เผยแพร่เมื่อ 10 สิงหาคม 2023 · อัปเดตล่าสุด 11 กันยายน 2026
คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้
-
แว่นกรองแสง ช่วยตัดคลื่นแสงสีฟ้าช่วงความถี่ที่ส่งผลเสียต่อดวงตา ลดอาการตาล้าสะสมจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือต่อเนื่องเป็นเวลานาน
-
การสวมใส่แว่นที่ออกแบบมาเพื่อกรองแสงช่วยให้การโฟกัสตัวหนังสือหรือรายละเอียดเล็ก ๆ บนหน้าจอทำได้สบายตาขึ้น ลดการหรี่ตาที่เป็นสาเหตุของความตึงเครียดบริเวณหัวคิ้วและรอบดวงตา
-
เลนส์คุณภาพช่วยคงความเป็นธรรมชาติของสีสันบนหน้าจอได้ใกล้เคียงความจริง ทำให้สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้สึกว่าภาพมีสีเหลืองนวลจนรบกวนการมองเห็นหรือทำให้สีเพี้ยน
-
การใช้งานแว่นตาควบคู่กับการกะพริบตาบ่อย ๆ และการเปลี่ยนโฟกัสไปมองพื้นที่สีเขียวเป็นระยะ ช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นและลดความเหนื่อยล้าของดวงตาในระหว่างวันได้ดีขึ้น
ในปัจจุบัน แว่นกรองแสง กลายเป็นไอเทมที่ต้องมีติดโต๊ะทำงานเมื่อเราเริ่มรู้สึกแสบตาหรือพร่ามัวจากการจ้องหน้าจอนาน ๆ หลายชั่วโมงติดต่อกัน อาการระคายเคืองเหล่านี้มักรุนแรงขึ้นในช่วงบ่ายจนทำให้สมาธิหลุดลอยและเกิดความเหนื่อยล้าสะสมในดวงตา การเลือกใช้เลนส์ที่มีคุณสมบัติช่วยลดแสงรบกวนจึงช่วยบรรเทาภาระของกล้ามเนื้อตาและเพิ่มความสบายในการมองเห็น ก่อนเลือกเลนส์ควรเริ่มจากการตรวจวัดสายตาเพื่อให้รู้ค่าสายตาที่แท้จริงของตัวเองก่อน
การคัดเลือกคุณภาพเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งานพร้อมกับการปรับความสว่างหน้าจอให้สมดุลกับแสงในห้องเป็นวิธีพื้นฐานในการดูแลสายตา เราสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยการหมั่นกะพริบตาให้บ่อยขึ้นและพักสายตาจากจอสี่เหลี่ยมทุก 20 นาทีเพื่อคงความชุ่มชื้นของดวงตาค่ะ
แสงสีฟ้าคืออะไร ? แว่นกรองแสง จำเป็นแค่ไหนสำหรับคนทำงานยุคนี้

สภาพแวดล้อมในที่ทำงานยุคใหม่มักเต็มไปด้วยแสงสีฟ้าประดิษฐ์จากหลอดไฟ LED และอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ที่มีความเข้มแสงคงที่และส่งผลต่อการปรับตัวของรูม่านตา การสวมแว่นที่มีคุณสมบัติกรองแสงสีน้ำเงินจึงเป็นการสร้างสภาวะที่เหมาะสมให้กับการมองเห็น ช่วยให้ดวงตาทำงานได้ในสภาพแสงที่นุ่มนวลขึ้นเมื่อต้องสลับสายตาระหว่างเอกสารบนโต๊ะกับหน้าจอที่มีความสว่างสูง
นวัตกรรมเลนส์กรองแสงปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีความใสและลดการสะท้อนได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยใช้เทคนิคการเคลือบผิวหลายชั้นที่เรียกว่ามัลติโค้ต (Multi-Coating) เพื่อสะท้อนคลื่นแสงในช่วงความถี่ที่กำหนดออกไปโดยไม่ทำให้ภาพมัว วัสดุเลนส์บางรุ่นยังมีการผสมสารดูดซับแสงลงไปในเนื้อพลาสติกความดันสูง เพื่อรักษาความใสของเลนส์ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดแม้จะเป็นเลนส์ที่มีค่าสายตาก็ตามค่ะ
แสงสีฟ้าทำลายดวงตาจริงไหมและสัญญาณเตือนเมื่อตาล้า
แสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลไม่ได้ทำร้ายดวงตาจนถึงขั้นจอประสาทตาเสื่อมในทันทีตามความเชื่อส่วนใหญ่ แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะตาล้าและส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ การสวมแว่นกรองแสงที่ได้มาตรฐานช่วยลดความกระด้างของแสงสีขาวโทนเย็น ช่วยให้กล้ามเนื้อตาทำงานได้ผ่อนคลายขึ้นขณะจดจ่อกับข้อมูลบนจอนาน ๆ
การเพ่งหน้าจอเป็นเวลานานทำให้เรากะพริบตาน้อยลงกว่าปกติถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ดวงตาขาดน้ำหล่อเลี้ยงจนเกิดอาการระคายเคือง สัญญาณเตือนที่บอกว่าเราควรพักสายตาและปรับพฤติกรรมการใช้งานมีรายละเอียดดังนี้
-
มองเห็นภาพพร่ามัวชั่วขณะหรือภาพซ้อนเมื่อละสายตาจากหน้าจอทันที
-
มีอาการปวดหน่วงรอบดวงตาที่ลามไปถึงขมับและต้นคอ
-
ดวงตาไวต่อแสงมากกว่าปกติจนต้องหรี่ตาเมื่ออยู่ในอาคารที่มีแสงจ้า
-
ตาแห้งและมีอาการคันตาบ่อยครั้งหลังจากใช้งานคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมง
แว่นกันแสงคอมพิวเตอร์ ช่วยป้องกันและลดอาการปวดตาได้อย่างไร ?
หลายคนสงสัยว่า แว่นกันแสงคอมพิวเตอร์ ช่วยป้องกันดวงตาได้อย่างไร หลักการทำงานคือตัวเลนส์จะทำหน้าที่สะท้อนหรือดูดซับคลื่นแสงสีฟ้าช่วงความยาวคลื่น 415-455 นาโนเมตร ไม่ให้เข้าสู่ดวงตาโดยตรง การทำงานนี้ช่วยลดการกระจัดกระจายของแสงที่มักทำให้ภาพบนหน้าจอดูฟุ้งหรือพร่ามัว กล้ามเนื้อตาจึงไม่ต้องทำงานหนักเกินไปเพื่อโฟกัสภาพให้ชัดเจนตลอดเวลา
นวัตกรรมของเลนส์ชนิดนี้มักมีการเคลือบผิวที่ช่วยเพิ่มความคมชัดทำให้เรามองเห็นตัวอักษรบนพื้นหลังที่มีความสว่างต่างกันได้ง่ายขึ้น อาการล้าจากการเพ่งหน้าจอนานกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จะลดน้อยลงเนื่องจากรูม่านตาไม่ต้องคอยปรับขนาดเพื่อรับแสงที่เปลี่ยนไปมาอยู่ตลอด
การเลือกเลนส์ที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากสภาพแวดล้อมยังช่วยตัดแสงรบกวนจากหลอดไฟเพดานที่ตกกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์ ช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของดวงตาจากการลดภาวะการจ้องค้างเป็นเวลานานที่มักเกิดขึ้นเมื่อเราพยายามมองภาพที่ขาดความคมชัดค่ะ
แว่นตากรองแสงคอมพิวเตอร์ เหมาะกับใครบ้าง ?

-
พนักงานออฟฟิศที่อยู่หน้าจอเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน การสวมแว่นที่มีเลนส์เคลือบมัลติโค้ตช่วยลดความฟุ้งกระจายของแสง ทำให้ภาพบนจอคมชัดและนุ่มนวลขึ้น ช่วยลดอาการตาแห้งและปวดกระบอกตาที่มักเกิดขึ้นในช่วงท้ายของวันทำงานได้ดี
-
เกมเมอร์หรือสายกราฟิกที่ต้องใช้สมาธิสูง เหมาะกับคนที่ต้องจ้องรายละเอียดบนหน้าจออย่างต่อเนื่อง เพราะเลนส์จะช่วยให้กล้ามเนื้อตาไม่ต้องทำงานหนักเกินไปในการเพ่งโฟกัสภาพเดิมซ้ำ ๆ ตลอดทั้งวัน
-
คนที่ชอบใช้สมาร์ทโฟนก่อนนอนหรือในที่มืด แว่นจะช่วยปรับโทนสีหน้าจอให้นวลตาขึ้น ลดการรับคลื่นแสงสีฟ้าเข้มข้นที่ไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ช่วยทำให้ร่างกายพักผ่อนและนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น
-
ผู้ที่เริ่มมีอาการแสบตาหรือมองภาพพร่ามัว ถ้าต้องใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนานจนเริ่มมีอาการเหล่านี้ การพิจารณาเลือกแว่นกรองแสงที่ผลิตจากวัสดุเลนส์คุณภาพสูงถือเป็นตัวช่วยที่คุ้มค่า เพื่อช่วยเพิ่มความสบายตาและตัดแสงรบกวนในระยะยาว
ลองเริ่มจากการสังเกตชั่วโมงการใช้หน้าจอในแต่ละวันของตัวเอง เพื่อเลือกสเปคเลนส์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตมากที่สุดค่ะ
เช็กสัญญาณ : 5 สัญญาณเตือนสำหรับคนทำงานออฟฟิศที่ควรใช้ Office Lens
ประเภทของ แว่นกรองแสงหน้าจอคอม และความแตกต่างของเนื้อเลนส์
ประเภทของแว่นกรองแสงหน้าจอคอมในปัจจุบันแบ่งตามเทคโนโลยีการผลิตเนื้อเลนส์เพื่อจัดการกับคลื่นแสงสีฟ้าในช่วงความถี่ 380-500 นาโนเมตร ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่การวางตำแหน่งสารกรองแสงว่าอยู่บริเวณผิวเลนส์หรืออยู่ในโครงสร้างเนื้อเลนส์โดยตรง
เทคโนโลยีการผลิตที่ต่างกันส่งผลต่อความใสและความคงทนของเลนส์ รวมถึงระดับความเพี้ยนของสีที่ดวงตามองเห็น ผู้ใช้งานที่ทำงานสายกราฟิกหรือตัดต่อวิดีโอจำเป็นต้องเลือกเนื้อเลนส์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เพื่อรักษาความถูกต้องของสีสันบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ความหนาแน่นของเนื้อวัสดุเลนส์ส่งผลโดยตรงต่อการหักเหแสงและการกระจายตัวของสี แว่นกรองแสงที่มีค่า Abbe Value สูงจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนของสีบริเวณขอบเลนส์ ทำให้ผู้สวมใส่ไม่เกิดอาการวิงเวียนศีรษะเมื่อต้องกวาดสายตาผ่านหน้าจอที่มีความกว้างตั้งแต่ 27 นิ้วขึ้นไปค่ะ
| รูปแบบการกรองแสง | กระบวนการผลิต | จุดเด่นด้านการใช้งาน |
|---|---|---|
| แบบเคลือบผิว | เคลือบชั้นฟิล์มสะท้อนแสงสีฟ้าบนหน้าเลนส์ | ลดการสะท้อนรบกวนและอาการล้าของตา |
| แบบผสมในเนื้อเลนส์ | ฝังโมเลกุลดูดซับแสงลงในมวลพลาสติก | ภาพดูนวลเป็นธรรมชาติ มีความทนทานสูง |
| แบบปรับสีอัตโนมัติ | ใช้สารโฟโตโครมิกไวต่อรังสี UV และแสงจ้า | ปกป้องดวงตาได้ทั้งในอาคารและกลางแจ้ง |
เลนส์บลูบล็อคแบบเคลือบผิวเลนส์ (Blue Light Block)

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือความใสของเนื้อเลนส์ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติทำให้มองเห็นภาพได้คมชัดโดยสีเพี้ยนน้อยมาก ชั้นเคลือบผิวมักถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติตัดแสงสะท้อนและป้องกันรอยขีดข่วนรวมอยู่ด้วย แต่ชั้นสารเคลือบมีโอกาสเสื่อมสภาพตามการใช้งานประมาณ 2 ปี ถ้าสัมผัสความร้อนสูงหรือเช็ดถูด้วยผ้าที่ไม่สะอาด
เลนส์กรองแสงคอม แบบผสมในเนื้อเลนส์

-
เนื้อเลนส์มีความใสและนวลตากว่ารุ่นที่เคลือบแค่ผิวหน้า
-
ลดเงาสะท้อนสีน้ำเงินวาวหน้าเลนส์ที่ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
-
ช่วยให้สีที่มองเห็นผ่านเลนส์มีความเพี้ยนน้อยลง
-
ป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ครอบคลุมในคู่เดียว
เทคโนโลยีฝังโมเลกุลดูดซับแสงช่วยให้มองภาพได้สบายตามากขึ้นโดยไม่รู้สึกว่าภาพติดเหลืองจัด ๆ จนรบกวนการทำงานด้านกราฟิกหรือการแยกแยะเฉดสี โดยจะสังเกตได้ว่าเงาสะท้อนบนผิวเลนส์จะเป็นสีนวลสวยคล้ายเลนส์มัลติโค้ททั่วไปแต่ยังคงคุณสมบัติการตัดแสงสีฟ้าไว้ครบถ้วน การเลือกใช้เลนส์ชนิดนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องนั่งทำงานจ้องหน้าจอดิจิทัลหรือสมาร์ทโฟนต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติ (Blue Block Auto) กรองแสงและกันแดดในตัว

-
ป้องกันรังสี UV400 ที่เป็นปัจจัยหลักของการเกิดโรคต้อลมและต้อกระจก
-
ลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตาขณะทำงานกับอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน
-
ปรับความเข้มของสีเลนส์ตามปริมาณความเข้มแสงได้หลายระดับภายใน 30 วินาที
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การใช้สายตามีความคล่องตัวสูงขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนแว่นสลับไปมาบ่อย ๆ ตามสภาพแสงที่เปลี่ยนไป เลนส์รุ่นปัจจุบันมีการใส่สารเคลือบมัลติโค้ตที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากหลอดไฟนีออนและไฟหน้ารถยนต์ในช่วงกลางคืน เลนส์บางแบรนด์มีคุณสมบัติปรับความเข้มได้สูงถึง 80% เมื่อเจอแสงแดดจัดในที่กลางแจ้ง ช่วยลดความจ้าของแสงที่กระทบดวงตาได้ทันทีค่ะ
วิธีเลือก แว่นกรองแสงคอมพิวเตอร์ ให้ถนอมสายตาและตรงไลฟ์สไตล์

น้ำหนักและวัสดุของกรอบแว่นส่งผลต่อความสบายในการสวมใส่ตลอดวัน วัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงอย่าง TR90 ที่มีน้ำหนักเบาไม่เกิน 15-20 กรัม ช่วยลดแรงกดทับบริเวณสันจมูกและหลังใบหูได้ดี การเลือกขนาดกรอบให้พอดีกับแนวระนาบของดวงตา ช่วยป้องกันแสงจากหลอดไฟด้านบนที่อาจลอดเข้ามาสะท้อนหน้าเลนส์จนทำให้เกิดอาการตาล้าในช่วงบ่ายค่ะ
แว่นตากันแสงคอมสำเร็จรูป vs ตัดแว่นสายตาใหม่ เลือกแบบไหนดี ?
การเลือกว่าจะใช้แว่นตากันแสงคอมแบบสำเร็จรูปหรือตัดใหม่ขึ้นอยู่กับค่าสายตาปัจจุบันและความสบายตาเป็นหลัก แว่นกรองแสงแบบสำเร็จรูปเหมาะกับคนที่มีสายตาปกติ และต้องการเพียงฟังก์ชันลดความล้าจากการจ้องหน้าจอนาน ๆ โดยไม่มีอาการปวดหัวรบกวน ถ้าเริ่มมองเห็นภาพเบลอหรือต้องหรี่ตาขณะทำงาน การตัดแว่นใหม่ที่วัดค่าสายตาอย่างละเอียดรวมถึงจุดกึ่งกลางตาดำจะช่วยลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อตาได้ตรงจุด
เลนส์แว่นแบบสั่งตัดมักมีการเคลือบมัลติโค้ตหลายชั้นที่ช่วยลดเงาสะท้อนได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเลนส์สำเร็จรูปทั่วไปตามท้องตลาด การเลือกแว่นกรองแสงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับระยะห่างระหว่างดวงตา หรือค่า PD (Pupillary Distance) ยังช่วยป้องกันอาการเวียนหัวจากการเหล่สายตาเข้าหาจุดโฟกัสที่ไม่ตรงจุด การวัดค่าสายตาที่แม่นยำจะระบุค่าเอียงซึ่งเลนส์สำเร็จรูปไม่สามารถชดเชยส่วนนี้ได้ค่ะ
| คุณสมบัติ | แว่นกรองแสง สำเร็จรูป | ตัดแว่นสายตาใหม่ |
|---|---|---|
| ค่าสายตา | ไม่มีค่าสายตา (ค่าศูนย์) | เลือกได้ตามค่าสายตาจริง |
| จุดโฟกัสเลนส์ | ค่ามาตรฐานกลาง ๆ | ปรับให้ตรงกับกึ่งกลางตาดำ |
| ความคมชัด | คงที่ตามคุณภาพเลนส์ | ชัดเจนตามความต้องการเฉพาะบุคคล |
| ระยะเวลารอ | ซื้อแล้วใช้งานได้ทันที | รอการประกอบ 3-7 วัน |
แว่นกรองแสงคอมราคา ประหยัดต่างจากแบรนด์ชั้นนำอย่างไร ?
หลายคนอาจสงสัยว่า “แว่นกรองแสงคอมราคาประหยัดต่างจากแบรนด์ชั้นนำอย่างไร” ราคาที่ต่างกันสะท้อนถึงคุณภาพการผลิตเลนส์และความเสถียรของภาพ แว่นกรองแสงราคาประหยัดส่วนใหญ่มักใช้เลนส์พลาสติกที่ผสมสารกันแสงสีฟ้าลงไปในตัววัสดุ ส่งผลให้ภาพที่มองเห็นมีสีเหลืองจัดหรือเกิดอาการบิดเบือนของแสงบริเวณขอบเลนส์
ส่วนแบรนด์ชั้นนำมักใช้เลนส์ที่มีการเคลือบผิวหลายชั้นเพื่อลดแสงสะท้อนและเพิ่มความคมชัด สารเคลือบเหล่านี้จะมีความทนทานสูงกว่า ไม่ลอกง่ายเมื่อเช็ดทำความสะอาดบ่อย ๆ และช่วยให้ดวงตาโฟกัสภาพบนหน้าจอได้สบายกว่าเดิม
กรอบแว่นแบรนด์เนมมักเลือกใช้พลาสติกยืดหยุ่นสูงหรือโลหะน้ำหนักเบาเพื่อลดแรงกดทับบริเวณสันจมูกและหลังหู เมื่อต้องใส่ทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานจะช่วยลดรอยกดแดงและความเมื่อยล้าจากการบีบรัดของขาแว่นได้ชัดเจนค่ะ ผู้ที่กำลังเทียบงบประมาณดูราคาเลนส์แว่นตาของแต่ละประเภทประกอบได้
| คุณสมบัติ | รุ่นราคาประหยัด | แบรนด์ชั้นนำ |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีเลนส์ | ผสมสารกรองแสงในเนื้อ | เคลือบมัลติโค้ตคุณภาพสูง |
| ความเพี้ยนของสี | สีเหลืองเข้ม ภาพเพี้ยนง่าย | สีเป็นธรรมชาติ มีความใส |
| วัสดุกรอบแว่น | พลาสติกเกรดทั่วไป | TR90 หรือไทเทเนียม |
| อายุใช้งาน | โค้ตติ้งหลุดลอกไว | ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดี |
แว่นกรองแสงจอคอมสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาต่าง ๆ
แว่นกรองแสงจอคอมสำหรับคนที่มีค่าสายตาสั้น ยาว หรือเอียง สามารถสั่งตัดเลนส์ที่รวมค่าสายตาและการเคลือบสารป้องกันแสงสีฟ้าไว้ในชิ้นเดียวกันได้ทันทีโดยไม่ต้องสวมแว่นซ้อนกัน นักทัศนมาตรจะเลือกใช้เลนส์มัลติโค้ตที่มีคุณสมบัติสะท้อนคลื่นแสงสีฟ้าในช่วงความถี่ 415-455 นาโนเมตร ช่วยลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อตาขณะเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การเลือกประเภทเลนส์ปรับตามพฤติกรรมการทำงานมีรายละเอียดดังนี้
-
เลนส์สายตาชั้นเดียว ปรับแต่งตามค่าสายตาสั้นหรือเอียงเพื่อโฟกัสหน้าจอในระยะคงที่ประมาณ 50-70 เซนติเมตร
-
เลนส์โปรเกรสซีฟ รวมค่าสายตาหลายระยะในเลนส์เดียว ช่วยให้มองเห็นชัดเจนทั้งระยะหน้าจอและตัวอักษรขนาดเล็กในเอกสาร
-
เลนส์ออฟฟิศ ออกแบบมาเพื่อเน้นการกวาดสายตาระยะกลางและระยะใกล้ เหมาะกับคนที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอ 2-3 จอพร้อมกัน
ควรเลือกเลนส์รุ่นที่ให้ความใสเคลียร์สูงเพื่อป้องกันปัญหาสีเพี้ยน โดยเฉพาะกลุ่มงานที่ต้องการความแม่นยำของสีสูงอย่างงานกราฟิก การเลือกเลนส์ชนิดฝังสารกรองแสงสีฟ้าลงในเนื้อวัสดุจะช่วยลดแสงสะท้อนสีน้ำเงินบนผิวเลนส์ได้ดีกว่าการเคลือบผิวแค่อย่างเดียว ทำให้ภาพที่มองเห็นมีความเป็นธรรมชาติและสบายตากว่าเดิมค่ะ
ข้อจำกัดและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อแว่นตัดแสงคอม
การเลือกแว่นตัดแสงคอมมาใช้งานไม่ใช่เครื่องมือที่ช่วยลดความล้าของดวงตาได้ครอบคลุมทุกสาเหตุเสมอไป เพราะแว่นประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับแสงสีฟ้าในช่วงความยาวคลื่นที่ส่งผลต่อวงจรการนอนหลับหรือความเครียดของจอประสาทตาโดยเฉพาะ ควรทำความเข้าใจว่าปัญหาปวดตาจากการจ้องจอเป็นเวลานานมักเกิดจากพฤติกรรม "การลืมกะพริบตา" หรือการใช้กล้ามเนื้อตาเกร็งค้างมากกว่าแค่เรื่องของชนิดแสงแค่อย่างเดียว
คุณภาพของเลนส์แต่ละแบรนด์มีประสิทธิภาพการสะท้อนแสงไม่เท่ากัน เลนส์มาตรฐานทั่วไปมักป้องกันแสงที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ตา ถ้าเลือกเลนส์ที่คุณภาพต่ำอาจพบปัญหาแสงสะท้อนบนผิวเลนส์รบกวนการมองเห็นเวลาทำงานในที่แสงจ้า หรือเลนส์อาจเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่าเลนส์มัลติโค้ตปกติ ส่งผลให้การตรวจสอบค่าการตัดแสงที่ระบุบนใบรับประกันเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้
ควรพิจารณาสภาพแวดล้อมที่ใช้งานจริงประกอบด้วย เช่น ถ้าต้องทำงานในออฟฟิศที่มีไฟส่องสว่างจากด้านบนแรง ๆ การเลือกเลนส์ที่มีการเคลือบสารลดแสงสะท้อน (Anti-Reflective Coating) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลนส์จะช่วยลดแสงวูบวาบได้ดีกว่า เลนส์กรองแสงที่มีคุณภาพมักจะมีอายุการใช้งานของคุณสมบัติการตัดแสงเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 ปี ตามการเสื่อมสภาพของสารเคลือบผิวเลนส์ค่ะ
ทำไมภาพที่มองผ่าน แว่นกันแสงคอม บางชนิดถึงติดสีเหลือง ?
ภาพที่มองผ่านแว่นกันแสงคอมติดสีเหลือง เพราะเลนส์มีการผสมสารดูดซับแสงสีฟ้าหรือเคลือบชั้นฟิล์มที่ทำหน้าที่ตัดคลื่นความถี่แสงสีน้ำเงินออกไป เมื่อแสงสีน้ำเงินถูกกรองออกไป สีเหลืองที่เป็นคู่สีตรงข้ามบนวงล้อสีจึงปรากฏชัดเจนขึ้น เลนส์ประเภทนี้มักบล็อกแสงสีฟ้าในช่วงคลื่นที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้ในปริมาณมาก
ความเข้มของสีเหลืองมักสะท้อนถึงประสิทธิภาพการตัดแสง ยิ่งเลนส์ติดเหลืองเข้มจะยิ่งลดอาการล้าของกล้ามเนื้อตาเวลาจ้องจอนาน ๆ ได้ดีกว่าเลนส์ใสปกติ แว่นกรองแสงกลุ่มนี้เหมาะกับคนที่ทำงานเอกสารหรือโปรแกรมเมอร์ที่ไม่ได้เน้นความแม่นยำของสี แต่ต้องการลดอาการตาแห้งจากการจ้องหน้าจอต่อเนื่องเกิน 8 ชั่วโมง ต่อวัน
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเลนส์ใสที่ใช้การสะท้อนแสงสีฟ้าออกทางผิวเลนส์แทนการดูดซับ ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติขึ้นและไม่ติดเหลืองจนเสียบุคลิก การเลือกใช้เลนส์แบบนี้จะช่วยให้สีสันของงานกราฟิกหรือวิดีโอไม่เพี้ยนไปจากความจริง โดยมีค่าการบล็อกแสงสีฟ้าระดับเริ่มต้นอยู่ที่ 20-30 เปอร์เซ็นต์
การใส่แว่นตัดแสงคอมพิวเตอร์ ต้องทำควบคู่กับการพักสายตาเสมอ
แว่นกรองแสง ช่วยลดความจ้าและตัดแสงสีฟ้าจากหน้าจอได้จริงแต่ไม่สามารถป้องกันอาการกล้ามเนื้อตาล้าจากการเพ่งมองระยะใกล้เป็นเวลานานได้เพียงอย่างเดียว เลนส์ตาต้องทำงานหนักเพื่อปรับโฟกัสให้ภาพชัดอยู่ตลอดเวลา การสวมแว่นตาเป็นเพียงการป้องกันปัจจัยภายนอกแต่ไม่ได้ช่วยลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อดวงตาที่ถูกใช้งานเกินขีดจำกัดในแต่ละวัน
อัตราการกะพริบตาของมนุษย์จะลดลงกว่า 66 เปอร์เซ็นต์ ทันทีที่เริ่มจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่งผลให้ผิวกระจกตาแห้งและเกิดอาการระคายเคือง การนำสูตร 20-20-20 มาใช้ควบคู่กับการสวมแว่นจะช่วยให้ดวงตามีจังหวะผ่อนคลายและลดความเสี่ยงของภาวะตาพร่ามัวจากการเพ่งสะสม
เมื่อทำงานครบทุก 20 นาที ให้เปลี่ยนไปมองวัตถุที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อซิลลิอารีภายในดวงตาคลายตัวจากการหดเกร็ง วิธีนี้ช่วยรักษาประสิทธิภาพการโฟกัสและลดความดันภายในลูกตาได้ดีกว่าการพึ่งพาอุปกรณ์เสริมเพียงอย่างเดียวค่ะ
ตัดแว่นกรองแสงที่ ORRA แตกต่างจากการซื้อทั่วไปอย่างไร ?

ความแม่นยำในการหาจุดกึ่งกลางตาดำเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แว่นกรองแสงใช้งานได้จริง การคำนวณระยะห่างระหว่างรูม่านตาและมุมเทของหน้าแว่นช่วยให้ผู้สวมใส่ไม่ต้องเค้นโฟกัสสายตา การใส่ใจในรายละเอียดเชิงเทคนิคช่วยลดโอกาสเกิดอาการล้าหรือตาพร่ามัวจากการใช้สมาร์ทโฟนติดต่อกันเกิน 6 ชั่วโมง ค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การตัดแว่นที่ ORRA | การซื้อแว่นทั่วไป |
|---|---|---|
| การตรวจวัดสายตา | วัดอย่างละเอียดหลายขั้นตอนตามพฤติกรรมจริง | มักใช้ค่าจากเครื่องวัดอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว |
| คุณภาพเลนส์ | เลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อลดแสงสีฟ้าเฉพาะช่วงคลื่น | เลนส์สำเร็จรูปที่เคลือบสารกันแสงแบบพื้นฐาน |
| การปรับดัดกรอบ | ปรับแต่งตามสรีระใบหน้าและจุดกึ่งกลางตาดำ | เน้นรูปทรงความสวยงามตามมาตรฐานทั่วไป |
สรุป
การเลือก แว่นกรองแสง ที่ได้มาตรฐานเป็นตัวช่วยในการลดความล้าของกล้ามเนื้อตาจากการจ้องหน้าจอดิจิทัลติดต่อกันหลายชั่วโมง เลนส์ที่สามารถตัดคลื่นแสงสีฟ้าช่วงความยาวคลื่น 380-450 นาโนเมตร จะช่วยปรับภาพให้นวลตาโดยไม่ทำให้สีสันผิดเพี้ยนไปจากความจริง ควรพิจารณาเลนส์ที่มีเทคโนโลยีเคลือบผิวเพื่อลดแสงสะท้อนรบกวนจากหลอดไฟภายในอาคาร พร้อมทั้งเลือกกรอบแว่นที่มีขนาดพอดีเพื่อป้องกันแรงกดทับบริเวณขมับเมื่อต้องสวมใส่เป็นเวลานาน
การถนอมดวงตาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควรทำควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมระหว่างวัน ด้วยการนำสูตร 20-20-20 มาใช้ คือทุก 20 นาที ให้ละสายตาไปมองวัตถุที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที พร้อมกับการหมั่นกะพริบตาบ่อย ๆ เพื่อรักษาสมดุลความชุ่มชื้น เพื่อความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ ควรทดลองสวมใส่และรับคำปรึกษาจากนักทัศนมาตรหรือผู้เชี่ยวชาญในการตรวจเช็คประสิทธิภาพเลนส์ด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ จะช่วยให้คุณได้แว่นตาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และดูแลสุขภาพสายตาได้อย่างแท้จริงค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แว่นกรองแสงคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องใส่ตลอดเวลาไหม ?
ไม่จำเป็นต้องใส่ตลอดเวลา ใส่ช่วงที่ต้องจ้องหน้าจอนาน ๆ ก็เพียงพอ และควรใช้ควบคู่กับการพักสายตาตามสูตร 20-20-20 เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย
คนสายตาปกติใส่แว่นกรองแสงได้ไหม ?
ใส่ได้ เลนส์กรองแสงผลิตได้ทั้งแบบไม่มีค่าสายตา (ค่าศูนย์) สำหรับคนสายตาปกติ และแบบรวมค่าสายตาสั้น ยาว หรือเอียงในเลนส์เดียว
เลนส์กรองแสงสีฟ้ากี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะพอ ?
งานทั่วไปเลือกระดับบล็อกราว 20-40 เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอ ส่วนคนที่จ้องจอหนักทั้งวันเลือกสูงขึ้นได้ แต่ยิ่งบล็อกมากเลนส์จะยิ่งติดเหลือง ควรชั่งกับงานที่ต้องการความตรงของสี
แว่นกรองแสงติดเหลืองทุกอันไหม มีแบบใสไหม ?
มีแบบใส เลนส์ที่ใช้วิธีเคลือบผิวสะท้อนแสงสีฟ้าจะใสกว่าและสีเพี้ยนน้อย เหมาะกับงานกราฟิกหรือตัดต่อที่ต้องการความแม่นยำของสี
เด็กใส่แว่นกรองแสงได้ไหม ?
ใส่ได้ แต่ควรให้นักทัศนมาตรประเมินค่าสายตาและพฤติกรรมการใช้หน้าจอก่อน เพื่อเลือกเลนส์ที่เหมาะกับช่วงวัยและการใช้งานจริง
ตัดแว่นกรองแสงพร้อมค่าสายตาที่ ORRA ใช้เวลากี่วัน ?
เลนส์พื้นฐานรอรับได้ค่อนข้างไว ส่วนเลนส์เฉพาะทางหรือเลนส์โปรเกรสซีฟใช้เวลาประกอบตามชนิดเลนส์ที่เลือก สอบถามรายละเอียดได้ที่สาขา
