาขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะห่างจากกึ่งกลาง การเลือกกรอบที่มีความหนาของวัสดุในระดับที่สัมพันธ์กับค่าสายตา จะช่วยบังระยะยื่นของเลนส์ไม่ให้โผล่พ้นเฟรมออกมาจนสังเกตเห็นได้ชัด เทคนิคนี้ยังช่วยกระจายน้ำหนักของแว่นไม่ให้รวมตัวอยู่บริเวณขอบจนดึงถ่วงให้แว่นไหลลงมาได้ง่าย
ความสมดุลระหว่างรูปหน้าและสัดส่วนของกรอบแว่นมีผลโดยตรงต่อการอำพรางรอยต่อระหว่างวัสดุกรอบกับผิวเลนส์สายตา การทำความเข้าใจองค์ประกอบของเฟรมที่ส่งผลต่อการวางตำแหน่งเลนส์ช่วยให้การตัดแว่นออกมาดูบางลงและสวมใส่สบายตลอดวัน พร้อมลดความกังวลเรื่องแสงสะท้อนสีขาวบริเวณขอบเลนส์ที่ซ้อนกันเป็นวง หลายคนมักพิจารณาปัจจัยเบื้องต้นเหล่านี้ก่อนเข้าสู่รายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ต่อไปค่ะ
-
เลือกขนาดกรอบแว่นที่พอดี ไม่กว้างเกินไป
ขนาดความกว้างของกรอบแว่นที่พอดีส่งผลโดยตรงต่อความชัดเจนของการมองเห็น เพราะช่วยให้จุดศูนย์กลางของเลนส์วางตรงกับ รูม่านตา พอดี ถ้าเลือกกรอบที่กว้างเกินไป นักทัศนมาตรต้องย้ายจุดโฟกัสเลนส์เข้ามาด้านในเพื่อให้ตรงกับตาของผู้ใส่ ทำให้เกิดภาพบิดเบือนบริเวณขอบเลนส์และทำให้ดวงตามีอาการล้าจากการทำงานหนักเพื่อปรับโฟกัส
สำหรับคนที่ใส่แว่นสายตาสั้นมากจะมาพร้อมกับขอบเลนส์ที่หนาขึ้น เพราะเลนส์ชนิดนี้มีความเว้าและเริ่มหนาจากขอบเข้าหาจุดศูนย์กลาง ยิ่งเลือกกรอบที่มีหน้าเลนส์กว้าง พื้นที่ของเลนส์ส่วนที่หนาที่สุดจะถูกนำมาใช้มากขึ้น ส่งผลให้แว่นมีน้ำหนักรวมสูงและขาแว่นอาจถ่างออกจนเสียรูปทรงได้ง่ายกว่าปกติ
ระยะที่เหมาะสมคือขอบนอกของกรอบแว่นไม่ควรเกินความกว้างใบหน้าเกินข้างละ 5 มิลลิเมตร เพื่อให้ภาพที่มองผ่านเลนส์เพี้ยนน้อยที่สุด โดยตำแหน่งดวงตาที่เหมาะสมควรอยู่บริเวณกึ่งกลางของช่องเลนส์แต่ละข้าง วิธีนี้ช่วยลดปัญหาเลนส์ส่วนเกินยื่นพ้นขอบกรอบและลดแรงกดทับบริเวณหลังหูได้จริงค่ะ
-
เลือกวัสดุกรอบแว่นแบบพลาสติกหนา
การเลือกกรอบพลาสติกที่มีความหนาของขอบแว่น ช่วยปกปิดความหนาของเลนส์แว่นสายตาสั้นที่มีลักษณะขอบเลนส์หนากว่าตรงกลางได้อย่างแนบเนียน ขอบพลาสติกที่มีความกว้างประมาณ 4 ถึง 6 มิลลิเมตร จะทำหน้าที่เป็นเกราะพรางสันเลนส์ไม่ให้ยื่นออกมานอกตัวแว่น วิธีนี้ช่วยลดการมองเห็นรอยสะท้อนสีขาวซ้อนกันหลายชั้นที่มักเกิดขึ้นบริเวณขอบเลนส์เวลาสวมใส่
การใช้กรอบแว่นวัสดุอะซิเตต (Acetate) หรือพลาสติกคุณภาพสูงที่มีความหนาพิเศษ จะให้สัมผัสที่ดูเรียบเนียนไปกับผิวเลนส์มากกว่ากรอบโลหะเส้นเล็ก เมื่อนำมาประกอบเข้ากับเลนส์ย่อบางพิเศษหรือกลุ่ม High Index จะยิ่งช่วยให้ภาพรวมของแว่นดูบางและมีน้ำหนักสมดุล วิธีการนี้ใช้ได้ผลดีกับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นตั้งแต่ -4.00 ไดออปเตอร์ ขึ้นไป โดยเฉพาะเมื่อเลือกกรอบทรงมนที่มีความกว้างหน้าเลนส์ไม่เกิน 50 มิลลิเมตร ค่ะ
-
เลือกกรอบแว่นที่มีแป้นจมูก
เลือกกรอบแว่นที่มีแป้นจมูกแยกออกมาช่วยแก้ปัญหาแว่นไหลตกในกลุ่มคนที่มีค่าแว่นสายตาสั้นมากได้โดยตรง เพราะเลนส์สายตาสั้นที่มีค่าสูงมักมีขอบหนาและมีน้ำหนักถ่วงไปด้านหน้าค่อนข้างมาก การมีขาแป้นจมูกจะช่วยกระจายแรงกดไม่ให้รวมอยู่ที่จุดเดียวแต่ใช้พื้นที่บนสันจมูกรับน้ำหนักร่วมกัน ทำให้แว่นยังคงตำแหน่งเดิมแม้จะก้มหน้าหรือเคลื่อนไหวตัวบ่อย ๆ
แป้นจมูกชนิดซิลิโคนนิ่มมักเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเพราะมีความหนืดช่วยยึดเกาะผิวหนังได้ดีกว่ากรอบพลาสติกเนื้อเรียบที่ไม่มีแป้น ซึ่งคุณสมบัตินี้ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดสำหรับผู้ที่มีเนื้อสันจมูกน้อยหรือมีเหงื่อออกง่าย
-
ช่วยรักษาระยะห่างระหว่างดวงตากับหน้าเลนส์ให้คงที่ตลอดเวลา
-
ปรับดัดองศาขาแว่นให้เข้ากับส่วนโค้งของจมูกแต่ละคนได้ละเอียด
-
ป้องกันขอบเลนส์ด้านล่างชนพวงแก้มขณะยิ้มหรือพูดคุย
การปรับแต่งขาแป้นจมูกให้รับกับสรีระช่วยให้จุดกึ่งกลางเลนส์ตรงกับรูม่านตาเสมอ ส่งผลให้การมองเห็นคมชัดและลดอาการปวดตาจากการมองผ่านจุดที่คลาดเคลื่อนได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องใส่แว่นสายตาสั้นมากค่ะ
ทำความเข้าใจการเลือกกรอบ : เลือกกรอบแว่นให้เข้ากับบุคลิก
เลนส์แว่นสายตาสั้น ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ แพงไหม ?
ราคาเลนส์แว่นสายตาสั้นเริ่มต้นที่ประมาณ 300 ถึง 600 บาท สำหรับเลนส์มัลติโค้ตธรรมดาแบบมาตรฐาน แต่ถ้าต้องการฟังก์ชันเสริมหรือค่าสายตาที่ซับซ้อนขึ้น ราคาสามารถขยับไปได้ตั้งแต่ 1,500 บาท จนถึงหลักหมื่นบาทตามเทคโนโลยีการผลิต ความแพงของเลนส์ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติเฉพาะตัวเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นความบางของวัสดุหรือประเภทการเคลือบผิวเลนส์ที่ช่วยให้การมองเห็นคมชัดขึ้น
| ประเภทเลนส์ | ราคาเริ่มต้น (บาท) | จุดเด่น |
|---|---|---|
| เลนส์มัลติโค้ตทั่วไป | 300 – 800 | ตัดแสงสะท้อนและทำความสะอาดง่าย |
| เลนส์กรองแสงสีฟ้า | 900 – 2,500 | ลดความล้าจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ |
| เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติ | 1,800 – 4,500 | ปรับความเข้มเลนส์เมื่อออกแดดเพื่อกันแสง |
| เลนส์ย่อบาง (Index 1.6 ขึ้นไป) | 2,000 – 6,000 | ช่วยลดความหนาของขอบเลนส์และน้ำหนัก |
สำหรับคนที่เลือกกรอบแว่นสายตาสั้นมากที่มีค่าสายตาเยอะตั้งแต่ -4.00 ขึ้นไป มักมีความจำเป็นต้องเพิ่มงบเพื่อเปลี่ยนไปใช้เลนส์ย่อบางกลุ่ม High Index เพื่อให้หน้าเลนส์ดูสวยงามและไม่ล้นกรอบแว่นจนเกินไป การลงทุนกับเลนส์ที่มีเทคโนโลยีตัดแสงสะท้อนหรือเคลือบสารกันรอยขีดข่วนชั้นสูงจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานกว่าปกติ 1 ถึง 2 ปี ซึ่งความคุ้มค่านี้ควรพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเป็นหลักค่ะ
ดูช่วงราคาเลนส์แต่ละยี่ห้อ : ราคาเลนส์แว่นตาแต่ละประเภท
วิธีดูแลทั้งดวงตาและ เลนส์แว่นสายตาสั้น ให้ใช้งานได้นาน
การรักษาสมดุลระหว่างการปรับพฤติกรรมการใช้สายตากับการทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างถูกวิธี ช่วยให้ใช้งานแว่นสายตาสั้นได้นานและลดภาระของดวงตาไปพร้อมกัน
-
สวมและถอดแว่นด้วยสองมือเสมอ เพื่อรักษาความสมดุลของขาแว่นไม่ให้บิดเบี้ยวจนจุดโฟกัสเลนส์เคลื่อนที่ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักเกินไปจากการพยายามปรับจูนภาพที่เบลอ
-
ล้างเลนส์ด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำยาล้างจานเจือจาง เพื่อขจัดคราบไขมันจากผิวหนังและเครื่องสำอางที่สะสมอยู่ตามร่องกรอบแว่น จากนั้นซับด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดเท่านั้นเพื่อเลี่ยงรอยขีดข่วนจากฝุ่น
-
ปฏิบัติตามกฎ 20-20-20 ด้วยการพักสายตาจากหน้าจอทุก 20 นาที โดยมองไปที่ระยะ 20 ฟุตเป็นเวลา 20 วินาที เพื่อบรรเทาอาการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่เกิดจากการเพ่งระยะใกล้เป็นเวลานาน
-
เก็บแว่นในกล่องแข็งทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อป้องกันแรงกดทับและลดความเสี่ยงที่เลนส์จะสัมผัสกับความร้อนสูงหรือสารเคมีจากน้ำหอมซึ่งอาจทำให้สารเคลือบผิวเลนส์ลอกตัว
ควรนำแว่นเข้าไปเช็คความสมมาตรของกรอบและตรวจวัดค่าสายตาซ้ำทุก 6-12 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าแว่นที่สวมใส่ยังคงรับกับสภาพดวงตาจริงในปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดอาการปวดกระบอกตาเพิ่มขึ้นจากการใช้ค่าสายตาที่ไม่ตรงจุดค่ะ
สรุป
การเลือก แว่นสายตาสั้น คุณภาพดีต้องคำนึงถึงค่าดัชนีหักเหแสงของเลนส์ให้สัมพันธ์กับค่าสายตาเพื่อควบคุมความหนาและน้ำหนักไม่ให้กดทับสันจมูกเกินไป การเลือกกรอบแว่นที่จุดกึ่งกลางตาดำตรงกับจุดโฟกัสของเลนส์มีผลอย่างมากต่อความชัดเจนและความสบายตาขณะใช้ชีวิตประจำวัน การตรวจวัดสายตาซ้ำทุก 6 ถึง 12 เดือนเพื่อให้เลนส์ที่ใช้รองรับการเปลี่ยนแปลงของดวงตาได้ตรงตามความเป็นจริง
ถ้าคุณรู้สึกว่าต้องหรี่ตาบ่อยหรือมองเห็นไม่ชัดในที่แสงน้อย สามารถนัดวัดสายตาฟรีกับนักทัศนมาตรที่ ORRA ทุกสาขา หรือทักผ่าน Line OA @orraoptometrist เพื่อรับคำแนะนำเลนส์ที่เหมาะกับค่าสายตาและไลฟ์สไตล์ของคุณ เช่น เลนส์ลดแสงสะท้อนหรือเลนส์กรองแสงสีฟ้าสำหรับคนทำงานหน้าจอ การเปลี่ยนเลนส์ใหม่ให้ตรงกับค่าสายตาปัจจุบันช่วยลดอาการปวดกระบอกตาและทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนในการทำงานได้จริงค่ะ
ทำความเข้าใจค่าสายตาสั้น : สายตาสั้น 100 ภาพที่เห็นเป็นอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แว่นสายตาสั้น -4.00 ขึ้นไป ควรเลือกเลนส์ Index เท่าไหร่ ?
สำหรับค่าสายตา -4.25 ถึง -8.00 ควรเลือกเลนส์ Index 1.67 (Super Thin) ที่บางลงประมาณ 35% เทียบกับเลนส์มาตรฐาน Index 1.50 ส่วนค่าสายตาตั้งแต่ -8.25 ขึ้นไปควรเลือก Index 1.74 (Ultra Thin) ที่บางลงกว่า 50% เพื่อลดน้ำหนักเลนส์และลดแรงกดทับสันจมูก ทั้งนี้นักทัศนมาตรจะประเมินค่าจริงจากสายตาทั้งสองข้าง รวมถึงค่าเอียงและ PD เพื่อแนะนำ Index ที่ตรงที่สุด
เลนส์ High Index แพงกว่าเลนส์มาตรฐานคุ้มไหม ?
คุ้มสำหรับคนที่มีค่าสายตาสั้นเกิน -4.00 ขึ้นไป เพราะเลนส์มาตรฐาน Index 1.50 จะหนาและหนักจนกรอบแว่นไหลลงและขอบเลนส์ยื่นพ้นกรอบจนเสียบุคลิก เลนส์ High Index ช่วยให้แว่นเบาขึ้น ใส่สบายตลอดวัน และเลือกกรอบได้หลากหลายขึ้น ส่วนคนที่มีค่าสายตาสั้นต่ำกว่า -2.00 เลนส์มาตรฐานก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม
ใส่แว่นสายตาสั้นแล้วเห็นภาพรอบข้างบิดเบี้ยว เกิดจากอะไร ?
เกิดจากความหนาของเลนส์ที่ขอบ ทำให้แสงหักเหไม่สม่ำเสมอเมื่อมองผ่านบริเวณนอกจุดกึ่งกลาง รวมถึงการจัดวางจุดศูนย์กลางเลนส์ที่ไม่ตรงกับรูม่านตา (PD ไม่ถูกต้อง) แก้ได้ด้วยการเลือกเลนส์โครงสร้าง Aspheric ที่ลดความหนาขอบและเพิ่มพื้นที่การมองคมชัด หรือพากลับไปวัด PD ใหม่กับนักทัศนมาตรเพื่อตรวจสอบว่าตำแหน่งเลนส์ตรงกับตาจริงหรือไม่
กรอบทรงไหนเหมาะกับคนสายตาสั้นมาก ?
กรอบทรงมนหรือสี่เหลี่ยมโค้งที่มีความกว้างหน้าเลนส์ไม่เกิน 50 มิลลิเมตร และมีขอบพลาสติกหนา 4 ถึง 6 มิลลิเมตร จะช่วยพรางความหนาของเลนส์ High Index ได้ดี วัสดุอะซิเตต (Acetate) เป็นตัวเลือกที่นิยม เพราะขอบหนาช่วยซ่อนสันเลนส์ที่หนากว่าตรงกลางได้แนบเนียน หลีกเลี่ยงกรอบโลหะเส้นเล็กหรือกรอบไร้กรอบ (rimless) เพราะจะทำให้เห็นความหนาของเลนส์ชัด
เลือกแว่นสายตาสั้นทำงานหน้าจอนาน ๆ ใช้เลนส์อะไร ?
ควรเลือกเลนส์กรองแสงสีฟ้า (Blue Block) ที่ลดทอนแสงสีฟ้าจากหน้าจอช่วงคลื่นพลังงานสูง ช่วยลดอาการตาล้าและปวดศีรษะหลังทำงานนาน ๆ ถ้าค่าสายตาสั้นสูงด้วย สามารถผสมคุณสมบัติได้โดยสั่งเลนส์ High Index 1.67 + Blue Block ในเลนส์เดียว เพื่อให้ได้ทั้งความบางและฟังก์ชันกรองแสงพร้อมกัน
ควรเปลี่ยนเลนส์แว่นสายตาสั้นทุกกี่ปี ?
โดยทั่วไปเลนส์มีอายุการใช้งานประมาณ 1 ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับสารเคลือบและพฤติกรรมการใช้งาน แต่ควรพากลับไปตรวจวัดสายตาทุก 6 ถึง 12 เดือน เพื่อดูว่าค่าสายตาเปลี่ยนหรือไม่ ถ้าค่าสายตาเพิ่มขึ้นเกิน 0.50 ไดออปเตอร์ ควรเปลี่ยนเลนส์ใหม่เพื่อให้การมองเห็นกลับมาคมชัดและลดภาระดวงตา ถ้าค่าสายตาคงที่และเลนส์ยังไม่มีรอยขีดข่วนรบกวน สามารถใช้ต่อได้
หมายเหตุ: เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเลือกเลนส์สายตาสั้น ไม่สามารถทดแทนการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร ค่าสายตาที่แท้จริงและคำแนะนำเฉพาะบุคคลควรได้รับจากการตรวจที่ศูนย์เลนส์โปรเกรสซีฟหรือคลินิกที่มีนักทัศนมาตรประจำการ เพื่อให้เลนส์ที่เลือกตอบโจทย์ค่าสายตา รูปหน้า และไลฟ์สไตล์ของคุณได้ตรงที่สุดค่ะ
