เผยแพร่เมื่อ 25 ธันวาคม 2024 · อัปเดตล่าสุด 31 สิงหาคม 2026
คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้
-
วิธีอ่านค่าสายตา เบื้องต้นช่วยให้เข้าใจสัญลักษณ์บนใบวัดสายตา เช่น SPH สำหรับค่าสายตาสั้นหรือยาว CYL สำหรับสายตาเอียง และ AX สำหรับระบุองศาเอียง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเลนส์แว่นตาในตำแหน่งต่าง ๆ
-
ระดับความคมชัดของสายตาหรือค่า VA จะแสดงผลเป็นเศษส่วน เช่น 20/20 โดยแสดงผลทดสอบแยกดวงตาข้างขวาด้วยอักษรย่อ OD และข้างซ้ายด้วย OS
-
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง และถอดคอนแทคเลนส์พักสายตาล่วงหน้าก่อนตรวจตามเวลาที่กำหนด เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดค่าสายตาคลาดเคลื่อนชั่วคราว
-
ค่าสายตาแว่นตาไม่สามารถนำมาใช้สั่งซื้อคอนแทคเลนส์ได้ทันที เพราะมีระยะห่างจากดวงตาไม่เท่ากัน โดยผู้ที่มีค่าสายตาสั้นตั้งแต่ -4.00 ขึ้นไปจำเป็นต้องปรับลดกำลังเลนส์ลงตามสูตรคำนวณ
วิธีอ่านค่าสายตา ด้วยตัวเองเริ่มจากการสังเกตตัวย่อสากลอย่าง OD, OS, SPH และ CYL บนใบวัดค่าสายตาที่มักสร้างความสับสนเมื่อเราได้รับผลตรวจ การปล่อยปละละเลยโดยไม่เข้าใจความหมายเหล่านี้อาจทำให้เลือกซื้อเลนส์ผิดขนาด จนนำไปสู่อาการล้าของดวงตาและปวดศีรษะขณะใช้งานจริง
บทความนี้จาก ORRA จะช่วยถอดรหัสเครื่องหมายบวก ลบ และตัวเลขบอกระดับสายตาสั้น ยาว หรือเอียงอย่างตรงประเด็น เช่น ค่า SPH -2.50 เพื่อให้เราสั่งตัดเลนส์ได้ถูกต้องแม่นยำค่ะ
การวัดสายตาสำคัญอย่างไร ? ทำไมเราถึงควรรู้ วิธีอ่านค่าสายตาเบื้องต้น
การวัดสายตาช่วยให้เราตรวจพบความผิดปกติของการมองเห็นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งการรู้ วิธีอ่านค่าสายตา เบื้องต้นจะช่วยป้องกันความเข้าใจผิดในการเลือกซื้อแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์มาใช้งานเอง
หลายคนมักสับสนกับสัญลักษณ์และตัวเลขบนใบค่าสายตา การเข้าใจค่าเหล่านี้ช่วยให้เราสามารถเช็กความถูกต้องของเลนส์ที่ร้านแว่นประกอบให้ว่าตรงกับค่าจริงหรือไม่ การปล่อยให้สายตาทำงานหนักจากเลนส์ที่ไม่ตรงค่าอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวและล้าสะสมในระยะยาว
ตัวเลขเครื่องหมายบวก (+) หรือลบ (-) บนใบวัดสายตากำหนดประเภทเลนส์ที่เราต้องใช้ เช่น เครื่องหมายลบสำหรับสายตาสั้น และเครื่องหมายบวกสำหรับสายตายาว การรู้วิธีอ่านค่าเหล่านี้ทำให้เราสื่อสารกับร้านแว่นตาได้อย่างถูกต้องแม่นยำเมื่อต้องการสั่งตัดเลนส์ผ่านช่องทางออนไลน์หรือร้านสาขาสำรองค่ะ
Visual Acuity คืออะไร ? มีความสำคัญอย่างไรในวิธีอ่านค่าสายตา VA
Visual Acuity หรือ ค่า VA คือ ระดับความคมชัดของสายตาในการจำแนกรายละเอียดเล็ก ๆ ของวัตถุที่อยู่ตรงหน้าในระยะมาตรฐาน ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมากในวิธีอ่านค่าสายตา เนื่องจากเป็นตัวเลขดัชนีหลักที่บอกว่าความสามารถในการมองเห็นกำลังอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือมีปัญหาทางสายตาแฝงอยู่
การวัดค่านี้จะช่วยเปรียบเทียบความสามารถในการมองเห็นของเรากับระดับสายตามาตรฐานทั่วไป ตัวเลขที่ได้จะระบุเป็นเศษส่วน เช่น 20/20 ในหน่วยฟุต หรือ 6/6 ในหน่วยเมตร ที่เป็นเกณฑ์อ้างอิงของคนสายตาปกติทั่วไป
ถ้าพบว่าผลการทดสอบต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ จะช่วยส่งสัญญาณเตือนให้ตรวจเช็คความผิดปกติอื่นเพิ่มเติม เช่น ภาวะสายตาสั้น สายตายาว หรือ โรคตาขี้เกียจ ในเด็กวัยเรียนค่ะ
วิธีอ่านค่าสายตา VA จากแผ่นชาร์ตทดสอบการมองเห็น (Snellen Chart)
วิธีอ่านค่าสายตา Visual Acuity (VA) จากแผ่นชาร์ต Snellen Chart ทำได้โดยการดูตัวเลขเศษส่วนที่ระบุไว้ตรงส่วนปลายของแต่ละแถวตัวอักษรที่เราสามารถอ่านได้อย่างถูกต้องเกินครึ่งหนึ่งในระยะทดสอบมาตรฐาน
-
ตัวเลขเศษด้านบน คือระยะห่างระหว่างตัวเรากับแผ่นภาพทดสอบ ซึ่งกำหนดระยะมาตรฐานไว้ที่ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร
-
ตัวเลขส่วนด้านล่าง คือระยะห่างที่คนสายตาปกติสามารถอ่านตัวอักษรขนาดเดียวกันนั้นได้ชัดเจน
ผลลัพธ์ตัวอย่าง เช่น ค่า 20/40 หมายความว่าเรามองเห็นตัวอักษรขนาดนั้นได้ชัดที่ระยะ 20 ฟุต ส่วนคนสายตาปกติทั่ว ๆ ไปสามารถมองเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ยืนห่างออกไปที่ระยะ 40 ฟุตค่ะ
วิธีอ่านค่าสายตาจากเครื่องวัดอัตโนมัติ (Autorefractor)
วิธีอ่านค่าสายตาจากเครื่องวัดอัตโนมัติหรือใบสลิปความร้อน ทำได้โดยการสังเกตสัญลักษณ์อักษรย่อสามกลุ่มหลักที่แสดงค่าประมาณการมองเห็นเบื้องต้น สัญลักษณ์เหล่านี้จะระบุความสั้น ยาว เอียง ของกระจกตาเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการลองเลนส์สัมผัสหรือแว่นสายตาค่ะ
-
ค่า SPH (Sphere) ระบุความสั้นหรือยาวของสายตา มีหน่วยเป็นไดออปเตอร์ โดยเครื่องหมายลบหมายถึงสายตาสั้นและเครื่องหมายบวกหมายถึงสายตายาว
-
ค่า CYL (Cylinder) แสดงปริมาณความเอียงของกระจกตา ซึ่งจะมีเครื่องหมายลบกำกับอยู่เสมอในใบวัดส่วนใหญ่เพื่อช่วยระบุความผิดปกติของสัดส่วนความโค้ง
-
ค่า AX (Axis) บอกทิศทางหรือองศาของสายตาเอียง มีค่าตั้งแต่ 1 ถึง 180 องศา เพื่อกำหนดแนวการวางเลนส์ให้ตรงกับจุดโฟกัสจริง
-
ค่า PD (Pupillary Distance) แสดงระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางรูม่านตาทั้งสองข้าง มีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร เช่น 64 มิลลิเมตร สำหรับการประกอบแว่นตา
วิธีอ่านค่าสายตาจากใบวัดค่าสายตา เพื่อเลือกตัดเลนส์ให้เหมาะกับตัวเอง
วิธีอ่านค่าสายตา จากใบวัดค่าสายตาเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจสัญลักษณ์ย่อของดวงตาทั้งสองข้างก่อนส่งข้อมูลให้ร้านตัดเลนส์ เอกสารส่วนใหญ่จะแยกรายละเอียดออกเป็นสองแถว โดยใช้คำย่อมาตรฐาน OD สำหรับดวงตาข้างขวา และ OS สำหรับดวงตาข้างซ้าย เพื่อป้องกันความสับสนระหว่างขั้นตอนการประกอบเลนส์เข้ากับกรอบแว่นต่าง ๆ
วิธีอ่านค่าสายตาสั้น (Sphere SPH) ที่สังเกตได้จากเครื่องหมายลบ
ค่าสายตาสั้นในใบวัดสายตาจะแสดงอยู่ในช่อง SPH (Sphere) โดยมีเครื่องหมายลบนำหน้าตัวเลขเพื่อระบุความบกพร่องในการมองเห็นระยะไกล ตัวเลขที่ตามหลังเครื่องหมายลบนี้จะแสดงถึงความแรงของกำลังเลนส์ที่ต้องใช้เพื่อปรับโฟกัสแสงให้ตกลงบนจอประสาทตาพอดี
-
เครื่องหมายลบแสดงถึงภาวะสายตาสั้นที่ต้องการเลนส์เว้าเพื่อช่วยกระจายแสง
-
ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 0.25 ไดออปเตอร์หมายถึงระดับสายตาที่สั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
สามารถเข้าใจระดับความสั้นได้ง่ายขึ้นจากระดับตัวเลขที่ปรากฏ เช่น ค่า -1.75 หมายความว่าเรามีค่าสายตาสั้น 175 ส่วนคนที่มีค่าสายตาสูงกว่า -6.00 จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสายตาสั้นระดับรุนแรง ซึ่งมักจะพบปัญหามองเห็นวัตถุในระยะเกินกว่า 16 เซนติเมตรไม่ชัดเจนค่ะ
วิธีอ่านค่าสายตายาว (Sphere SPH) และสายตายาวตามอายุ (ADD)
ค่าสายตายาวในช่อง SPH จะแสดงด้วยเครื่องหมายบวก เพื่อระบุความต้องการเลนส์นูนในการช่วยรวมแสงให้ตกลงบนจอประสาทตาพอดี ค่านี้จะแตกต่างจากค่าสายตายาวตามอายุในช่อง ADD ที่เป็นค่ากำลังขยายเพิ่มเติมสำหรับช่วยมองใกล้ค่ะ
-
ค่า SPH เครื่องหมายบวก บอกระดับสายตายาวโดยกำเนิดที่ทำให้มองวัตถุระยะใกล้ไม่ชัดเจน ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งต้องการกำลังเลนส์หนาขึ้น เช่น ค่า +2.00 แสดงว่าต้องการการชดเชยแสงมากกว่าผู้ที่มีค่าสายตา +1.00
-
ค่า ADD คือค่ากำลังเลนส์เสริมสำหรับการมองใกล้เพื่อชดเชยแรงเพ่งของกล้ามเนื้อตาที่ลดลงตามวัย มักเริ่มปรากฏในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยมีค่าเริ่มต้นที่ +1.00 และจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติทุก ๆ 2-3 ปี
วิธีอ่านค่าสายตาเอียง (Cylinder CYL) และรหัสองศา (Axis)
การอ่านค่าสายตาเอียงและองศาทำได้โดยการสังเกตตัวเลขในช่อง CYL ควบคู่กับช่อง AX เสมอเพื่อระบุทิศทางความเอียงของกระจกตา
-
ค่า CYL แสดงระดับความเอียงของดวงตาโดยระบุเป็นเครื่องหมายลบตามด้วยตัวเลข เช่น ค่า -1.50 หมายถึงมีสายตาเอียง 150
-
ค่า AX บ่งบอกทิศทางแนวเอียงของดวงตาเป็นหน่วยองศาตั้งแต่ 1 ถึง 180 เพื่อใช้กำหนดตำแหน่งการวางเลนส์ให้ตรงกับจุดโฟกัส
นักทัศนมาตรจำเป็นต้องใช้ทั้งสองค่านี้ร่วมกันในการฝนเลนส์เพราะถ้าวางองศาเคลื่อนไปแค่ 5 องศา จะส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะหรือภาพซ้อนได้ค่ะ
ข้อควรรู้เพิ่มเติมที่ช่วยให้ วิธีอ่านค่าสายตา และการตัดแว่นแม่นยำขึ้น
การเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมประจำวันกับตัวเลขบนใบค่าสายตาช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการสั่งตัดเลนส์ได้จริง การรู้วิธีอ่านค่าสายตาร่วมกับการเช็กปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ เช่น สภาพร่างกาย และประเภทของเลนส์ที่ต้องการใช้งาน จะทำให้เราสื่อสารข้อมูลเพื่อการตัดแว่นได้ถูกต้อง แม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเลือกเลนส์เฉพาะทางให้เหมาะกับกิจกรรมหลักอย่างการจ้องจอคอมพิวเตอร์นานกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันค่ะ
วิธีเตรียมตัวก่อนไป “การวัดสายตา” ป้องกันค่าสายตาแกว่ง
การเตรียมดวงตาให้อยู่ในสภาวะปกติก่อนตรวจวัดเป็นขั้นตอนแรกที่ช่วยป้องกันความผิดพลาดของตัวเลขจากการวัดดวงตา
-
งดใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนตรวจเพื่อให้กระจกตาคืนรูปทรงธรรมชาติ
-
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการตาแห้งและภาวะสายตาสั้นเทียมจากกล้ามเนื้อตาเพลียล้า
-
หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลา 30 นาที ก่อนเข้าตรวจวัด
การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ส่งผลกระตุ้นความดันโลหิตและทำให้ระบบการโฟกัสภาพเปลี่ยนไป การงดสารเหล่านี้ช่วง 12 ชั่วโมง ก่อนตรวจจะช่วยให้เราได้ผลการวัดดวงตาที่แม่นยำสำหรับการนำไปเปรียบเทียบกับวิธีอ่านค่าสายตาในใบสั่งตัดเลนส์อันเดิมค่ะ ถ้าไม่สะดวกเตรียมตัวเอง นัดคิวตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรของ ORRA ทุกสาขา ได้ล่วงหน้าค่ะ
เปรียบเทียบ วิธีอ่านค่าสายตาสำหรับตัดแว่น กับ ค่าสายตาคอนแทคเลนส์
ค่าสายตาสำหรับตัดแว่นไม่สามารถนำมาใช้สั่งซื้อคอนแทคเลนส์ได้ทันที เพราะระยะห่างระหว่างเลนส์ถึงกระจกตาของอุปกรณ์ทั้งสองชนิดไม่เท่ากัน แว่นตาจะอยู่ห่างจากตาประมาณ 12 มิลลิเมตร ส่วนคอนแทคเลนส์วางอยู่บนผิวตาโดยตรง ส่งผลให้คนที่มีค่าสายตาสั้นตั้งแต่ 4.00 ไดออปเตอร์ ขึ้นไปจำเป็นต้องลดกำลังเลนส์ลงเมื่อเปลี่ยนมาใช้คอนแทคเลนส์เพื่อป้องกันอาการมึนศีรษะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ค่าสายตาแว่นตา | ค่าสายตาคอนแทคเลนส์ |
|---|---|---|
| ระยะห่างหน้าเลนส์ | ห่างจากดวงตาประมาณ 12 มิลลิเมตร | แนบชิดติดกับผิวกระจกตาโดยตรง |
| กำลังเลนส์ที่ใช้ | ค่าตัวเลขจะสูงกว่าสำหรับคนสายตาสั้น | ต้องปรับลดกำลังเลนส์ลงตามสูตรคำนวณ |
| ข้อมูลเฉพาะเลนส์ | ไม่มีความโค้งระบุไว้ | ต้องระบุค่าความโค้งและเส้นผ่านศูนย์กลาง |
วิธีอ่านค่าสายตาเพื่อปรับปรุงความถูกต้องทำได้โดยการใช้ตารางแปลงค่าสำเร็จรูปที่มีการคำนวณระยะเยื้องศูนย์ หรือ Vertex Distance ไว้แล้ว เช่น คนที่มีค่าสายตาสั้น -5.00 จะต้องเลือกสวมใส่คอนแทคเลนส์ที่ค่าประมาณ -4.75 โดยต้องไม่ลืมตรวจสอบค่าความโค้งเลนส์ หรือ Base Curve ที่มีขนาดมาตรฐานระหว่าง 8.4 ถึง 8.8 มิลลิเมตรเพื่อให้เลนส์เกาะตาดำพอดีค่ะ
ทำความเข้าใจค่าสายตาสองแบบ : ทำไมค่าสายตาคอนแทคเลนส์กับแว่นตาถึงไม่เท่ากัน
สรุป
การเข้าใจ วิธีอ่านค่าสายตา ช่วยให้เราสามารถเช็คความถูกต้องของเลนส์แว่นตาผ่านสัญลักษณ์ OD, OS, SPH, CYL และ AX ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ตัวเลขเครื่องหมายลบและบวกจะช่วยระบุภาวะสายตาสั้นหรือยาวเพื่อลดอาการปวดหัวจากการสวมใส่เลนส์ผิดขนาด ค่าเหล่านี้ยังช่วยให้เราเปรียบเทียบความคมชัดของสายตาในระดับมาตรฐาน 20/20 ได้ด้วยตัวเอง
ก่อนการเข้าตรวจวัดสายตาครั้งต่อไป ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงและงดใส่คอนแทคเลนส์ล่วงหน้า 24 ชั่วโมงเพื่อเลี่ยงค่าที่คลาดเคลื่อน ถ้าต้องการสั่งซื้อคอนแทคเลนส์ต้องไม่ลืมปรับลดกำลังเลนส์สำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นตั้งแต่ -4.00 ขึ้นไปตามสูตรคำนวณมาตรฐานเพื่อให้ได้เลนส์ที่เข้ากับดวงตาอย่างพอดีค่ะ
ดูขั้นตอนเตรียมตัว : วิธีเตรียมตัวก่อนไปตรวจวัดสายตา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีอ่านค่าสายตา
ค่าสายตา 0.00 หรือ Plano หมายความว่าอะไร
หมายถึงไม่มีค่าสายตาสั้นหรือสายตายาวในช่องนั้น ถ้าใบวัดระบุ SPH 0.00 แต่มีตัวเลขในช่อง CYL แสดงว่ามีเฉพาะสายตาเอียงอย่างเดียวค่ะ
SPH กับ CYL ต่างกันอย่างไร
SPH บอกกำลังเลนส์สำหรับสายตาสั้น (เครื่องหมายลบ) หรือสายตายาว (เครื่องหมายบวก) ส่วน CYL บอกระดับสายตาเอียง ซึ่งต้องอ่านคู่กับค่า AX ที่บอกองศาเสมอค่ะ
ควรตรวจวัดสายตาใหม่บ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำทุก 1-2 ปี หรือทันทีที่เริ่มมองไม่ชัด ปวดหัว หรือล้าตาบ่อยขึ้น เพราะค่าสายตาเปลี่ยนได้ตามอายุและพฤติกรรมการใช้สายตาค่ะ
ใช้ค่าสายตาจากแว่นสั่งซื้อคอนแทคเลนส์ได้เลยไหม
ไม่ได้ทันทีค่ะ เพราะคอนแทคเลนส์วางบนผิวตาโดยตรง ต่างจากแว่นที่ห่างจากดวงตาราว 12 มิลลิเมตร ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นตั้งแต่ -4.00 ขึ้นไปต้องปรับลดกำลังเลนส์ตามตารางแปลงค่า และต้องรู้ค่าความโค้งเลนส์ประกอบด้วยค่ะ
อ่านค่าสายตาเองได้แล้ว สั่งตัดแว่นออนไลน์เลยได้ไหม
ทำได้ในกรณีค่าสายตาไม่ซับซ้อน แต่ค่าที่แม่นยำที่สุดควรมาจากการตรวจวัดสดกับนักทัศนมาตร เพราะมีการเช็คทั้งระยะ PD การทำงานร่วมกันของดวงตาทั้งสองข้าง และพฤติกรรมการใช้สายตา ก่อนเลือกเลนส์ให้เหมาะกับแต่ละคนค่ะ
บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ค่าสายตาและสุขภาพตาของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรเข้ารับการตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตร หรือปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ ก่อนตัดสินใจตัดเลนส์หรือเปลี่ยนคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง
