เผยแพร่เมื่อ 26 มิถุนายน 2022 · อัปเดตล่าสุด 5 กันยายน 2026
คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้
-
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ช่วยแก้ไขปัญหาดวงตาพร่ามัวและลดอาการเพ่งสายตาหนัก โดยช่วยให้มองเห็นได้คมชัดทุกระยะอย่างเป็นธรรมชาติ
-
การวิเคราะห์และออกแบบแว่นเฉพาะบุคคล ช่วยตอบสนองพฤติกรรมการใช้สายตาในชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล
-
การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดโดยนักทัศนมาตร ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประกอบแว่น เพื่อความสบายตาในการสวมใส่ตลอดวัน
-
การเลือกกรอบแว่นที่มีให้เลือกกว่า 3,000 แบบ ช่วยให้สวมใส่กระชับและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเลนส์ให้เหมาะสมกับสรีระใบหน้า
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS คือเทคโนโลยีเลนส์หลายระยะที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาสายตายาวตามวัยมองเห็นระยะใกล้ กลาง และไกลได้คมชัดในเลนส์ชิ้นเดียว แบรนด์ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำระดับโลกจากการคิดค้นนวัตกรรมคำนวณค่าบิดเบือนของแสงบนผิวเลนส์แบบจุดต่อจุด
บทความนี้จาก ORRA จะช่วยอธิบายถึงการออกแบบโครงสร้างเลนส์ที่ใช้ระบบคำนวณจากสรีรวิทยาและการเคลื่อนไหวของดวงตาจริง ผู้สวมใส่จึงไม่ต้องเอียงศีรษะหาโฟกัสขณะอ่านหนังสือหรือมองหน้าจอ ควบคุมการผลิตผ่านเครื่องจักรความละเอียดสูงระดับไมครอนมาตรฐานเดียวกับการผลิตเลนส์กล้องและเลนส์ไมโครสโคประดับสากลค่ะ
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS คือเทคโนโลยีแว่นตาหลายระยะที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาสายตายาวตามวัยมองเห็นระยะใกล้ กลาง และไกลได้คมชัดในเลนส์ชิ้นเดียว แบรนด์นี้ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านทัศนศาสตร์ระดับโลกจากการคำนวณโครงสร้างแสงอย่างละเอียดแม่นยำ ช่วยให้การเปลี่ยนระยะการมองเป็นไปอย่างนุ่มนวลและลดการบิดเบือนของภาพด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
ประวัติความเป็นมาของแบรนด์เลนส์แว่นตา ZEISS จากเยอรมนี
แบรนด์เลนส์แว่นตา ZEISS เริ่มต้นขึ้นจากโรงงานผลิตเลนส์สายตาขนาดเล็กในเมืองเยนา ประเทศเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1846 โดยคาร์ล ไซส์ (Carl ZEISS) ช่างเครื่องผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศาสตร์เชิงฟิสิกส์ การบุกเบิกครั้งนั้นเน้นพัฒนาเครื่องมือวิทยาศาสตร์และกล้องจุลทรรศน์คุณภาพสูง ส่งผลให้รากฐานการคำนวณค่าแสงมีความแม่นยำสูง
ต่อมาแบรนด์ได้นำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแว่นตา เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS จึงพัฒนาขึ้นจากฐานข้อมูลการวิจัยเชิงฟิสิกส์ชั้นนำ กลายเป็นเลนส์ไร้รอยต่อที่ช่วยให้มองเห็นคมชัดทุกระยะผ่านเทคโนโลยีการผลิตระดับไมครอน
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ดีไหม ?
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ดีไหม คำตอบคือตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความสบายตาและการเปลี่ยนระยะโฟกัสที่นุ่มนวล โครงสร้างเลนส์ช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้างและลดปัญหาภาพลอยวูบวาบขณะเคลื่อนไหว ทำให้เดินหรือขับรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยผู้สวมใส่ส่วนใหญ่ใช้เวลาปรับตัวประมาณ 3 ถึง 7 วัน
การออกแบบเลนส์คำนวณจากพฤติกรรมการมองจริง เพื่อลดอาการล้าของกล้ามเนื้อตาจากการสลับมองหน้าจอกับระยะไกล โครงสร้างเลนส์ช่วยเพิ่มความกว้างของพื้นที่การมองระยะกลางและใกล้ขึ้นถึง 50% ช่วยให้การกะระยะขณะเดินขึ้นลงบันไดหรือการถอยรถมีความแม่นยำสูงค่ะ
จุดเด่นของเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS มีอะไรบ้าง ?
จุดเด่นสำคัญคือความคมชัดที่สม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่นเลนส์และการลดภาพบิดเบือนด้านข้างด้วยเทคโนโลยี Freeform ช่วยให้สลับโฟกัสระหว่างหน้าจอกับระยะไกลได้ไว
-
เทคโนโลยี Freeform ระดับไมครอน ช่วยลดภาพเบลอบริเวณขอบเลนส์
-
โครงสร้างเฉพาะบุคคลที่นำพฤติกรรมการมองและรูปหน้ามาวิเคราะห์ร่วมกับกรอบแว่นจริง
-
สารเคลือบผิวเลนส์กลุ่ม DuraVision ช่วยลดแสงสะท้อนและเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS มีกี่รุ่น ?
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่ ORRA คัดสรรมาให้ลูกค้าแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ได้แก่ Basic, Good, Better, Best, Perfect และ Exclusive ทุกรุ่นขัดด้วยเทคโนโลยี Freeform เพื่อตอบโจทย์ค่าสายตาและพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นปรับตัวง่าย จนถึงรุ่นเฉพาะบุคคลขั้นสูงที่คำนวณค่าเฉพาะของกรอบแว่นจริงอย่างละเอียดค่ะ
| ระดับ | รุ่นเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS | ราคาเริ่มต้น (บาท) |
|---|---|---|
| Basic | ZEISS Light D | 6,990 |
| Good | ZEISS Light 3D | 8,990 |
| Better | ZEISS Progressive Precision Pure | 11,990 |
| Best | ZEISS Progressive Precision Plus | 14,990 |
| Perfect | ZEISS Progressive Precision Superb | 26,990 |
| Exclusive | ZEISS Progressive INDIVIDUAL | 35,990 |
รุ่นเริ่มต้น (Basic) ZEISS Light D
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่นเริ่มต้นที่ช่วยให้ปรับตัวเข้ากับแว่นหลายระยะได้ง่ายในราคาที่เข้าถึงได้ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานแว่นตาโปรเกรสซีฟที่มีค่าสายตาไม่ซับซ้อน
-
โครงสร้างเน้นระยะไกลคมชัดและโซนอ่านหนังสือสบายตา
-
คำนวณด้วย power profile ที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวศีรษะเพื่อหาระยะที่เหมาะสม
ราคาเริ่มต้น 6,990 บาท
รุ่นเริ่มต้น (Good) ZEISS Light 3D
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS Light 3D เพิ่มการคำนวณตำแหน่งดวงตาแบบ 3 มิติ ช่วยให้กะระยะได้แม่นยำขึ้นขณะเคลื่อนไหว และให้มุมมองกว้างกว่ารุ่น Light D
-
นำค่าสายตาและ Base Curve มาคำนวณร่วมด้วย เพื่อมุมมองกว้างและสบายตาขึ้น
-
เหมาะกับผู้ที่มีสายตาเอียงเล็กน้อยร่วมด้วย
ราคาเริ่มต้น 8,990 บาท
รุ่นมาตรฐาน (Better) ZEISS Progressive Precision Pure
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS Progressive Precision Pure ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อพฤติกรรมในยุคดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี Digital Inside ช่วยจัดโครงสร้างระยะกลางถึงใกล้ให้มองอุปกรณ์ดิจิทัลโดยไม่ต้องเงยหน้ามาก เหมาะกับผู้ที่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลบ่อยและนานค่ะ
-
ปรับสมดุลการเหลือบตาซ้ายขวาและบนล่างอย่างสมดุล
-
เลนส์ถูกขัดบางและเบาด้วยเทคโนโลยี Optima
ราคาเริ่มต้น 11,990 บาท
รุ่นพรีเมียม (Best) ZEISS Progressive Precision Plus
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS Progressive Precision Plus ออกแบบมาเพื่อรองรับค่าสายตาที่ค่อนข้างสูง เช่น สายตาสั้นมาก สายตาเอียงมาก หรือค่าสายตาของดวงตาทั้งสองข้างต่างกันค่ะ
-
นำค่าสายตาทั้งสองข้างมาคำนวณร่วมกัน เพื่อมุมมองที่สบายตาเมื่อใช้งานสองตาพร้อมกัน
-
ให้มุมมองกว้างและภาพบิดเบือนด้านข้างน้อยกว่ารุ่น Better
ราคาเริ่มต้น 14,990 บาท
รุ่นระดับสูง (Perfect) ZEISS Progressive Precision Superb
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่น Precision Superb ออกแบบมาเพื่อกลุ่มที่ต้องการโครงสร้างเฉพาะบุคคลระดับสูง โดยนำค่าพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล 6 อย่าง มาร่วมคำนวณ ได้แก่ ข้อมูลกรอบแว่น (Frame Data) ระยะห่างระหว่างรูม่านตา (Pupillary Distance) ความสูงจุดฟิตติ้ง (Fitting Height) มุมเทหน้าแว่น (Pantoscopic Angle) ระยะห่างเลนส์ถึงตา (Back Vertex Distance) และความยาวช่วงมองใกล้ (Variable Corridor)
-
เหมาะกับผู้ที่มีสายตาเอียงมากหรือมีค่าพารามิเตอร์ไม่ปกติ
-
ออกแบบพื้นที่การมองเฉพาะกิจกรรมได้ เช่น งานที่ต้องการพื้นที่มองระยะกลางและระยะใกล้เป็นพิเศษ
ราคาเริ่มต้น 26,990 บาท
รุ่นปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Exclusive) ZEISS Progressive INDIVIDUAL
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่น Individual คือเลนส์ระดับสูงสุดจาก ZEISS รองรับทุกค่าสายตาและกรอบแว่นทุกแบบ ผสานหลายเทคโนโลยีเข้าด้วยกันค่ะ
-
FrameFit ให้อิสระในการเลือกกรอบแว่น โดยคำนวณการไล่ค่าสายตาให้เหมาะกับกรอบแว่นนั้น ๆ
-
Adaptation Control ช่วยให้การปรับตัวใช้งานครั้งแรกง่ายขึ้นและใช้เวลาน้อยลง
-
FaceFit นำค่าพารามิเตอร์เฉพาะบุคคลถึง 9 อย่าง มาร่วมคำนวณออกแบบเลนส์
-
Luminance Design คำนวณขนาดรูม่านตาในทุกสภาวะแสงเพื่อความคมชัด
-
IndividualFit ให้เลือกโครงสร้างเลนส์ตามไลฟ์สไตล์ได้ 3 แบบ คือ Balanced สำหรับกิจกรรมหลากหลาย Intermediate สำหรับผู้ที่เน้นระยะกลาง และ Near สำหรับผู้ที่เน้นระยะใกล้เป็นเวลานาน
เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาซับซ้อนหรือค่าสายตาสองข้างต่างกันมากค่ะ
ราคาเริ่มต้น 35,990 บาท
ดูช่วงราคาแต่ละรุ่น : เลนส์แว่นตา Zeiss ราคา อัปเดตล่าสุด แต่ละรุ่นเหมาะกับใคร?
กลุ่มเลนส์ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลและเฉพาะทาง (SmartLife, Office Lens, DriveSafe)
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS เฉพาะทางถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการมองเห็นในกิจกรรมเฉพาะรูปแบบที่เลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปอาจตอบโจทย์ได้ไม่เต็มที่ เลนส์กลุ่มนี้แบ่งโครงสร้างตามพฤติกรรมการใช้สายตาเชิงลึก เพื่อลดอาการล้าของกล้ามเนื้อตาจากการเพ่งมองระยะเดียวนาน ๆ
-
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS SmartLife รองรับการก้มมองหน้าจอสมาร์ตโฟนสลับกับการมองทางข้างหน้าสำหรับผู้ที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา เหมาะกับผู้ที่ใช้สมาร์ตโฟนและโน้ตบุ๊กมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน ในไทยมีจำหน่ายเฉพาะร้านแว่นตาที่ ZEISS คัดเลือกเท่านั้น
-
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS Office Lens เน้นขยายพื้นที่การมองเห็นระยะกลางและระยะใกล้ให้กว้างขวางเพื่อการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ในระยะ 40 ถึง 100 เซนติเมตร
-
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS DriveSafe ลดแสงสะท้อนรบกวนบนท้องถนนตอนกลางคืนได้มากกว่าเลนส์เคลือบผิวมาตรฐานทั่วไปถึง 64 เปอร์เซ็นต์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกะระยะขณะขับขี่ช่วงทัศนวิสัยต่ำ
สารเคลือบผิวเลนส์ (Coating) และออปชันเสริมของ เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS
การเลือกสารเคลือบผิวเลนส์และออปชันเสริมสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นพร้อมปกป้องดวงตาจากสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
นวัตกรรมเหล่านี้เน้นการเพิ่มความทนทาน ลดแสงรบกวน และปกป้องสุขภาพสายตา โดยเฉพาะเทคโนโลยีการเคลือบผิวระดับอนุภาคที่ทนต่อแรงขีดข่วนของฝุ่นละออง และคราบไขมันเพื่อยืดอายุการใช้งานแว่นตาของคุณค่ะ
-
ZEISS DuraVision® Platinum (ความใสและกันรอยขีดข่วนสูงสุด)
เคลือบผิวหลายชั้นแบบไอออนิก เพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่าเลนส์ทั่วไปถึง 3 เท่า ลดแสงสะท้อนให้แสงผ่านเลนส์ได้มากขึ้น สารเคลือบช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิต ลดการเกาะของฝุ่น และทำความสะอาดคราบน้ำมันได้ง่าย
-
ZEISS DuraVision® BlueProtect (ปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า)
กรองแสงสีฟ้าชนิดอันตราย (390-440 นาโนเมตร) จากหน้าจอดิจิทัล ช่วยลดอาการตาล้าและตาแห้ง โดยยังคงปล่อยแสงสีฟ้าชนิดดีผ่านเข้าตาเพื่อรักษาวงจรการนอนหลับ และให้ความถูกต้องของสีบนหน้าจออย่างเป็นธรรมชาติ
-
ZEISS PhotoFusion X (เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติเมื่อออกแดด)
เปลี่ยนเป็นเลนส์กันแดดเข้มได้ในเวลาไม่นานเมื่อสัมผัสรังสียูวี และคืนกลับเป็นเลนส์ใสเมื่อเข้าสู่ที่ร่ม ปกป้องดวงตาจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครอบคลุมตลอดการใช้งาน สะดวกสบายโดยไม่ต้องพกแว่นหลายอัน
วิธีเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่นไหนดีให้เหมาะกับคุณ ?
การเลือก เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ให้เข้ากับผู้ใช้งาน ต้องพิจารณาจากพฤติกรรมการมองเห็นในชีวิตประจำวันเป็นหลัก เพราะโครงสร้างเลนส์แต่ละรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับระยะสายตาที่แตกต่างกัน
โครงสร้างของรุ่นเริ่มต้นจะเน้นการมองระยะไกลและระยะใกล้ ส่วนที่รุ่นพรีเมียมจะปรับสมดุลภาพด้านข้างให้บิดเบือนน้อยที่สุดเมื่อกรอกตาไปมา การตรวจวัดพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล เช่น ความโค้งหน้าแว่น มุมเทหน้าแว่น และระยะห่างระหว่างรูม่านตาสองข้าง จะช่วยระบุรุ่นโครงสร้างเลนส์ที่สอดคล้องกับสรีระใบหน้าได้แม่นยำขึ้น ซึ่งใช้หลักเดียวกับการเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟของทุกแบรนด์ค่ะ
1. เลือกตามไลฟ์สไตล์และการใช้งาน
การพิจารณาเลือกโครงสร้าง เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ควรวิเคราะห์จากสัดส่วนการมองเห็นในแต่ละวันเพื่อการใช้งานที่สบายตาที่สุด
-
ผู้ทำงานออฟฟิศ เหมาะกับเลนส์ที่เน้นระยะกลางและใกล้เพื่อการทำงานหน้าจอนานกว่า 6 ชั่วโมง
-
ผู้ที่เดินทางหรือขับรถประจำ ควรเน้นระยะไกลกว้างและมีโค้ตติ้งลดแสงสะท้อนเวลากลางคืน
-
ผู้ที่ทำกิจกรรมแอคทีฟ เหมาะกับโครงสร้างที่ลดภาพวูบวาบด้านข้างขณะเคลื่อนไหว
2. เลือกตามประสบการณ์การใส่แว่นโปรเกรสซีฟ
การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ให้เหมาะกับระดับประสบการณ์การสวมใส่ช่วยลดระยะเวลาในการปรับตัวและเพิ่มความสบายตาได้อย่างตรงจุด
-
ผู้ใส่ครั้งแรก ควรเลือกรุ่นที่ชดเชยภาพบิดเบือนด้านข้างสูง เช่น Light 3D หรือ Precision Pure เพื่อการปรับตัวที่ราบรื่น
-
ผู้ใส่ประจำ เหมาะสำหรับการอัปเกรดเป็นรุ่น Precision Superb หรือ Individual เพื่อเพิ่มมุมมองด้านข้างให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
3. เลือกตามงบประมาณ (Budget)
การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ตามงบช่วยให้คุณได้รับโครงสร้างเลนส์ที่คุ้มกับค่าใช้จ่าย โดยเริ่มพิจารณาจากรุ่นเริ่มต้นสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด
การวางแผนการเงินช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น กลุ่มผู้เริ่มต้นสามารถเลือกซีรีส์ Light D หรือ Light 3D ซึ่งช่วยให้ปรับตัวง่ายในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนผู้ที่มีงบระดับปานกลางถึงระดับสูงสามารถขยับไปรุ่น Precision Pure หรือ Precision Plus เพื่อเพิ่มความกว้างของลานสายตาและการบิดเบือนด้านข้างที่ลดลง รุ่นเหล่านี้ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องสลับมองระยะใกล้และไกลตลอดทั้งวัน
| ซีรีส์เลนส์ | ระดับงบประมาณ | กลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะสม |
|---|---|---|
| ZEISS Light D / Light 3D | เริ่มต้น | ผู้เริ่มต้นใส่เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก |
| ZEISS Precision Pure / Plus | ปานกลาง | ผู้ที่ต้องการลานสายตากว้างขึ้นเพื่อทำงานออฟฟิศ |
| ZEISS Individual | ระดับสูง | ผู้ที่ต้องการโครงสร้างเฉพาะบุคคลที่ออกแบบตามกรอบแว่น |
การจับคู่รุ่นเลนส์กับงบที่เหมาะสม ช่วยป้องกันการจ่ายเงินเกินความจำเป็นสำหรับฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้งานจริง การพิจารณาโครงสร้างเลนส์ที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สายตาประจำวัน จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการเลือกตามเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว โดยคุณสามารถตรวจสอบระดับสายตาก่อนเลือกโครงสร้างเลนส์ได้ที่คลินิกแว่นตาค่ะ
การเลือก Options เสริมของเลนส์ (Coatings)
การเลือกสารเคลือบผิวเลนส์สำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ต้องพิจารณาจากกิจกรรมหลักในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นและปกป้องดวงตาอย่างตรงจุด การเลือกสารเคลือบที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแว่นตาและลดอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ดี เราสามารถปรับแต่งสารเคลือบผิวเลนส์ให้ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทางได้ค่ะ
-
DuraVision Platinum เพิ่มความแข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี ช่วยลดแสงสะท้อนบนผิวเลนส์เพื่อความคมชัดใสเคลียร์
-
DuraVision BlueProtect ป้องกันแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือและแท็บเล็ต ช่วยลดอาการตาแห้งเมื่อต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
-
PhotoFusion X เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติเมื่อออกแดด ช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV 400 นาโนเมตรได้อย่างสะดวก
ราคาของเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ?
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ราคาแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันตามเทคโนโลยีโครงสร้างเลนส์ การประเมินมูลค่าของเลนส์แว่นตาแบรนด์เยอรมันนี้จะพิจารณาจากองค์ประกอบทางกายภาพ และรายละเอียดทางเทคนิคส่วนบุคคลเพื่อผลิตเลนส์ที่ตรงกับสรีระตาของแต่ละคน โดยตัวแปรหลักคือระดับโครงสร้างเลนส์ที่เลือก เพราะแต่ละระดับนำค่าเฉพาะบุคคลมาคำนวณไม่เท่ากัน ยิ่งนำค่ามาคำนวณมากเท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นตามลำดับในตารางนี้
| ระดับ | สิ่งที่นำมาคำนวณโครงสร้างเลนส์ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| Basic คือ Light D | ค่าสายตากับ power profile ที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวศีรษะหาระยะ | ผู้เริ่มใช้ที่ค่าสายตาไม่ซับซ้อน |
| Good คือ Light 3D | เพิ่มตำแหน่งดวงตาแบบ 3 มิติ และค่า Base Curve ของเลนส์ | ผู้ที่มีสายตาเอียงเล็กน้อยร่วมด้วย |
| Better คือ Precision Pure | เพิ่มการจัดโครงสร้างระยะกลางถึงใกล้ด้วย Digital Inside | คนที่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลบ่อยและนาน |
| Best คือ Precision Plus | เพิ่มการคำนวณค่าสายตาสองข้างร่วมกัน | ผู้ที่ค่าสายตาสูงหรือสองข้างต่างกัน |
| Perfect คือ Precision Superb | เพิ่มพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล 6 อย่าง รวมข้อมูลกรอบแว่นและมุมเทหน้าแว่น | ผู้ที่มีสายตาเอียงมากหรือค่าพารามิเตอร์ไม่ปกติ |
| Exclusive คือ INDIVIDUAL | เพิ่มพารามิเตอร์เป็น 9 อย่าง กับการคำนวณขนาดรูม่านตาตามสภาวะแสง | ผู้ที่ต้องการเลือกกรอบแว่นได้อิสระทุกแบบ |
-
ค่าสายตาและความซับซ้อน ค่าสายตาสูงหรือมีสายตาเอียงมาก จำเป็นต้องใช้การขัดเลนส์ Freeform เฉพาะบุคคล ซึ่งส่งผลต่อราคา
-
การขัดผิวเลนส์ Freeform รุ่นระดับสูงใช้การขัดที่ละเอียดกว่า ซึ่งใช้เวลาและต้นทุนการผลิตสูงกว่า
-
การย่อบาง (Index) สำหรับสายตาสั้นหรือยาวมาก การเลือก Index 1.60, 1.67 หรือ 1.74 เพื่อความบางและเบาจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
-
ออปชันเสริมและสารเคลือบผิว การเพิ่มคุณสมบัติบลูบล็อก (BlueProtect) หรือเลนส์เปลี่ยนสี (PhotoFusion X)
-
ราคาที่แน่นอนของแต่ละคู่ขึ้นอยู่กับค่าสายตาและออปชันที่เลือกจริง แนะนำให้นัดตรวจวัดสายตาฟรีกับนักทัศนมาตร ORRA เพื่อรับใบเสนอราคาที่ตรงกับความต้องการของคุณค่ะ
ดูช่วงราคาทุกแบรนด์ : ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟทุกแบรนด์ที่ ORRA
มาตรฐานความปลอดภัยและนวัตกรรมการผลิต เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS
การผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูง แบบเดียวกับการผลิตเลนส์กล้องจุลทรรศน์และเลนส์ทางการแพทย์ เพื่อควบคุมความคลาดเคลื่อนของแสงให้อยู่ในระดับต่ำสุด
กระบวนการขัดผิวเลนส์คำนวณโครงสร้างแบบจุดต่อจุด ด้วยเทคโนโลยีฟรีฟอร์มช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้างและอาการภาพวูบวาบได้อย่างตรงจุด โรงงานผลิตมีการตรวจสอบคุณภาพเลนส์หลายขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยในการมองเห็นทุกระยะสายตาค่ะ
การรับรองมาตรฐานเทคโนโลยีความแม่นยำ (Optical Precision) ระดับสากล
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีการคำนวณโครงสร้างเลนส์แบบฟรีฟอร์มที่ละเอียดระดับไมครอน เทคโนโลยีนี้ช่วยควบคุมการบิดเบือนของแสงบนผิวเลนส์อย่างแม่นยำ ทำให้ออกแบบพื้นที่การมองเห็นได้กว้างและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้สายตาจริง โครงสร้างเลนส์ทุกชิ้นผ่านการทดสอบด้วยเครื่องมือวัดค่าแสงระบบคอมพิวเตอร์ก่อนส่งมอบถึงมือผู้ใช้งาน เพื่อรับประกันความถูกต้องของค่าสายตาทุกจุดบนแผ่นเลนส์
มาตรฐานสากลที่แบรนด์เยอรมันรายนี้ใช้ในการทดสอบคุณภาพ คือระบบการจำลองพฤติกรรมการมองเห็นผ่านดวงตาเสมือนจริงในระบบดิจิทัล มั่นใจได้ในมาตรฐานความแม่นยำด้วยการใช้เลเซอร์สลักสัญลักษณ์ตัวอักษร Z ขนาดเล็กบนเนื้อเลนส์เพื่อยืนยันว่าเป็นเลนส์แท้จากโรงงานผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
รีวิวเลนส์แว่นตา ZEISS Pantip พูดถึงเรื่องอะไรบ้าง ?
จากกระทู้รีวิว เลนส์แว่นตา ZEISS pantip ส่วนใหญ่ระบุว่าผู้ใช้ประทับใจในประสิทธิภาพการใช้งานจริงของเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS เมื่อต้องปรับตัวกับการมองเห็นหลายระยะ สมาชิกหลายคนมักแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานจริงและเปรียบเทียบโครงสร้างเลนส์ที่ช่วยให้อ่านหนังสือหรือขับรถได้ง่ายขึ้น โดยประเด็นหลักที่มีการพูดคุยกันบ่อยครั้งจะแบ่งออกเป็นเรื่องของมุมมองสายตาและการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวค่ะ
-
มุมมองสบายตาและกะระยะแม่นยำ ลดภาพวูบวาบด้านข้าง เดินขึ้นลงบันไดได้มั่นใจ และเปลี่ยนโฟกัสระหว่างจอมือถือกับระยะไกลได้อย่างราบรื่น
-
ความคุ้มค่าระยะยาว โค้ตติ้งมีความทนทานต่อรอยขีดข่วน ใช้งานได้หลายปีโดยเลนส์ไม่เสื่อมสภาพง่าย ช่วยถนอมสายตาและลดอาการปวดศีรษะจากการเพ่งมอง
ตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่ ORRA ต่างจากที่อื่นอย่างไร ?
การตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่ ORRA แตกต่างด้วยกระบวนการตรวจวัดพิกัดกรอบแว่นบนใบหน้าแบบรายบุคคล เพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุดของเทคโนโลยีเยอรมนีออกมาใช้งาน เรามุ่งเน้นการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการมองเห็นเพื่อส่งไปคำนวณโครงสร้างเลนส์ฝั่งเยอรมนีโดยตรงช่วยให้ผู้สวมใส่ปรับตัวได้ในเวลาอันสั้น
| หัวข้อการตรวจวัด | ร้านแว่นตาปกติทั่วไป | มาตรฐานการวิเคราะห์ของ ORRA |
|---|---|---|
| การวัดมุมเทหน้าแว่น | ประเมินด้วยสายตาหรือไม่ได้วัดค่า | วัดมุมเทละเอียดเป็นองศาผ่านอุปกรณ์เฉพาะ |
| ระยะห่างระหว่างตาดำ | ใช้ค่าเฉลี่ยมาตรฐานจากเครื่องวัดลม | วัดพิกัดตาดำซ้ายและขวาแยกกันเป็นมิลลิเมตร |
| การทดลองเลนส์ก่อนสั่งตัด | ลองเลนส์ทดลองสเต็ปทั่วไป | จำลองค่าสายตาจริงในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง |
การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด ดูแลโดยนักทัศนมาตร
ขั้นตอนการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรที่ ORRA เน้นความแม่นยำสูงเพื่อการผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่สมบูรณ์แบบ เราตรวจวัดอย่างละเอียดเพื่อหาค่าสายตาที่แท้จริงและวิเคราะห์การทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อตาทั้งสองข้างอย่างเป็นระบบ
ขั้นตอนสำคัญในการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด
-
การซักประวัติสุขภาพสายตาและพฤติกรรมการใช้หน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน
-
การตรวจหาค่าความผิดปกติของสายตา ทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากล
-
การทดสอบความสามารถในการเพ่งของเลนส์ตาเพื่อหาค่ากำลังเลนส์มองใกล้ที่เหมาะสมสำหรับวัย 40 ปีขึ้นไป
-
การวัดระยะห่างระหว่างรูม่านตาทั้งสองข้างและการหาจุดศูนย์กลางตาดำ เพื่อล็อกตำแหน่งจุดมองบนเลนส์แว่นตา
กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาตรวจอย่างละเอียด เพื่อให้เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ทุกคู่สอดคล้องกับสรีระดวงตาของผู้ใช้งานอย่างแม่นยำค่ะ เนื่องจากค่าสายตาและโครงสร้างดวงตาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน รุ่นที่เหมาะกับคุณจึงควรได้รับคำแนะนำจากนักทัศนมาตรโดยตรงหลังการตรวจวัดสายตา โดยเฉพาะผู้ที่มีค่าสายตาซับซ้อนหรือมีปัญหาสายตาเฉพาะทาง
บริการดูแลหลังการขาย กรอบแว่น โปรโมชั่น และความรู้เรื่องเลนส์
เราดูแลการใช้งานแว่นตาหลังการขายอย่างเป็นระบบด้วยการรับประกันโครงสร้างเลนส์ พร้อมมีกรอบแว่นให้เลือกมากกว่า 3,000 แบบ เพื่อรองรับการประกอบเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่นต่าง ๆ การเลือกกรอบแว่นโปรเกรสซีฟที่มีความกว้างและมุมเทพอดีกับสรีระใบหน้าช่วยลดอาการมึนศีรษะขณะใช้งานจริง
รายละเอียดการดูแลและสิทธิประโยชน์
-
การปรับดัดทรงกรอบแว่นให้กระชับเข้ากับใบหน้าตลอดอายุการใช้งาน
-
การตรวจเช็กสภาพผิวเลนส์พร้อมทำความสะอาดด้วยเครื่องล้างระบบอัลตราโซนิก
-
คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมการกรอกตาเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่บิดเบือนด้านข้าง
-
โปรโมชั่นพิเศษสำหรับการเลือกจับคู่เลนส์คุณภาพสูงร่วมกับกรอบแว่นแบรนด์แท้
เราพร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกเรื่องวิธีดูแลเลนส์โปรเกรสซีฟเพื่อป้องกันสารเคลือบผิวเสื่อมสภาพก่อนเวลา การเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด ช่วยยืดอายุการใช้งานสารเคลือบเลนส์ได้นานขึ้นค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS
เลนส์ ZEISS ดีไหม ถ้าเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นในระดับพรีเมียม ?
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS โดดเด่นด้านความคมชัดระดับพิกเซล การจัดการภาพบิดเบือนด้านข้าง และความใสของเนื้อเลนส์ที่ส่งผ่านแสงได้ดี ช่วยให้สบายตาทั้งในที่แสงจ้าและแสงน้อย ถ้าอยากดูภาพรวมว่าเลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดีเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันทุกแบรนด์ อ่านบทความเปรียบเทียบต่อได้
เปรียบเทียบสองแบรนด์ : เลนส์ Zeiss กับ Essilor เลือกแบรนด์ไหนดี
| คุณสมบัติทางเทคนิค | เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS | แบรนด์พรีเมียมอื่น ๆ |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีการคำนวณ | เน้นความคมชัดระดับพิกเซลและการปรับตัวเข้ากับหน้าจอดิจิทัล | เน้นความนุ่มนวลของโครงสร้างและการเคลื่อนไหวลูกตา |
| ความกว้างของมุมมอง | ขยายพื้นที่ใช้งานระยะกลางและระยะมองใกล้ให้กว้างขึ้น | เน้นความสมดุลของลานสายตาทั้ง 3 ระยะเท่า ๆ กัน |
| ความสบายตาขณะเคลื่อนไหว | ใช้เทคโนโลยีควบคุมมุมมองแบบไดนามิกเพื่อลดอาการวิงเวียน | ใช้การกระจายค่าสายตาเพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อตา |
คนที่เพิ่งเริ่มใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟครั้งแรก ควรเลือกรุ่นไหน ?
ผู้ที่เริ่มต้นใช้งานแว่นตาโปรเกรสซีฟครั้งแรกควรเลือก เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่นที่เน้นการปรับตัวง่ายและมีภาพบิดเบือนด้านข้างต่ำ โครงสร้างเลนส์รุ่นเริ่มต้นอย่าง ZEISS Light 3D เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้น เพราะมีการคำนวณโครงสร้างแบบสามมิติที่ช่วยให้กะระยะได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดอาการพื้นลอยหรือเวียนศีรษะขณะเคลื่อนไหวร่างกาย
-
ZEISS Light 3D เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้นเคยกับการมองเห็นทุกระยะในงบประมาณเริ่มต้น การออกแบบเน้นให้ดวงตาทั้งสองข้างประสานงานกันได้ง่ายที่สุดในการมองระยะสมาร์ตโฟนและระยะไกล
-
ZEISS Progressive Precision Pure เหมาะกับคนเริ่มต้นที่มีค่าสายตาเอียงร่วมด้วย เทคโนโลยี Digital Inside ของรุ่นนี้ช่วยรองรับพฤติกรรมการสลับสายตามองจอภาพและสิ่งรอบตัวได้ไว
ต้องใช้เวลาในการปรับสายตาเข้ากับเลนส์นานแค่ไหน ?
ผู้สวมใส่ส่วนใหญ่ใช้เวลาปรับตัวประมาณ 3 ถึง 7 วัน การวัดตำแหน่งจุดศูนย์กลางตาดำ (Fitting) อย่างแม่นยำจะช่วยลดเวลาการปรับตัวให้สั้นลง เมื่อใช้ร่วมกับการฝึกวิธีใช้เลนส์โปรเกรสซีฟในช่วงแรกอย่างถูกวิธี
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ ?
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่ ORRA เริ่มต้นที่ 6,990 บาท สำหรับรุ่น Light D และสูงสุด 35,990 บาท สำหรับรุ่น Individual ราคาที่แน่นอนของแต่ละคู่ขึ้นอยู่กับค่าสายตา การย่อบางเลนส์ และออปชันเสริมที่เลือก แนะนำให้นัดตรวจวัดสายตาเพื่อรับใบเสนอราคาที่ตรงกับค่าสายตาจริงของคุณค่ะ
ดูแลรักษาเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS อย่างไรให้ใช้งานได้นาน ?
ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ หลีกเลี่ยงสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด และพาเข้ามาตรวจเช็กสภาพผิวเลนส์พร้อมทำความสะอาดด้วยเครื่องล้างระบบอัลตราโซนิกที่ ORRA เป็นระยะ เพื่อยืดอายุการใช้งานของสารเคลือบผิวเลนส์ค่ะ
สรุป
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ช่วยแก้ไขปัญหาสายตายาวตามอายุผ่านเทคโนโลยีการผลิตระดับไมครอนจากประเทศเยอรมนีที่ช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้าง แผ่นเลนส์ช่วยให้การมองเห็นคมชัดทุกระยะผ่านการคำนวณโครงสร้างตามขนาดรูม่านตาเฉพาะบุคคล โครงสร้างเหล่านี้นำระบบคำนวณออปติกขั้นสูงมาวิเคราะห์เพื่อรองรับพฤติกรรมการมองเห็นในยุคดิจิทัลอย่างครอบคลุม
การเลือกเลนส์รุ่นที่สอดคล้องกับพฤติกรรมประจำวัน ช่วยลดอาการล้าตาจากการเพ่งมองหน้าจอได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ใช้งานควรเข้ารับการตรวจวัดสายตาและวิเคราะห์โครงสร้างอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าดัชนีหักเหแสงหรือ Index เลนส์ที่เข้ากับขนาดกรอบแว่นจริง สำหรับผู้ที่ต้องการปรับตัวง่ายสามารถนัดหมายเข้ามาจำลองทดลองเดินเพื่อความมั่นใจในการสวมใส่ใช้งานจริงที่สาขาทั้ง 4 แห่ง ของเราได้ทุกวันค่ะ
