เผยแพร่เมื่อ 2 ตุลาคม 2026
คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้
-
แว่นตาญี่ปุ่น กรอบแว่นตางานฝีมือที่บางแบรนด์ผ่านขั้นตอนการผลิตด้วยมือถึง 200 ขั้นตอน ได้ความสมดุลและคุณภาพระดับสากล
-
เมืองซาบาเอะ (Sabae) ศูนย์กลางการผลิตแว่นตาชั้นนำของโลก แหล่งกำเนิดนวัตกรรมการผลิตกรอบแว่นไทเทเนียมแห่งแรก
-
โครงสร้าง Asian Fit ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของคนเอเชีย แป้นจมูกรับสันจมูกได้พอดี ขาแว่นโอบกระชับโดยไม่กดทับขมับ
-
วัสดุคุณภาพทำมาจาก Titanium คุณภาพสูงน้ำหนักเบา และ Japanese Acetate ที่มีเนื้อเงางามและลวดลายลึกมีมิติ
ในแวดวงทัศนศาสตร์ระดับโลก ถ้าพูดถึงกรอบแว่นตาที่ผสมผสานความประณีต ความทนทาน และความสบายในการสวมใส่ ชื่อของ แว่นตาญี่ปุ่น ก็เป็นตัวเลือกลำดับแรกที่ผู้คนนึกถึงเสมอเมื่อต้องตัดสินว่ากรอบแว่นยี่ห้อไหนดี ด้วยชื่อเสียงด้านความพิถีพิถันและการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด แว่นตาจากญี่ปุ่นจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของงานศิลปะบนใบหน้าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
บทความนี้จาก ORRA จะพาไปดูมนต์เสน่ห์ของแว่นตาญี่ปุ่น ตั้งแต่ประวัติศาสตร์และแหล่งผลิตระดับตำนาน คุณสมบัติที่ครองใจผู้ใช้งาน โครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อคนเอเชียเป็นการเฉพาะ จนถึงเคล็ดลับการเลือกแว่นตาญี่ปุ่นแท้ เพื่อให้คุณได้กรอบแว่นตาที่สะท้อนตัวตนได้ลงตัวค่ะ
จุดเด่นและเอกลักษณ์ของ แว่นตาญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับระดับสากล
ความโดดเด่นของแว่นตาญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการหลอมรวมขององค์ประกอบ 4 ด้าน ที่ทำให้กรอบแว่นทุกคู่มีมาตรฐานต่างจากงานทั่วไป
-
งานฝีมือช่างศิลป์ชั้นสูง (Monozukuri & Takumi Craftsmanship) กรอบแว่นตาญี่ปุ่นจำนวนมากยังคงใช้ทักษะของช่างฝีมือระดับครู (Takumi) ในขั้นตอนที่ต้องการความละเอียดอ่อน เช่น การขัดเงาด้วยมือ การฝังหมุดยึดบานพับ และการปรับดัดโครงสร้าง ซึ่งเครื่องจักรไม่สามารถทดแทนสัมผัสอันประณีตนี้ได้
-
ความแม่นยำระดับไมครอน (Micron-Level Precision) ทุกชิ้นส่วน ตั้งแต่ข้อต่อ บานพับ จนถึงสกรูตัวเล็ก ๆ ผลิตและประกอบด้วยความแม่นยำสูง ส่งผลให้โครงสร้างแข็งแรง บานพับเปิดปิดได้นุ่มนวล และทนทานต่อการสึกหรอ
-
ปรัชญาความงามแบบมินิมอล (Minimalist Aesthetic) เส้นสายของแว่นตาญี่ปุ่นเน้นความเรียบง่าย คลาสสิกเหนือกาลเวลา ไม่เน้นโลโก้ขนาดใหญ่ แต่เน้นความงามของสัดส่วน ลวดลายที่ซ่อนอยู่ และการเล่นระดับของพื้นผิววัสดุ
-
ความทนทานและอายุการใช้งาน ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียมและเทคนิคการชุบเคลือบผิวขั้นสูง ทำให้กรอบแว่นทนทานต่อการกัดกร่อนจากเหงื่อและสภาพอากาศ ใช้งานได้หลายปีโดยไม่เสียรูปทรง
ซาบาเอะ (Sabae, Fukui) เมืองหลวงแห่งแว่นตาญี่ปุ่น
ถ้าต้องการทำความเข้าใจแว่นตาญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ต้องเริ่มต้นที่เมือง ซาบาเอะ (Sabae) ในจังหวัดฟุกุอิ (Fukui) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรอบแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ผลิตแว่นตาคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 95% ของการผลิตในประเทศ และป้อนกรอบแว่นให้ตลาดโลกคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของความต้องการทั้งหมดค่ะ
ประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นแห่งเมืองแว่นตาญี่ปุ่น
ย้อนกลับไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ในช่วงฤดูหนาว เกษตรกรในเมืองซาบาเอะไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้เนื่องจากหิมะตกหนัก ในปี ค.ศ. 1905 มาซูนากะ โกซาเอมอน (Gozaemon Masunaga) ได้ริเริ่มนำช่างฝีมือทำแว่นตาจากโอซาก้าและโตเกียวมาฝึกสอนชาวบ้าน เพื่อสร้างอาชีพเสริมในช่วงฤดูหนาว
จากการเริ่มต้นผลิตแว่นตาทรงเรียบง่ายในครัวเรือน ชาวเมืองซาบาเอะได้ค่อย ๆ สั่งสมและพัฒนาทักษะเฉพาะทางในแต่ละกระบวนการ จนเกิดเป็นระบบเครือข่ายโรงงานขนาดเล็กที่ชำนาญเฉพาะด้าน (Division of Labor) ทำงานประสานกันลงตัวค่ะ
นวัตกรรมกรอบแว่นไทเทเนียมแห่งแรกของโลก
จุดเปลี่ยนระดับประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในทศวรรษที่ 1980 เมื่อช่างฝีมือและวิศวกรในเมืองซาบาเอะประสบความสำเร็จในการคิดค้นเทคโนโลยีการแปรรูปและเชื่อมโลหะไทเทเนียม (Titanium Processing Technology) เพื่อผลิตเป็นกรอบแว่นตาได้เป็นแห่งแรกของโลก ความสำเร็จนี้ได้ปฏิวัติวงการแว่นตาทั่วโลก ทำให้แว่นตามีน้ำหนักเบาลงมากและไม่เป็นสนิม
วัสดุที่ใช้ผลิตแว่นตาญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง ?
หัวใจหลักที่ทำให้แว่นตาญี่ปุ่นได้รับการยอมรับในระดับสากล คือความพิถีพิถันในการคัดสรรและพัฒนาวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นผสมผสานระหว่างนวัตกรรมโลหะวิทยาขั้นสูงของกรอบแว่นไทเทเนียม เข้ากับศาสตร์การบ่มวัสดุธรรมชาติแบบดั้งเดิม เพื่อให้ได้กรอบแว่นที่น้ำหนักเบา ทนทาน และคงรูปได้นาน วัสดุหลัก 5 ชนิดที่ใช้ผลิตมีคุณสมบัติต่างกันดังนี้ค่ะ
| วัสดุ | คุณลักษณะเด่น | ประโยชน์ต่อผู้สวมใส่ |
|---|---|---|
| Pure Titanium | ไทเทเนียมบริสุทธิ์ แข็งแกร่งสูง ไม่เป็นสนิม | เบากว่าสแตนเลสประมาณ 43% ไม่ระคายเคืองผิว เหมาะกับคนแพ้โลหะ |
| Beta Titanium (β-Titanium) | โลหะผสมไทเทเนียมที่มีความยืดหยุ่นสูงพิเศษ | ขาแว่นโอบรับใบหน้า ยืดหยุ่น ไม่บีบขมับ คืนรูปได้ดี |
| Japanese Acetate | พลาสติกจากเยื่อไม้ธรรมชาติ บ่มแห้งยาวนาน | เนื้อสัมผัสแน่น เงางาม ลวดลายลึก ไม่หดตัวหรือบิดเบี้ยว |
| Celluloid | วัสดุดั้งเดิมที่ต้องใช้ช่างฝีมือขัดด้วยมือ | ผิวสัมผัสนุ่มนวล ให้ความเงางามลึกเป็นเอกลักษณ์ |
| Sun Platinum Metal (SPM) | โลหะผสมนิกเกิลกับโครเมียมที่คิดค้นในญี่ปุ่น ชื่อมีคำว่า Platinum แต่ไม่มีแพลทินัมผสม | ทนการกัดกร่อน ไม่หมอง เงางามคล้ายแพลทินัม ผู้แพ้นิกเกิลควรเลี่ยง |
ทำไมแว่นตาญี่ปุ่นถึงสวมใส่สบายที่สุดสำหรับคนเอเชีย (Asian Fit)
ปัญหาที่คนเอเชียส่วนใหญ่พบเมื่อสวมแว่นตาจากแบรนด์ฝั่งยุโรปหรืออเมริกาคือ แว่นลื่นไหลหล่นจากดั้งจมูก ขอบล่างของกรอบชนโหนกแก้ม หรือขาแว่นบีบขมับจนเกิดอาการปวดศีรษะ แว่นตาญี่ปุ่นจึงออกแบบภายใต้หลักสรีรศาสตร์ Asian Fit เพื่อตอบโจทย์โครงสร้างใบหน้าของคนเอเชียเป็นการเฉพาะ มีองค์ประกอบการออกแบบหลัก 4 ข้อดังนี้ค่ะ
-
สะพานแว่นและแป้นจมูกที่ยกสูง (Elevated Nose Pads) สรีระของคนเอเชียมีสันจมูกต่ำกว่า แว่นตาญี่ปุ่นจึงออกแบบแป้นจมูกให้มีความสูงและมุมองศาที่กระชับกับแนวดั้งจมูก ป้องกันการลื่นไหล
-
มุมเทหน้าแว่นที่เหมาะสม (Pantoscopic Tilt) ปรับมุมเทของหน้าแว่นไม่ให้เอียงลาดจนเกินไป ทำให้ขอบล่างของกรอบไม่ชนหรือกดทับโหนกแก้มขณะยิ้มหรือพูดคุย
-
ความโค้งของหน้าแว่นที่แบนกว่า (Flatter Base Curve) โครงหน้าคนเอเชียมีลักษณะแบนกว้าง กรอบแว่นจึงมีความโค้งด้านหน้าที่ลดลง เพื่อให้เลนส์อยู่ในระนาบที่พอดีกับดวงตาทั้งสองข้าง
-
ขาแว่นที่โค้งโอบรับศีรษะ (Ergonomic Temples) ออกแบบขาแว่นให้มีความยาวและส่วนโค้งที่โอบรับรอบกะโหลกศีรษะอย่างสมดุล กระจายน้ำหนักได้ทั่ว ไม่สร้างแรงกดทับบริเวณหลังใบหูและขมับ
สไตล์และดีไซน์ของแว่นตาญี่ปุ่นที่คนเลือกมากที่สุด
การออกแบบแว่นตาของญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผสานความเรียบง่ายตามปรัชญามินิมอล เข้ากับความประณีตของลวดลายสลักแบบดั้งเดิม ทำให้กรอบแว่นตาสวยเหนือกาลเวลา และเลือกกรอบแว่นตามรูปหน้าได้ง่ายขึ้น เพราะเส้นสายไม่ตีกับโครงหน้าแบบไหนเลย โดยสไตล์ที่คนเลือกมากที่สุดมี 3 กลุ่ม
-
สไตล์วินเทจคลาสสิก (Classic Vintage) ดีไซน์ทรงกลม ทรงหยดน้ำ (Boston) หรือทรงเหลี่ยมมน (Wellington) ที่ใช้วัสดุผสมผสานระหว่าง Acetate และโลหะสลักลายโบราณ ให้กลิ่นอายย้อนยุคดูภูมิฐาน
-
สไตล์มินิมอลเส้นบาง (Minimalist Wireframe) กรอบโลหะไทเทเนียมเส้นบางพิเศษ ทรงเรียบหรู ดูสะอาดตา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคที่ดูสุภาพ เป็นมืออาชีพ และเบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่แว่น
-
สไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย (Contemporary Modern) ผสมผสานรูปทรงเรขาคณิตเข้ากับโทนสีที่ทันสมัย ให้ความรู้สึกโดดเด่น มีสไตล์เฉพาะตัว
วิธีสังเกตและเลือกซื้อกรอบแว่นตาญี่ปุ่นแท้
เมื่อกรอบแว่นตาญี่ปุ่นเป็นที่ต้องการในตลาดสูง ก็มีสินค้าลอกเลียนแบบหรือแว่นที่ผลิตตามกระแสออกมาเป็นจำนวนมาก การเลือกซื้อกรอบแว่นตาญี่ปุ่นแท้จากเมืองซาบาเอะที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล จึงต้องดูความประณีตของงานฝีมือ รายละเอียดของข้อความสลัก และความสมดุลของตัวแว่น โดยมีจุดสังเกต 4 ข้อที่ควรตรวจก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ
-
ข้อความระบุแหล่งผลิต แว่นตาญี่ปุ่นแท้จะสลักข้อความไว้อย่างประณีต เช่น Made in Japan หรือ Handmade in Japan หรือระบุเมือง Sabae/Fukui ที่บริเวณด้านในขาแว่นหรือสะพานแว่น
-
ความเรียบเนียนของผิวสัมผัสและรอยต่อ ตรวจสอบรอยเชื่อมโลหะและความเงางามของพลาสติก งานแท้จะมีรอยต่อที่เรียบเนียน ไร้เสี้ยนคม และเนื้อวัสดุมีความแน่นสม่ำเสมอ
-
น้ำหนักและความสมดุล เมื่อหยิบจับจะรู้สึกได้ถึงความเบาแต่มั่นคง น้ำหนักของกรอบแว่นด้านหน้ากับขาแว่นถูกถ่วงสมดุลไว้ลงตัว
-
เลือกซื้อจากศูนย์แว่นตาที่ได้มาตรฐาน ควรเลือกซื้อจากร้านหรือคลินิกแว่นตาที่นำเข้ากรอบแว่นตาญี่ปุ่นโดยตรง มีการรับประกันสินค้า และมีนักทัศนมาตรคอยดูแลการปรับแต่งให้เข้ากับสรีระใบหน้า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับแว่นตาญี่ปุ่น
แว่นตาญี่ปุ่นมีราคาประมาณเท่าไหร่ ?
กรอบแว่นตาญี่ปุ่นแท้จากเมืองซาบาเอะ มีหลายระดับราคาตามแบรนด์ วัสดุที่ใช้ และความซับซ้อนของงานฝีมือ กรอบที่ขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรเป็นหลักจะอยู่ระดับเริ่มต้น ส่วนกรอบที่ผ่านงานสลักมือหรือใช้โลหะมีค่าจะสูงขึ้นไปตามชั่วโมงงานช่าง ทางร้านแจ้งราคารายรุ่นได้เมื่อเข้ามาลองที่สาขาค่ะ
แว่นตาญี่ปุ่นเหมาะกับการตัดเลนส์โปรเกรสซีฟหรือไม่ ?
เหมาะมาก เพราะกรอบแว่นโปรเกรสซีฟต้องการโครงสร้างมั่นคงแข็งแรง ซึ่งงานญี่ปุ่นทำได้ดี และดัดปรับมุมเทหน้าแว่น ระยะห่างเลนส์ กับแป้นจมูกได้ละเอียด ทำให้ตำแหน่งของเลนส์โปรเกรสซีฟคงที่ มอบคุณภาพการมองเห็นที่คมชัดทุกระยะค่ะ
ทำไมแว่นตาเซลลูลอยด์ (Celluloid) ถึงมีเฉพาะในญี่ปุ่น ?
เนื่องจากเซลลูลอยด์เป็นวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย ประเทศส่วนใหญ่จึงเลิกผลิตไป แต่ในญี่ปุ่นยังมีช่างฝีมือชั้นครูที่สืบทอดภูมิปัญญาการจัดเก็บ บ่มแห้ง และขัดแต่งเซลลูลอยด์ได้อย่างปลอดภัย ญี่ปุ่นจึงเป็นแหล่งผลิตแว่นตาเซลลูลอยด์คุณภาพสูงที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งในโลก
กรอบญี่ปุ่นกับกรอบยุโรป เลือกแบบไหนดี ?
ต่างกันที่แนวคิดการออกแบบมากกว่าคุณภาพ กรอบญี่ปุ่นวางสัดส่วนจากโครงหน้าคนเอเชียเป็นตัวตั้ง สันจมูกที่ไม่สูงและโหนกแก้มกว้างจึงรับกับกรอบได้พอดีตั้งแต่ยังไม่ปรับ ส่วนกรอบยุโรปออกแบบจากโครงหน้าฝั่งตะวันตกที่สันจมูกสูงกว่า เวลาใส่จึงต้องพึ่งการปรับแป้นจมูกมากกว่า ทั้งสองแบบใส่ได้ดีถ้าผ่านการปรับโดยคนที่ชำนาญ
กรอบไทเทเนียมญี่ปุ่นดัดปรับได้ไหมถ้าใส่แล้วหลวม ?
ดัดได้ แต่ต้องให้ร้านที่มีเครื่องมือเฉพาะเป็นคนทำ เพราะไทเทเนียมคืนตัวต่างจากโลหะทั่วไป การออกแรงดัดเองมีโอกาสทำให้จุดเชื่อมล้าจนหักได้ กรอบกลุ่มที่ใช้ไทเทเนียมยืดหยุ่นพิเศษยิ่งต้องใช้เทคนิคเฉพาะ เวลารู้สึกว่าขาแว่นหลวมหรือเอียง ให้กลับไปที่ร้านแทนการจัดเอง
รู้ได้อย่างไรว่ากรอบที่ซื้อผลิตที่ซาบาเอะจริง ?
ดูจากข้อความสลักบนตัวกรอบเป็นอันดับแรก งานจากซาบาเอะมักระบุ Made in Japan หรือชื่อเมืองไว้ที่ด้านในขาแว่น จากนั้นดูที่บานพับกับรอยต่อว่าเรียบเนียนไม่มีเสี้ยน และลองเปิดปิดขาแว่นดูว่าฝืดสม่ำเสมอทั้งสองข้าง อีกทางที่ตรวจได้คือซื้อจากร้านที่นำเข้าโดยตรงและมีใบรับประกันจากผู้จัดจำหน่ายกำกับมาด้วย
แบรนด์แว่นตาญี่ปุ่นที่ลองได้จริงที่ ORRA
การอ่านเรื่องงานฝีมือของแว่นตาญี่ปุ่นช่วยให้รู้ว่าควรมองหาอะไร แต่สิ่งที่ตัดสินว่ากรอบคู่นั้นใช่หรือไม่ คือการได้หยิบจับและลองใส่บนใบหน้าตัวเอง ที่ ORRA มีกรอบแว่นสัญชาติญี่ปุ่นให้เลือกลอง 3 แบรนด์
-
MATSUDA แบรนด์ญี่ปุ่นที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น เด่นเรื่องงานสลักลวดลายด้วยมือบนตัวกรอบ ใช้ทั้งไทเทเนียม เงินสเตอร์ลิง และทองคำ 18K กับ 22.5K เหมาะกับคนที่มองหากรอบที่มีรายละเอียดงานช่างให้ดู
-
LineArt CHARMANT จุดเด่นอยู่ที่ความยืดหยุ่นของขาแว่นที่ดัดแล้วคืนรูปได้ดี น้ำหนักเบาจนแทบไม่รู้สึกว่าใส่อยู่ เหมาะกับคนที่ต้องใส่แว่นทั้งวันและเคยเจอปัญหาขาแว่นบีบขมับ
-
Seiko ใช้ไทเทเนียมกับอะลูมิเนียมอัลลอยเป็นหลัก ดีไซน์คลาสสิกที่ใส่ได้ทุกโอกาส เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากได้งานญี่ปุ่นในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ากลุ่มงานสลักมือ
นักทัศนมาตรที่ร้านจะวัดความกว้างหน้าแว่นให้รับกับโหนกแก้ม ดูตำแหน่งกึ่งกลางตาดำ ปรับมุมเทหน้าแว่นกับแป้นจมูก แล้ววัดความสูงช่องมองว่ารองรับเลนส์ที่เลือกไหม ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำให้กรอบญี่ปุ่นแสดงข้อดีเรื่องความพอดีออกมาได้เต็มที่ นัดเข้ามาลองกรอบแว่นล่วงหน้าได้ทุกสาขาค่ะ
ดูช่วงราคาแต่ละแบรนด์ : ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟทุกแบรนด์ที่ ORRA
สรุป
แว่นตาญี่ปุ่นคือผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณแห่งงานฝีมือดั้งเดิมจากเมืองซาบาเอะ (Sabae) นวัตกรรมวัสดุศาสตร์ชั้นนำ และความเข้าใจในสรีรศาสตร์ระดับลึก ทำให้กรอบแว่นตาจากญี่ปุ่นไม่ได้เป็นแค่เครื่องประดับบนใบหน้า แต่เป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตและความสบายตาในระยะยาว จุดเด่นสำคัญที่ทำให้แว่นตาญี่ปุ่นคุ้มค่าแก่การเลือกใช้ ได้แก่
-
ความสบายที่ตอบโจทย์คนเอเชีย (Asian Fit) ออกแบบแป้นจมูก มุมเทหน้าแว่น และขาแว่นให้โอบรับโครงหน้าได้สมดุล หมดปัญหาแว่นลื่นไหล ขอบแว่นชนแก้ม หรือบีบขมับ
-
ความทนทานและน้ำหนักเบาจากวัสดุชั้นเลิศ โดดเด่นด้วย Titanium แท้คุณภาพสูง และ Japanese Acetate หรือ Celluloid ที่ผ่านการบ่มขัดเงามาอย่างประณีต
-
โครงสร้างมั่นคง แม่นยำต่อทุกค่าสายตา มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง รองรับการประกอบทั้งเลนส์สายตาทั่วไปกับเลนส์โปรเกรสซีฟ ช่วยให้จุดโฟกัสคงที่และมองเห็นได้อย่างคมชัด
การเลือกแว่นตาคู่ใจต้องดูทั้งคุณภาพของกรอบแว่นและความพอดีกับสรีระใบหน้า การได้ทดลองสวมจริงและให้นักทัศนมาตรฟิตติ้งโครงสร้างแว่นให้ละเอียด จะช่วยให้คุณได้กรอบแว่นตาญี่ปุ่นที่มอบคุณภาพการมองเห็นที่ดี ควบคู่ไปกับความมั่นใจในทุกกิจกรรมค่ะ
บทความนี้ให้ข้อมูลด้านวัสดุและงานผลิตของกรอบแว่นเพื่อใช้ประกอบการเลือกซื้อเท่านั้น ส่วนค่าสายตา ชนิดเลนส์ และขนาดกรอบที่พอดีกับใบหน้าแต่ละคน ควรให้นักทัศนมาตรตรวจวัดก่อนตัดสินใจ ผู้ที่มีประวัติแพ้โลหะควรแจ้งก่อนเลือกกรอบทุกครั้ง เพราะโลหะผสมบางชนิดที่ใช้ในวงการแว่นตามีนิกเกิลเป็นส่วนประกอบ และหากมีอาการผิดปกติของดวงตา เช่น ตาแดง ปวดตา หรือการมองเห็นลดลงกะทันหัน ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยตรง
