รูม่านตาขยาย คืออะไร ? สาเหตุ อาการ และเมื่อไรต้องพบแพทย์

นักทัศนมาตรตรวจดวงตาลูกค้าด้วยเครื่องตรวจตา Rodenstock ในศูนย์ ORRA

คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้

  • รูม่านตาขยาย คือภาวะที่ช่องรับแสงกลางม่านตามีขนาดกว้างกว่า 4 มิลลิเมตรในสภาพแสงสว่าง ส่งผลให้แสงเข้าสู่ดวงตามากผิดปกติ เกิดอาการตาพร่ามัว แพ้แสง และมองใกล้ไม่ชัดเจน

  • รูม่านตาทำหน้าที่เป็นม่านรับแสง (Aperture) ปรับเปลี่ยนขนาดตั้งแต่ 2-8 มิลลิเมตร ผ่านการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ เพื่อคุมปริมาณแสงที่ส่องไปยังจอประสาทตาและเพิ่มระยะชัดลึกของภาพ

  • สาเหตุของรูม่านตาขยายเกิดได้จากการอยู่ในที่มืด อารมณ์ตกใจหรือตื่นเต้น การใช้ยาหยอดตาขยายม่านตา ยาแก้แพ้ สารเสพติด ไปจนถึงรอยโรคทางระบบประสาทและอุบัติเหตุกระทบกระแทกที่ดวงตา

  • การสวมแว่นกันแดดที่กันรังสี UV400 เมื่อต้องออกกลางแจ้ง เลี่ยงการขับขี่ขณะรูม่านตายังไม่หดกลับ และรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ หรือรูม่านตาขยายเพียงข้างเดียว


ภาวะรูม่านตาขยาย เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายที่ตอบสนองต่อสภาวะแวดล้อมและอารมณ์ แต่ในบางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางตาหรือความผิดปกติภายในระบบประสาท รวมถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด

บทความนี้จาก ORRA จะอธิบายว่ารูม่านตาทำหน้าที่อะไรในระบบการมองเห็น กลไกที่ทำให้รูม่านตาขยาย อาการที่พบได้ สาเหตุทั่วไปและสาเหตุทางการแพทย์ พร้อมวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเกิดภาวะนี้ เพื่อการดูแลสุขภาพดวงตาอย่างถูกวิธีค่ะ

สารบัญเนื้อหา แสดง

รูม่านตาคืออะไร และรูม่านตาทำหน้าที่อะไรในระบบการมองเห็น ?

รูม่านตา (Pupil) คือช่องกลมสีดำที่อยู่บริเวณกึ่งกลางของม่านตา (Iris) แท้จริงแล้วรูม่านตาไม่ใช่โครงสร้างเนื้อเยื่อทึบ แต่เป็นช่องเปิดที่ยอมให้แสงจากภายนอกเดินทางผ่านเข้าสู่เลนส์ตาและส่งต่อไปยังจอประสาทตา (Retina) สาเหตุที่มองเห็นเป็นสีดำเนื่องจากเนื้อเยื่อภายในลูกตามีการดูดซับแสงเกือบทั้งหมดไว้

รูม่านตาทำหน้าที่อะไร ?

หน้าที่หลักของรูม่านตาคล้ายรูรับแสง (Aperture) ของกล้องถ่ายรูป มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพการมองเห็น 3 อย่างดังนี้ค่ะ

  1. ควบคุมปริมาณแสงเข้าสู่ดวงตา ปรับขนาดให้เล็กลงเหลือประมาณ 2-4 มม. เมื่ออยู่ในที่สว่างจ้า (Photopic) เพื่อปกป้องเซลล์จอประสาทตา และขยายกว้างขึ้นเป็น 4-8 มม. ในที่มืดหรือแสงสลัว (Scotopic) เพื่อรับแสงให้มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด

  2. เพิ่มระยะชัดลึกของการมองเห็น (Depth of Field) เมื่อรูม่านตาหดตัวเล็กลง จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนของแสง (Optical Aberrations) ส่งผลให้ภาพที่มองเห็นมีความคมชัดและมีระยะชัดลึกมากขึ้น

  3. ทำงานประสานกับการเพ่งมองใกล้ (Near Reflex) เมื่อเราเปลี่ยนโฟกัสมามองวัตถุในระยะใกล้ รูม่านตาจะหดตัวลงเองพร้อมกับการเพ่งของเลนส์ตาและการดึงเข้าหากันของตาทั้งสองข้าง (Convergence)

รูม่านตาขยาย คืออะไร และมีกลไกการทำงานอย่างไร ?

ภาพดวงตาระยะใกล้ อธิบายรูม่านตาขยายที่กว้างกว่า 4-5 มม. จากระบบประสาทซิมพาเทติก

รูม่านตาขยาย (Mydriasis) คือภาวะที่รูม่านตามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างกว่าปกติ ถ้าอยู่ในสภาวะแสงสว่างปกติแล้วรูม่านตายังกว้างกว่า 4-5 มิลลิเมตร หรือไม่ตอบสนองต่อแสงไฟ ถือว่าเกิดภาวะรูม่านตาขยายผิดปกติค่ะ

กลไกการควบคุมขนาดของรูม่านตาเป็นการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อเรียบ 2 มัดบนม่านตา ซึ่งระบบประสาทอัตโนมัติเป็นตัวควบคุม (Autonomic Nervous System)

  1. ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic System) ทำหน้าที่สั่งการให้กล้ามเนื้อขยายม่านตา (Iris Dilator Muscle) ดึงรั้งตัวออก ส่งผลให้รูม่านตาเปิดกว้างขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด หรือเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะตื่นตัว สู้หรือหนี (Fight or Flight Response)

  2. ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic System) ทำหน้าที่สั่งการให้กล้ามเนื้อหูรูดม่านตา (Iris Sphincter Muscle) บีบตัวเพื่อลดขนาดรูม่านตาเมื่อมีแสงสว่างส่องเข้ามา

เมื่อเกิดความไม่สมดุลของระบบประสาททั้งสอง หรือมีสารเคมีเข้ามาขัดขวางการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูด จะส่งผลให้รูม่านตาค้างอยู่ในสภาวะขยายตัวตลอดเวลา

อาการที่พบได้บ่อยเมื่อเกิดภาวะรูม่านตาขยาย

5 อาการเตือนรูม่านตาขยายผิดปกติ ตาพร่ามัว ตาแพ้แสง แสงกระจาย ปวดกระบอกตา และกะระยะผิด

เมื่อรูม่านตาเปิดกว้างผิดปกติ แสงจะส่องผ่านเข้าสู่ดวงตาในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ผู้ที่มีภาวะรูม่านตาขยายมักพบอาการดังนี้

  • ตาพร่ามัว (Blurred Vision) โดยเฉพาะการมองในระยะใกล้และการอ่านหนังสือ เนื่องจากกลไกการเพ่งมองใกล้หยุดชะงัก

  • ตาแพ้แสงและสู้แสงไม่ได้ (Photophobia) รู้สึกเคืองตา แสบตา หรือต้องหยีตาเมื่ออยู่ในที่แจ้งหรือห้องที่มีแสงสว่างจ้า ซึ่งวิธีแก้อาการตาไม่สู้แสงจะต่างกันตามสาเหตุ

  • มองเห็นแสงกระจายรอบดวงไฟ (Glare & Halos) แสงที่เข้าสู่ขอบเลนส์ตามากเกินไปทำให้เกิดแสงฟุ้งกระจายในเวลากลางคืน และรบกวนการขับรถกลางคืนเป็นพิเศษ

  • ปวดศีรษะหรือปวดกระบอกตา เกิดจากการพยายามหรี่ตาหรือเกร็งกล้ามเนื้อรอบดวงตาเพื่อชดเชยการรับแสง

  • กะระยะทางผิดพลาด ความชัดลึกของภาพลดลง ส่งผลต่อความแม่นยำในการเดินขึ้นลงบันไดหรือการหยิบจับสิ่งของ

สาเหตุของรูม่านตาขยาย เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

อาการรูม่านตาขยายเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่กลไกการปรับตัวตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อรับแสงในที่มืด หรือปฏิกิริยาตอบสนองทางอารมณ์ ไปจนถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยา และความผิดปกติของระบบประสาทหรืออุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนดวงตา แบ่งสาเหตุออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้ค่ะ

สาเหตุทางสรีรวิทยาและอารมณ์ตามธรรมชาติ

เป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายที่เกิดขึ้นชั่วคราวและสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้เองและไม่อันตราย ได้แก่

  • การปรับตัวตามระดับแสง (Dark Adaptation) ในที่มืดหรือที่แสงสลัว ร่างกายจะขยายรูม่านตาอัตโนมัติเพื่อให้แสงเข้าสู่จอประสาทตาได้มากขึ้น ช่วยให้มองเห็นสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ชัดขึ้น

  • การตอบสนองทางอารมณ์ (Emotional Response) เมื่อเกิดความตื่นเต้น ตกใจ ความกลัว หรือความสนใจในสิ่งที่มอง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนออกมากระตุ้นให้รูม่านตาขยายตัวชั่วคราว

การใช้ยาหยอดตาทางการแพทย์

เป็นการตั้งใจทำให้รูม่านตาขยายตัวเพื่อประโยชน์ในการตรวจวินิจฉัยและทำหัตถการรักษาโรคทางตา ได้แก่ ยาหยอดขยายม่านตา (Mydriatic Eye Drops) เช่น Tropicamide หรือ Cyclopentolate ที่จักษุแพทย์และนักทัศนมาตรใช้หยอดเพื่อตรวจจอประสาทตา ตรวจวัดสายตาเด็ก หรือเตรียมการผ่าตัดต้อกระจก ซึ่งยาจะออกฤทธิ์ขยายรูม่านตาประมาณ 4-24 ชั่วโมงค่ะ

ผลข้างเคียงจากยารับประทานและสารเคมี

ยาและสารเคมีหลายชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งระบบประสาทพาราซิมพาเทติก หรือกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ส่งผลให้รูม่านตาขยายตัวโดยไม่ตั้งใจ เช่น

  • ยาแก้แพ้และยาลดน้ำมูก (Antihistamines & Decongestants) ยากลุ่มที่มีฤทธิ์แอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) ส่งผลข้างเคียงให้กล้ามเนื้อม่านตาคลายตัวและรูม่านตาเบิกกว้าง

  • ยาต้านอาการซึมเศร้า (Antidepressants) เช่น กลุ่ม Tricyclic Antidepressants (TCAs) และ SSRIs ที่ส่งผลกระทบต่อสารสื่อประสาทในการควบคุมการทำงานของม่านตา

  • ยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้เมารถ (Scopolamine) มีฤทธิ์ขัดขวางการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดม่านตา ทำให้รูม่านตาขยายและมองภาพใกล้ไม่ชัดชั่วคราว

  • สารเสพติดและแอลกอฮอล์ เช่น โคเคน แอมเฟตามีน (ยาบ้า) และยาอี กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกรุนแรง ทำให้รูม่านตาขยายกว้างตลอดเวลา

โรคทางระบบประสาทและอุบัติเหตุ

เป็นกลุ่มสาเหตุที่ต้องตรวจวินิจฉัยเร่งด่วน ส่วนใหญ่เกิดจากพยาธิสภาพของสมองและเส้นประสาทตา ได้แก่

  • การบาดเจ็บที่ศีรษะและดวงตา (Trauma) อุบัติเหตุกระทบกระแทกทำให้กล้ามเนื้อม่านตาฉีกขาดได้ หรือเกิดแรงดันในกะโหลกศีรษะสูงจนกดทับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 (Oculomotor Nerve)

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือหลอดเลือดโป่งพอง (Aneurysm) ส่งผลให้เกิดแรงกดทับเส้นประสาทสมองหรือสมองขาดเลือด ทำให้รูม่านตาขยายและไม่ตอบสนองต่อแสง พบร่วมกับหนังตาตกที่ต้องรักษาหรือมองเห็นภาพซ้อน

  • ภาวะรูม่านตาขยายข้างเดียว (Adie’s Tonic Pupil) เกิดจากความเสื่อมของปมประสาทพาราซิมพาเทติก ทำให้รูม่านตาข้างหนึ่งหดตัวช้ากว่าปกติ ตอบสนองต่อแสงได้น้อย แต่ยังตอบสนองต่อการมองใกล้ได้

วิธีปฏิบัติตัวและการดูแลดวงตาเมื่อมีภาวะรูม่านตาขยาย

วิธีดูแลดวงตาเมื่อรูม่านตาขยาย สวมแว่นกันแดด งดขับขี่ พักสายตา และลดแสงในอาคาร

ถ้ากำลังเผชิญกับภาวะรูม่านตาขยาย ไม่ว่าจะเกิดจากการหยอดตาตรวจสายตาหรือสาเหตุอื่น ควรปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้เพื่อป้องกันอันตรายต่อดวงตา

  1. เลือกแว่นกันแดดที่มีค่าสายตาหรือแว่นที่ป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ 100% (UV400) เพื่อลดอาการแสบตาและป้องกันรังสีทำลายจอประสาทตา

  2. ในช่วงที่รูม่านตาขยาย สายตาจะพร่ามัวและกะระยะไม่แม่นยำ จึงไม่ควรขับรถยนต์หรือขี่รถจักรยานยนต์จนกว่าฤทธิ์ยาจะหมด

  3. เลี่ยงการอ่านหนังสือ คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟน แล้วใช้วิธีพักสายตาระหว่างวันแทน เพื่อป้องกันอาการปวดกระบอกตา

  4. ปรับแสงสว่างในอาคารให้สบายตา ลดความสว่างของหลอดไฟหรือปิดม่านกรองแสงแดดลงชั่วคราว

  5. แจ้งประวัติการใช้ยากับบุคลากรทางการแพทย์ ถ้าอาการเกิดขึ้นหลังรับประทานยาชนิดใหม่ ควรนำตัวอย่างยาไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ดูขั้นตอนการเตรียมตัว : วิธีเตรียมตัวก่อนไปตรวจวัดสายตา

อาการเตือนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

รูม่านตาขยายส่วนใหญ่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าพบร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องรีบเข้ารับการตรวจทางการแพทย์ฉุกเฉินทันทีค่ะ

  • รูม่านตาขยายข้างเดียวกะทันหัน (Anisocoria) ทั้งที่ไม่มีประวัติหยอดตา

  • ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน

  • มีอาการมองเห็นภาพซ้อน หนังตาตก หรือมุมปากเบี้ยวร่วมด้วย

  • เกิดขึ้นทันทีหลังได้รับอุบัติเหตุกระทบกระแทกที่ศีรษะหรือใบหน้า

  • ดวงตาแดงจัด ปวดตารุนแรง และมองเห็นดวงไฟเป็นสีรุ้ง เป็นสัญญาณของโรคต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรูม่านตาขยาย

ยาหยอดขยายม่านตาใช้เวลากี่ชั่วโมงถึงจะกลับมาเป็นปกติ ?

ยาหยอดขยายม่านตาที่ใช้ตรวจสายตาทั่วไปหมดฤทธิ์ภายใน 4-8 ชั่วโมง แต่ในยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคตา เช่น Atropine อาจออกฤทธิ์นานถึง 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดและความเข้มข้นของยา

รูม่านตาสองข้างขนาดไม่เท่ากัน อันตรายหรือไม่ ?

คนทั่วไปประมาณ 20% อาจมีขนาดรูม่านตาต่างกันเล็กน้อยไม่เกิน 1 มิลลิเมตรโดยธรรมชาติ (Physiologic Anisocoria) แต่หากขนาดต่างกันมาก หรือเกิดขึ้นใหม่อย่างเฉียบพลัน ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจระบบประสาทตา

รูม่านตาขยายบ่อย ๆ ทำให้ตาบอดได้ไหม ?

การขยายตัวตามธรรมชาติหรือจากการตรวจสายตาไม่ทำให้ตาบอด แต่ถ้าเกิดจากแรงดันในลูกตาสูง (ต้อหิน) หรือโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อาจส่งผลต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวรได้ค่ะ

รูม่านตาขยายจากความตื่นเต้น ต่างจากที่เกิดจากโรคอย่างไร ?

ความต่างที่สังเกตได้คือระยะเวลาและความสมมาตร การขยายจากอารมณ์หรือจากที่มืดจะเกิดกับตาทั้งสองข้างเท่ากัน และหดกลับเองภายในไม่กี่นาทีเมื่อสภาพแวดล้อมหรืออารมณ์กลับมาปกติ ส่วนการขยายที่มาจากพยาธิสภาพมักเกิดข้างเดียว ค้างอยู่นาน และไม่ตอบสนองเมื่อส่องไฟเข้าตา

หลังหยอดยาขยายม่านตา ควรทำอย่างไรระหว่างรอฤทธิ์ยาหมด ?

เตรียมแว่นกันแดดไปด้วยตั้งแต่วันนัด และวางแผนให้มีคนรับกลับหรือใช้บริการรถสาธารณะ เพราะการมองเห็นจะพร่าและกะระยะได้ไม่แม่นตลอดช่วงที่ฤทธิ์ยายังอยู่ ระหว่างนั้นให้พักการอ่านหนังสือกับการใช้หน้าจอ และลดความสว่างของไฟในบ้าน ถ้าเลยเวลาที่แจ้งไว้แล้วรูม่านตายังไม่หดกลับ ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่หยอดยาให้

เด็กที่รูม่านตาขยายไม่เท่ากัน ควรพาไปตรวจไหม ?

ควรพาไปตรวจค่ะ โดยเฉพาะถ้าเพิ่งสังเกตเห็นว่าต่างกัน หรือมีหนังตาตกร่วมด้วย เพราะในเด็กความต่างของขนาดรูม่านตาอาจเชื่อมโยงกับความผิดปกติของเส้นประสาทที่ต้องตรวจเพิ่มเติม การตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้แยกได้ว่าเป็นลักษณะตามธรรมชาติของเด็กคนนั้น หรือเป็นสัญญาณที่ต้องดูแลต่อ

ตรวจสุขภาพดวงตาเบื้องต้นกับนักทัศนมาตรที่ ORRA

เจ้าหน้าที่ตรวจตาลูกค้าด้วยเครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ โดยมีแผนภาพโครงสร้างดวงตาบนผนัง

การตรวจสายตาตามรอบช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของดวงตาตั้งแต่ยังไม่มีอาการ รวมถึงภาวะรูม่านตาขยายที่เจ้าตัวสังเกตเองได้ยาก การตรวจวัดสายตาประกอบแว่นที่ ORRA ใช้เวลา 45 ถึง 60 นาที ครอบคลุม 3 องค์ประกอบ คือค่าสายตาจากการหักเหของแสง (Refraction) การทำงานร่วมกันของตาสองข้างและกล้ามเนื้อตา (Binocular Vision) และการตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น (Ocular Health) ซึ่งรวมถึงการดูโครงสร้างดวงตาและการวัดความดันตา

ขอบเขตของนักทัศนมาตรคือการวิเคราะห์ระบบการมองเห็นและแก้ไขด้วยเลนส์ ถ้าผลตรวจชี้ว่ามีภาวะที่ต้องรักษาทางการแพทย์ นักทัศนมาตรจะแนะนำให้พบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อ

นัดตรวจสายตาล่วงหน้าได้ทุกสาขาค่ะ

ดูขั้นตอนการวัดสายตา : ขั้นตอนการวัดสายตาแบบละเอียด

สรุป

ภาวะรูม่านตาขยาย (Mydriasis) เป็นกลไกตามธรรมชาติของดวงตาในการควบคุมปริมาณแสงและสะท้อนการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่เกิดขึ้นชั่วคราวจากสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย อารมณ์ความรู้สึก หรือเป็นผลจากการใช้ยาหยอดตาทางการแพทย์ ซึ่งจะค่อย ๆ กลับคืนสู่ขนาดปกติได้เองโดยไม่เป็นอันตราย สิ่งที่ต้องทำคือหมั่นสังเกตลักษณะและความเปลี่ยนแปลงของดวงตา พร้อมจดจำข้อควรระวัง 2 ข้อนี้

  • สังเกตสัญญาณเตือนเฉียบพลัน ถ้าพบว่ารูม่านตาขยายเพียงข้างเดียว รูม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง หรือปวดศีรษะรุนแรง มองเห็นภาพซ้อน และตาแดงจัดร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางทันที

  • การปกป้องดวงตาระหว่างที่รูม่านตาขยาย ควรสวมแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UV400 ได้ 100% เพื่อลดอาการเคืองตาและปกป้องจอประสาทตา พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะจนกว่าการมองเห็นจะกลับมาชัดเจนตามปกติ

การใส่ใจดูแลสุขภาพดวงตาและการตรวจเช็คระบบการมองเห็นตามรอบ จะช่วยให้คุณรู้ทันความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการแพ้แสง ตาล้า หรือต้องการประเมินประสิทธิภาพการมองเห็น สามารถปรึกษานักทัศนมาตรเพื่อรับคำแนะนำและการดูแลสายตาอย่างถูกวิธีค่ะ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเรื่องรูม่านตาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำในการรักษา ภาวะรูม่านตาขยายมีสาเหตุได้ตั้งแต่เรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปจนถึงภาวะที่ต้องรักษาเร่งด่วน การแยกสาเหตุต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยแพทย์ หากมีอาการตามสัญญาณเตือนที่ระบุไว้ข้างต้น ให้ไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอนัด

โปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟ นักทัศนมาตรตอบเองค่ะ โทรปรึกษา โปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟ นักทัศนมาตรตอบเองค่ะ โทรปรึกษา