แว่นกรองแสงสีฟ้าคืออะไร ? ช่วยเรื่องสายตาได้จริงไหม

ผู้หญิงใส่แว่นทำงานหน้าคอมพิวเตอร์

คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้

  • แว่นกรองแสงสีฟ้า คือ แว่นตาที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับหรือสะท้อนคลื่นแสงพลังงานสูง (HEV) ช่วยลดแสงสะท้อนจ้าและเพิ่มความสบายตาขณะมองหน้าจอดิจิทัล

  • เลนส์ตัดแสงสีฟ้าช่วยลดแสงสะท้อนจ้าจากหน้าจอ แต่งานทบทวนงานวิจัยของ Cochrane ปี 2023 ยังไม่พบว่าช่วยลดอาการตาล้าระยะสั้นได้ชัดเจน และไม่สามารถแก้ปัญหาตาแห้งที่เกิดจากอัตราการกะพริบตาลดลงขณะเพ่งหน้าจอได้

  • แว่นกรองแสงสีฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ไม่มีใช้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะทำให้การมองเห็นสีผิดเพี้ยน และขัดขวางการรับแสงสีฟ้าคลื่นยาวที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

  • การตัดแว่นตาอาศัยการตรวจวัดระยะห่างรูม่านตา (PD) และจัดวางตำแหน่งโฟกัสเลนส์ให้ตรงกับแนวกึ่งกลางตาดำ เพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะจากภาพบิดเบือน

  • ผู้ที่มีอาการตาล้าสะสมสามารถนัดตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรที่คลินิกแว่นตา ORRA ได้ทุกสาขา เพื่อทดลองเลนส์จริงก่อนตัดสินใจและประเมินระบบการมองเห็นเฉพาะบุคคล


อาการตาล้า ตาพร่ามัว และปวดกระบอกตาเป็นอาการที่พบบ่อยในกลุ่มคนทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง การจ้องหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานานทำให้ดวงตาเผชิญกับแสงสะท้อนจ้า และกล้ามเนื้อตาเกร็งค้างจากการเพ่งตลอดเวลา ผู้ใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลจำนวนมากหันมาใช้แว่นกรองแสงสีฟ้าเพื่อลดภาระการทำงานของดวงตา

บทความนี้ ORRA อธิบายหลักการทำงาน ข้อเท็จจริงทางทัศนมาตร และวิธีคัดเลือกเลนส์ที่เข้ากับสรีระสายตา เพื่อเป็นแนวทางประกอบการพิจารณา รวมถึงเป็นข้อมูลชี้วัดว่าเมื่อไหร่ที่อาการตาล้าจำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพสายตาโดยนักทัศนมาตรค่ะ

สารบัญเนื้อหา แสดง

แว่นกรองแสงสีฟ้าคืออะไร ?

ช่วงแสงสีฟ้า 380 ถึง 500 นาโนเมตร แบ่งเป็นแสงสีฟ้าอมม่วงกับแสงสีฟ้าอมเขียว

แว่นกรองแสงสีฟ้า คือแว่นตาที่ประกอบเลนส์เคลือบสารหรือผสมสารสกัดกั้นคลื่นแสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งจัดเป็นแสงพลังงานสูง (High Energy Visible หรือ HEV) ช่วงความยาวคลื่น 380 – 500 นาโนเมตร แหล่งกำเนิดแสงสีฟ้ามีทั้งแสงแดดธรรมชาติ หลอดไฟ LED และหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัล เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และแท็บเล็ต

คลื่นแสงสีฟ้าจำแนกออกเป็น 2 ช่วงคลื่น แสงสีฟ้าอมม่วง (Blue-Violet Light) ช่วงความยาวคลื่น 400 – 455 นาโนเมตร มีอัตราการกระเจิงแสงสูง ก่อให้เกิดแสงสะท้อนรบกวน ส่วนแสงสีฟ้าอมเขียว (Blue-Turquoise Light) ช่วงความยาวคลื่น 465 – 495 นาโนเมตร ทำหน้าที่ควบคุมนาฬิกาชีวภาพ ตลอดจนวงจรการตื่นและการนอนหลับของร่างกายค่ะ

แว่นเลนส์ตัดแสงทำหน้าที่กรองคลื่นแสงส่วนเกิน ช่วยลดปริมาณแสงสีฟ้าที่ผ่านเข้าสู่ดวงตา ทำให้การอ่านหน้าจอดิจิทัลสบายตาขึ้นสำหรับบางคน ลดแสงวาบ และรักษาความคมชัดของภาพบนหน้าจอ

กลไกการทำงานของเลนส์ตัดแสงสีฟ้า

เลนส์ตัดแสงสีฟ้าแบบเคลือบผิวเลนส์เทียบแบบผสมในเนื้อเลนส์

แว่นเลนส์ตัดแสงอาศัยหลักการทางทัศนศาสตร์ลดการกระเจิงของคลื่นแสงพลังงานสูงเข้าสู่ดวงตา กระบวนการผลิตเลนส์บลูบล็อคแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักค่ะ

  • เลนส์ตัดแสงแบบเคลือบสารสะท้อนผิวเลนส์ (Blue Coating) ใช้ชั้นฟิล์ม Multicoat สะท้อนคลื่นแสงสีฟ้าพลังงานสูงออกจากผิวเลนส์ หน้าเลนส์ปรากฏแสงสะท้อนเหลือบน้ำเงินอมม่วง ตัวเลนส์ตัดแสงสะท้อนจ้า มีระดับราคาที่เข้าถึงง่าย แต่ภาพที่มองเห็นจะอมโทนสีส้มอุ่นเล็กน้อย

  • เลนส์ตัดแสงแบบผสมสารดูดซับในเนื้อเลนส์ (Blue Monomer) ผสมสารดูดซับแสงลงในเนื้อวัสดุตั้งแต่ขั้นตอนหลอมขึ้นรูป เช่น เทคโนโลยี UV420 เลนส์ดูดซับแสงสีฟ้าได้โดยตรงและไม่ต้องพึ่งชั้นเคลือบ ผิวเลนส์ใสเป็นธรรมชาติ ไม่มีแสงสะท้อนสีม่วงรบกวนตา ทั้งยังเลือกกรองเฉพาะแสงสีฟ้าอมม่วง

แว่นกรองแสงสีฟ้าช่วยอะไรได้บ้าง ?

ประโยชน์ของแว่นกรองแสงสีฟ้า ลดแสงสะท้อน เพิ่มความเปรียบต่าง และวงจรการนอน

แว่นกรองแสงสีฟ้าช่วยดูแลระบบสายตาผ่านการปรับปรุงคุณภาพแสงก่อนตกกระทบจอประสาทตา ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ด้านค่ะ

  1. ลดแสงสะท้อนจ้า (Glare Reduction) คลื่นแสงสีฟ้ามีอัตราการกระเจิงสูง ตัวเลนส์ดักจับแสงฟุ้งกระจาย ทำให้ภาพหน้าจอคมชัด ลดอาการตามัว และช่วยให้อ่านตัวหนังสือสบายตาขึ้น

  2. เพิ่มความเปรียบต่างของภาพ (Contrast Enhancement) เมื่อแสงฟุ้งลดลง จอประสาทตาสามารถแยกความสว่างกับความมืดได้ชัด

  3. รักษาวงจรการนอนหลับ (Circadian Rhythm) การสวมแว่นกรองแสงช่วงค่ำอาจช่วยลดการรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน แต่ผลต่อคุณภาพการนอนหลับยังต้องรองานวิจัยเพิ่มเติม

แว่นกรองแสงสีฟ้าช่วยได้จริงไหมเมื่อต้องจ้องหน้าจอนาน ?

แว่นกรองแสงสีฟ้าช่วยลดแสงสะท้อนจ้าซึ่งทำให้บางคนรู้สึกสบายตาขึ้น แต่ไม่สามารถป้องกันอาการตาล้าจากจอคอมพิวเตอร์ (Computer Vision Syndrome หรือ CVS) ได้ งานทบทวนงานวิจัยของ Cochrane ปี 2023 ซึ่งรวบรวม 17 การศึกษา ยังไม่พบว่าเลนส์ชนิดนี้ช่วยลดอาการตาล้าระยะสั้นจากการใช้คอมพิวเตอร์ได้ชัดเจน

อาการตาล้าเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อเพ่งตา (Ciliary Muscle) ที่ต้องรักษาโฟกัสระยะใกล้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อตาจึงเกิดความล้าสะสม ซึ่งตัวเลนส์กรองแสงไม่ได้มีกลไกช่วยลดภาระการเพ่งของกล้ามเนื้อส่วนนี้

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงแฝงอยู่ กล้ามเนื้อตาจะยิ่งทำงานหนักเพิ่มขึ้น การลดอาการตาล้าที่ต้นเหตุจึงต้องอาศัยการตรวจวัดค่าสายตาจริงเพื่อประกอบแว่นสายตาที่ตรงจุด ควบคู่ไปกับการเพิ่มคุณสมบัติกรองแสงสีฟ้าค่ะ

แว่นกรองแสงสีฟ้าจำเป็นไหมสำหรับทุกคน ?

แว่นกรองแสงสีฟ้าไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและลักษณะการใช้สายตาของแต่ละบุคคล ผู้ที่ทำงานหน้าจอดิจิทัลติดต่อกันวันละหลายชั่วโมงอาจรู้สึกสบายตาขึ้นจากการลดแสงสะท้อนของแว่นประเภทนี้ ส่วนผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือใช้งานหน้าจอเพียงไม่นานในแต่ละวัน ระบบการมองเห็นตามธรรมชาติสามารถจัดการแสงได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาเลนส์ตัดแสง

กลุ่มบุคคลที่เหมาะกับการใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า ได้แก่ พนักงานสำนักงาน นักเขียนโค้ด และนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องมองหน้าจอต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน รวมถึงผู้ที่ใช้งานแท็บเล็ตในพื้นที่แสงน้อยหรือช่วงเวลากลางคืน

ส่วนผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องการความเที่ยงตรงของเฉดสี เช่น นักออกแบบกราฟิกหรือช่างภาพ เลนส์ชนิดผสมสารกรองแสงในเนื้อเลนส์ช่วยรักษาค่าสีให้ผิดเพี้ยนน้อย ช่วยให้มองเห็นชิ้นงานได้ตามความเป็นจริงค่ะ

ทำความเข้าใจ Office Lens : 5 สัญญาณเตือนว่าควรใช้ Office Lens

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าดวงตาเริ่มล้าจากแสงหน้าจอ

สัญญาณตาล้าจากหน้าจอ แสบเคืองตา ตาพร่ามัว ปวดกระบอกตา และไวต่อแสงจ้า

อาการระคายเคืองตา ตาพร่ามัว ปวดเบ้าตา และดวงตาไวต่อแสง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าดวงตาเริ่มเกิดความล้าสะสมจากการใช้งานหน้าจอติดต่อกันนานเกินไปค่ะ

  • แสบเคืองตาและน้ำตาไหล เกิดความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตาเมื่อเพ่งมองจอภาพเป็นเวลานาน

  • ตาพร่ามัวช่วงเปลี่ยนระยะการมอง การมองสลับระหว่างจอคอมพิวเตอร์ไปยังวัตถุระยะไกลทำให้ภาพมัวชั่วคราวและต้องใช้เวลาปรับโฟกัส

  • ปวดตึงบริเวณกระบอกตาและขมับ อาการตึงเกร็งรอบดวงตาที่เริ่มปรากฏช่วงบ่ายและกระจายตัวเป็นอาการปวดศีรษะ

  • ดวงตาไวต่อแสงจ้า เกิดความรู้สึกไม่สบายตาเมื่อมองแสงสะท้อนจากจอภาพหรือหลอดไฟในอาคารจนต้องหรี่ตา

แว่นกรองแสงสีฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ มีจริงในทางการแพทย์ไหม ?

แว่นกรองแสงสีฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ไม่มีใช้ในทางการแพทย์สำหรับการดำเนินชีวิตทั่วไป เพราะแสงสีฟ้าช่วงคลื่น 465 – 495 นาโนเมตรทำหน้าที่ควบคุมนาฬิกาชีวภาพ ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวในช่วงกลางวัน

หากเลนส์ตัดแสงสีฟ้าออกทั้งหมด 100% ตัวเลนส์จะมีสีเหลืองเข้ม ส่งผลให้มองเห็นสีผิดเพี้ยนไปจากความจริง ไม่สามารถจำแนกสีสัญญาณไฟจราจรหรือทำงานทั่วไปได้อย่างปลอดภัย

เลนส์ใสสำหรับใช้งานทั่วไปจึงออกแบบให้ตัดแสงสีฟ้าคลื่นสั้นช่วง 400 – 455 นาโนเมตรเพียงบางส่วน เช่น ZEISS ระบุว่าเลนส์ BlueGuard ตัดแสงช่วงนี้ได้สูงสุดประมาณ 40% ควบคู่กับการรักษาคู่สีตามธรรมชาติของภาพที่มองเห็นค่ะ

ทำไมใส่แว่นแล้วตายังแห้ง อาการที่แว่นตาอาจช่วยไม่ได้ทั้งหมด

สาเหตุตาแห้งจากการกะพริบตาน้อย ลืมตากว้าง และจ้องจอไม่พัก

แว่นตาช่วยตัดแสงสะท้อนแต่ไม่สามารถป้องกันตาแห้งได้ เพราะตาแห้งเกิดจากอัตราการระเหยของน้ำตาและพฤติกรรมการกะพริบตา ซึ่งอยู่นอกเหนือการทำงานของเลนส์แว่นตา สาเหตุหลักมี 3 ข้อค่ะ

  • อัตราการกะพริบตาลดลง ตามปกติอัตราการกะพริบตาเฉลี่ยอยู่ที่ 15 – 20 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อจ้องหน้าจอ อัตราการกะพริบตาจะลดลงชัดเจน ทำให้น้ำตาหล่อเลี้ยงผิวตาไม่สม่ำเสมอและระเหยเร็วขึ้น

  • เปลือกตาเปิดกว้างตามตำแหน่งจอ ตำแหน่งการมองจอคอมพิวเตอร์ระดับสายตาทำให้พื้นที่ผิวหน้าของดวงตาสัมผัสกับอากาศแห้งในห้องปรับอากาศมากขึ้น

  • การจ้องมองติดต่อกันโดยไม่พัก การใช้สายตาไม่หยุดพักทำให้ชั้นฟิล์มน้ำตาฉีกขาด การพักสายตาทุก 20 นาทีร่วมกับการหยอดน้ำตาเทียมช่วยบรรเทาอาการ หากอาการยังคงอยู่ นักทัศนมาตรหรือจักษุแพทย์สามารถตรวจประเมินคุณภาพผิวตาเพื่อค้นหาสาเหตุเพิ่มเติม

วิธีเลือกแว่นกรองแสงสีฟ้าเด็ก ให้ปลอดภัยและเหมาะกับวัยเรียน

การเลือกแว่นกรองแสงสีฟ้าสำหรับเด็กให้ปลอดภัย พิจารณาจากสรีระดวงตาที่กำลังพัฒนาเป็นหลัก เลนส์แก้วตา (Crystalline Lens) ของเด็กมีความใสกว่าผู้ใหญ่ ส่งผลให้แสงสีฟ้าส่องผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้มากกว่าปกติค่ะ

หลักการเลือกแว่นตาสำหรับเด็กประกอบด้วย 3 ส่วนหลักเพื่อสุขอนามัยของดวงตา

  1. กรอบแว่นน้ำหนักเบาและยืดหยุ่น กรอบวัสดุ TR90 หรือซิลิโคนทางการแพทย์สามารถบิดงอได้ ไม่แตกหักง่าย และลดแรงกดทับบริเวณดั้งจมูก

  2. เนื้อเลนส์ทนแรงกระแทก วัสดุโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) หรือไตรเวกซ์ (Trivex) มีคุณสมบัติเหนียว ไม่แตกกระจายออกเป็นเศษคมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

  3. ประสิทธิภาพการตัดแสงสมดุล เลนส์ตัดเฉพาะคลื่นแสงสีฟ้าพลังงานสูง ช่วยป้องกันแสงจ้าโดยไม่รบกวนพัฒนาการด้านการแยกแยะคู่สีของเด็ก

แว่นกรองแสงสีฟ้ายี่ห้อไหนดี สำหรับการใช้งานจริง ?

การเลือกแว่นกรองแสงสีฟ้าสำหรับการใช้งานจริง เริ่มต้นจากแบรนด์เลนส์สายตามาตรฐานสากลที่มีงานวิจัยรองรับ ซึ่งให้ความทนทานต่อรอยขีดข่วนและคุณภาพชั้นเคลือบผิวที่เสถียรค่ะ

ตัวอย่างแบรนด์เลนส์มาตรฐานระดับสากล 5 แบรนด์

  • Essilor แบรนด์จากฝรั่งเศส ใช้เทคโนโลยี Crizal Prevencia กรองแสงสีฟ้าคลื่นสั้นเฉพาะจุดพร้อมลดแสงสะท้อนรอบทิศทาง

  • HOYA แบรนด์จากญี่ปุ่น โดดเด่นด้านการเคลือบผิวเลนส์ทนทาน เช่น BlueControl ที่ช่วยลดแสงสีฟ้าสะท้อนจากหน้าจอ

  • Nikon แบรนด์จากญี่ปุ่น มีการเคลือบกรองแสงสีฟ้าตระกูล SeeCoat Blue สำหรับคนทำงานหน้าจอ

  • Rodenstock แบรนด์จากเยอรมนี มีชื่อเสียงด้านเลนส์เฉพาะบุคคลและชั้นเคลือบ Solitaire Protect Balance 2 ที่ตัดแสงสีฟ้าได้สมดุล

  • ZEISS แบรนด์จากเยอรมนี ใช้เทคโนโลยี ZEISS BlueGuard ผสมสารดูดซับแสงลงในเนื้อเลนส์ ZEISS ระบุว่าลดแสงสีฟ้าที่สะท้อนหน้าเลนส์ได้สูงสุด 50% เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์เคลือบกรองแสงสีฟ้าทั่วไป

เปรียบเทียบจุดเด่นแว่นกรองแสงสีฟ้า Ophtus กับแว่นสั่งตัดเฉพาะบุคคล

แว่นกรองแสงสีฟ้า Ophtus และแว่นสั่งตัดเฉพาะบุคคลมีจุดประสงค์การใช้งานต่างกัน แว่นเกมเมอร์เน้นความสบายเมื่อใส่คู่กับหูฟังครอบหัว ส่วนแว่นสั่งตัดทางการแพทย์เน้นการแก้ไขระบบการมองเห็นรายบุคคลค่ะ

แว่นตา Ophtus ออกแบบขาแว่นแบนบางเพื่อลดแรงบีบขมับเมื่อใส่หูฟังต่อเนื่องหลายชั่วโมง แต่ผู้ที่มีค่าสายตาสั้น ยาว หรือเอียงร่วมด้วย แว่นสั่งตัดเฉพาะบุคคลช่วยลดภาระการเพ่งของกล้ามเนื้อตาและลดอาการตาล้าได้ตรงจุดกว่า

ปัจจัยการเปรียบเทียบ แว่นกรองแสงสายเกมเมอร์ (Ophtus) แว่นกรองแสงสีฟ้าสั่งตัดเฉพาะบุคคล
วัตถุประสงค์หลัก รองรับการเล่นเกมและใส่ร่วมกับหูฟังครอบหัว แก้ไขค่าสายตาและรองรับสรีระดวงตาเฉพาะบุคคล
การรองรับค่าสายตา รุ่นสำเร็จรูปเน้นผู้มีสายตาปกติ รองรับค่าสายตาสั้น ยาว เอียง ทุกระดับตรงตามจริง
การจัดวางจุดศูนย์กลาง (PD) ใช้ค่าเฉลี่ยมาตรฐานกลางของโครงหน้า วัดและวางตำแหน่งจุดศูนย์กลางตาดำ (PD) รายบุคคล
การปรับแต่งองศากรอบแว่น กรอบสำเร็จรูปปรับแต่งดัดทรงได้จำกัด ปรับดัดมุมเทหน้าแว่นและความโค้งให้รับกับใบหน้า
กลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะสม เกมเมอร์ สตรีมเมอร์ หรือผู้ที่ไม่มีค่าสายตา คนทำงานหน้าจอที่มีค่าสายตา หรือมีอาการตาล้าสะสม

สรุปข้อคิดเห็นแว่นกรองแสงสีฟ้ายี่ห้อไหนดี Pantip จากผู้ใช้งานจริง

กระทู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแว่นกรองแสงสีฟ้ายี่ห้อไหนดีใน Pantip สะท้อนประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ข้อสังเกตหลักมี 3 ประเด็นค่ะ

ประเด็นแรกคือข้อจำกัดของแว่นสำเร็จรูปราคาประหยัด ผู้ใช้งานพบว่าแว่นสำเร็จรูปราคาหลักร้อยมักก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะและเวียนตา เนื่องจากเนื้อเลนส์มีความบิดเบือนสูง ทั้งยังวางตำแหน่งจุดโฟกัสไม่ตรงกับตาดำของผู้สวมใส่

ประเด็นที่สองคือการทดสอบด้วยปากกาเลเซอร์ ผู้ใช้งานให้ข้อมูลว่าการใช้ปากกาเลเซอร์ยิงผ่านเลนส์เป็นเพียงการสาธิตเชิงพาณิชย์ ไม่สามารถยืนยันประสิทธิภาพการตัดคลื่นแสงสีฟ้าจากหน้าจอดิจิทัลที่มีช่วงคลื่นกว้างได้จริงค่ะ

ประเด็นที่สามคือประโยชน์ของการตัดแว่นตามมาตรฐาน ความเห็นที่พบในกระทู้ระบุว่าการทำงานหน้าจอเป็นประจำเหมาะกับการตัดแว่นกับคลินิกที่มีนักทัศนมาตรตรวจวัดสายตา ร่วมกับการเลือกใช้เลนส์แบรนด์มาตรฐานเพื่อความทนทานของชั้นเคลือบผิว

แว่นกรองแสงสีฟ้าราคาแต่ละระดับแตกต่างกันอย่างไร ?

แว่นกรองแสงสีฟ้าราคาแตกต่างกันตามโครงสร้างเลนส์ วัสดุ ชั้นเคลือบผิว และค่าสายตาเฉพาะบุคคล แบ่งได้เป็น 3 ระดับ

  • ระดับเริ่มต้น เป็นแว่นสำเร็จรูปชนิดไม่มีค่าสายตา ใช้กรอบพลาสติกมาตรฐาน เหมาะกับการสวมใส่ระยะเวลาสั้น ๆ แต่ไม่เหมาะกับการใช้ทำงานหน้าจอตลอดวัน

  • ระดับมาตรฐาน เป็นเลนส์ตัดแสงสีฟ้าชั้นเดียว (Single Vision) จากแบรนด์มาตรฐาน สั่งตัดตามค่าสายตาสั้น ยาว หรือเอียงจริง มีการวัดตำแหน่งตาดำเฉพาะบุคคล ชั้นเคลือบผิวมีความทนทานและช่วยลดแสงสะท้อน

  • ระดับโครงสร้างเฉพาะทางและโปรเกรสซีฟ กลุ่มผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีสายตายาวตามวัย สามารถเพิ่มฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้าลงในเลนส์โปรเกรสซีฟได้ คลินิกแว่นตา ORRA มีบริการเลนส์โปรเกรสซีฟจาก 5 แบรนด์ชั้นนำ ราคาเริ่มต้น 6,990 บาทต่อคู่

บริการตรวจวัดสายตาและตัดแว่นตัดแสงสีฟ้าที่ ORRA

นักทัศนมาตร ORRA ตรวจค่าสายตา วัดจุดประกอบ และให้ลองเลนส์ตัวอย่าง

คลินิกแว่นตา ORRA ให้บริการตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นตัดแสงสีฟ้าตามมาตรฐานทัศนมาตรศาสตร์ เพื่อดูแลระบบการมองเห็นสำหรับผู้ทำงานหน้าจอดิจิทัล

ขั้นตอนการตรวจวัดดูแลโดยทีมนักทัศนมาตรที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ตรวจประเมินค่าสายตา การทำงานของกล้ามเนื้อตาสองข้าง และตรวจคัดกรองสุขภาพตาเบื้องต้น พร้อมขั้นตอน ORRA Signature Fit™ คำนวณมุมเทหน้าแว่น ความโค้งกรอบแว่น และระยะห่างจุดกึ่งกลางตาดำอย่างละเอียด

ผู้รับบริการสามารถทดลองมองผ่านเลนส์ตัวอย่างจริงก่อนตัดสินใจ และเลือกเลนส์ได้จาก 5 แบรนด์ ได้แก่ Essilor, HOYA, Nikon, Rodenstock และ ZEISS เพื่อเลือกคุณสมบัติเลนส์ที่สบายตาและคงความเป็นธรรมชาติของสีสันค่ะ

ดูขั้นตอนการตรวจสายตา : บริการตรวจสายตาอย่างละเอียดของ ORRA

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับแว่นกรองแสงสีฟ้า

ใส่แว่นตัดแสงสีฟ้าเป็นประจำทั้งวันมีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

การใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าทั้งวันไม่มีผลเสียต่อระบบดวงตา เลนส์มาตรฐานทางการแพทย์ออกแบบให้ตัดเฉพาะคลื่นแสงสีฟ้าพลังงานสูง และยังเปิดรับแสงธรรมชาติช่วงคลื่นปกติเข้าสู่ดวงตา จึงสามารถสวมใส่ทำกิจกรรมได้ตลอดวันค่ะ

เลนส์โปรเกรสซีฟสั่งเพิ่มฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้าได้ไหม ?

เลนส์โปรเกรสซีฟสั่งเพิ่มฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้าได้ทุกแบรนด์ชั้นนำ คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้มีสายตายาวตามวัยมองเห็นคมชัดทุกระยะ ทั้งระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ ควบคู่กับการลดแสงสะท้อนจ้าจากหน้าจอดิจิทัลค่ะ

เลนส์กรองแสงมีอายุการใช้งานกี่ปี ?

แว่นกรองแสงสีฟ้ามีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 2 – 3 ปี เมื่อชั้นเคลือบผิวเริ่มเสื่อมสภาพ มีรอยขีดข่วน หรือสารเคลือบหลุดลอก ประสิทธิภาพการลดแสงสะท้อนจะลดลง จึงเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงระยะเวลาเปลี่ยนเลนส์ใหม่ค่ะ

มีวิธีทำความสะอาดเลนส์กรองแสงอย่างไรไม่ให้สารเคลือบเสื่อมสภาพเร็ว ?

การล้างเลนส์ด้วยน้ำอุณหภูมิปกติผสมน้ำยาล้างจานเจือจางช่วยขจัดคราบไขมันได้ จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ซับให้แห้ง ข้อควรระวังคือหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นและแอลกอฮอล์เช็ดหน้าเลนส์ เนื่องจากความร้อนและสารเคมีจะทำให้ชั้นเคลือบผิวเสื่อมสภาพค่ะ

แว่นกรองแสงสีฟ้ากับแว่นกรองแสงทั่วไปต่างกันอย่างไร ?

แว่นกรองแสงเป็นคำเรียกรวมของเลนส์ที่ช่วยลดแสงสะท้อนและแสงจ้าจากหน้าจอ ส่วนแว่นกรองแสงสีฟ้าเน้นลดแสงสีฟ้าคลื่นสั้นช่วง 400 – 455 นาโนเมตรเป็นหลัก ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันควรเลือกจากลักษณะงานและค่าสายตาจริง ซึ่งนักทัศนมาตรช่วยแนะนำได้หลังตรวจวัดสายตาค่ะ

ใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าแล้วเห็นภาพอมเหลืองเล็กน้อย ผิดปกติไหม ?

ไม่ผิดปกติ เลนส์ที่ตัดแสงสีฟ้าบางส่วนจะทำให้ภาพอมโทนอุ่นเล็กน้อย โดยเฉพาะชนิดเคลือบผิวเลนส์ ผู้ที่ทำงานซึ่งต้องแยกสีแม่นยำ เช่น นักออกแบบกราฟิก ควรเลือกเลนส์ชนิดผสมสารในเนื้อเลนส์ที่ให้สีผิดเพี้ยนน้อยกว่าค่ะ

สรุป

แว่นกรองแสงสีฟ้าช่วยลดแสงสะท้อนจ้า เพิ่มความคมชัดของภาพ และช่วยให้การทำงานหน้าจอดิจิทัลสบายตาขึ้น การจัดวางจุดกึ่งกลางเลนส์ให้ตรงกับตำแหน่งตาดำ ช่วยลดภาระการเพ่งของดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุขอนามัยของสายตายังต้องอาศัยการพักสายตาทุก 20 นาที และการกะพริบตาให้ถี่ขึ้นร่วมด้วย สำหรับผู้ที่มีอาการตาล้าสะสมหรือต้องการทดลองมองผ่านเลนส์ตัดแสง สามารถนัดหมายตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรที่คลินิกแว่นตา ORRA ได้ทุกสาขาค่ะ

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้งานแว่นกรองแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์หรือการรักษาโรคทางตา

การแก้ไขปัญหาสายตาและอาการตาล้าจากต้นเหตุ ต้องอาศัยการตรวจประเมินสุขภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยนักทัศนมาตรหรือจักษุแพทย์ ส่วนผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ตาพร่ามัวเฉียบพลัน ปวดกระบอกตารุนแรง หรือเห็นภาพซ้อน แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยตรง

โปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟ นักทัศนมาตรตอบเองค่ะ โทรปรึกษา โปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟ นักทัศนมาตรตอบเองค่ะ โทรปรึกษา