เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS มีกี่รุ่น ราคาเท่าไหร่

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS บนแว่นกรอบกลมสีดำ วางคู่เอกสารเลนส์โปรเกรสซีฟของ ZEISS

คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้

  • เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ช่วยแก้ไขปัญหาดวงตาพร่ามัวและลดอาการเพ่งสายตาหนัก โดยช่วยให้มองเห็นได้คมชัดทุกระยะอย่างเป็นธรรมชาติ

  • การวิเคราะห์และออกแบบแว่นเฉพาะบุคคล ช่วยตอบสนองพฤติกรรมการใช้สายตาในชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล

  • การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดโดยนักทัศนมาตร ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประกอบแว่น เพื่อความสบายตาในการสวมใส่ตลอดวัน

  • การเลือกกรอบแว่นที่มีให้เลือกกว่า 3,000 แบบ ช่วยให้สวมใส่กระชับและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเลนส์ให้เหมาะสมกับสรีระใบหน้า


เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS คือเทคโนโลยีเลนส์หลายระยะที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาสายตายาวตามวัยมองเห็นระยะใกล้ กลาง และไกลได้คมชัดในเลนส์ชิ้นเดียว แบรนด์ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำระดับโลกจากการคิดค้นนวัตกรรมคำนวณค่าบิดเบือนของแสงบนผิวเลนส์แบบจุดต่อจุด

บทความนี้จาก ORRA จะช่วยอธิบายถึงการออกแบบโครงสร้างเลนส์ที่ใช้ระบบคำนวณจากสรีรวิทยาและการเคลื่อนไหวของดวงตาจริง ผู้สวมใส่จึงไม่ต้องเอียงศีรษะหาโฟกัสขณะอ่านหนังสือหรือมองหน้าจอ ควบคุมการผลิตผ่านเครื่องจักรความละเอียดสูงระดับไมครอนมาตรฐานเดียวกับการผลิตเลนส์กล้องและเลนส์ไมโครสโคประดับสากลค่ะ

สารบัญเนื้อหา แสดง

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก

จุดเด่นของเลนส์ ZEISS สามข้อ คมชัดทุกระยะ ต่อยอดจากกล้องจุลทรรศน์ปี 1846 และเทคโนโลยีระดับไมครอน

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS คือเทคโนโลยีแว่นตาหลายระยะที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาสายตายาวตามวัยมองเห็นระยะใกล้ กลาง และไกลได้คมชัดในเลนส์ชิ้นเดียว แบรนด์นี้ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านทัศนศาสตร์ระดับโลกจากการคำนวณโครงสร้างแสงอย่างละเอียดแม่นยำ ช่วยให้การเปลี่ยนระยะการมองเป็นไปอย่างนุ่มนวลและลดการบิดเบือนของภาพด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

ประวัติความเป็นมาของแบรนด์เลนส์แว่นตา ZEISS จากเยอรมนี

แบรนด์เลนส์แว่นตา ZEISS เริ่มต้นขึ้นจากโรงงานผลิตเลนส์สายตาขนาดเล็กในเมืองเยนา ประเทศเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1846 โดยคาร์ล ไซส์ (Carl ZEISS) ช่างเครื่องผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศาสตร์เชิงฟิสิกส์ การบุกเบิกครั้งนั้นเน้นพัฒนาเครื่องมือวิทยาศาสตร์และกล้องจุลทรรศน์คุณภาพสูง ส่งผลให้รากฐานการคำนวณค่าแสงมีความแม่นยำสูง

ต่อมาแบรนด์ได้นำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแว่นตา เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS จึงพัฒนาขึ้นจากฐานข้อมูลการวิจัยเชิงฟิสิกส์ชั้นนำ กลายเป็นเลนส์ไร้รอยต่อที่ช่วยให้มองเห็นคมชัดทุกระยะผ่านเทคโนโลยีการผลิตระดับไมครอน

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ดีไหม ?

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ดีไหม คำตอบคือตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความสบายตาและการเปลี่ยนระยะโฟกัสที่นุ่มนวล โครงสร้างเลนส์ช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้างและลดปัญหาภาพลอยวูบวาบขณะเคลื่อนไหว ทำให้เดินหรือขับรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยผู้สวมใส่ส่วนใหญ่ใช้เวลาปรับตัวประมาณ 3 ถึง 7 วัน

การออกแบบเลนส์คำนวณจากพฤติกรรมการมองจริง เพื่อลดอาการล้าของกล้ามเนื้อตาจากการสลับมองหน้าจอกับระยะไกล โครงสร้างเลนส์ช่วยเพิ่มความกว้างของพื้นที่การมองระยะกลางและใกล้ขึ้นถึง 50% ช่วยให้การกะระยะขณะเดินขึ้นลงบันไดหรือการถอยรถมีความแม่นยำสูงค่ะ

จุดเด่นของเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS มีอะไรบ้าง ?

จุดเด่นสำคัญคือความคมชัดที่สม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่นเลนส์และการลดภาพบิดเบือนด้านข้างด้วยเทคโนโลยี Freeform ช่วยให้สลับโฟกัสระหว่างหน้าจอกับระยะไกลได้ไว

  • เทคโนโลยี Freeform ระดับไมครอน ช่วยลดภาพเบลอบริเวณขอบเลนส์

  • โครงสร้างเฉพาะบุคคลที่นำพฤติกรรมการมองและรูปหน้ามาวิเคราะห์ร่วมกับกรอบแว่นจริง

  • สารเคลือบผิวเลนส์กลุ่ม DuraVision ช่วยลดแสงสะท้อนและเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS มีกี่รุ่น ?

ตารางเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS 6 ระดับ ตั้งแต่ Light D ถึง Progressive INDIVIDUAL พร้อมราคาเริ่มต้น

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่ ORRA คัดสรรมาให้ลูกค้าแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ได้แก่ Basic, Good, Better, Best, Perfect และ Exclusive ทุกรุ่นขัดด้วยเทคโนโลยี Freeform เพื่อตอบโจทย์ค่าสายตาและพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นปรับตัวง่าย จนถึงรุ่นเฉพาะบุคคลขั้นสูงที่คำนวณค่าเฉพาะของกรอบแว่นจริงอย่างละเอียดค่ะ

ระดับ รุ่นเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ราคาเริ่มต้น (บาท)
Basic ZEISS Light D 6,990
Good ZEISS Light 3D 8,990
Better ZEISS Progressive Precision Pure 11,990
Best ZEISS Progressive Precision Plus 14,990
Perfect ZEISS Progressive Precision Superb 26,990
Exclusive ZEISS Progressive INDIVIDUAL 35,990

รุ่นเริ่มต้น (Basic) ZEISS Light D

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่นเริ่มต้นที่ช่วยให้ปรับตัวเข้ากับแว่นหลายระยะได้ง่ายในราคาที่เข้าถึงได้ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานแว่นตาโปรเกรสซีฟที่มีค่าสายตาไม่ซับซ้อน

  • โครงสร้างเน้นระยะไกลคมชัดและโซนอ่านหนังสือสบายตา

  • คำนวณด้วย power profile ที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวศีรษะเพื่อหาระยะที่เหมาะสม

ราคาเริ่มต้น 6,990 บาท

รุ่นเริ่มต้น (Good) ZEISS Light 3D

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS Light 3D เพิ่มการคำนวณตำแหน่งดวงตาแบบ 3 มิติ ช่วยให้กะระยะได้แม่นยำขึ้นขณะเคลื่อนไหว และให้มุมมองกว้างกว่ารุ่น Light D

  • นำค่าสายตาและ Base Curve มาคำนวณร่วมด้วย เพื่อมุมมองกว้างและสบายตาขึ้น

  • เหมาะกับผู้ที่มีสายตาเอียงเล็กน้อยร่วมด้วย

ราคาเริ่มต้น 8,990 บาท

รุ่นมาตรฐาน (Better) ZEISS Progressive Precision Pure

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS Progressive Precision Pure ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อพฤติกรรมในยุคดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี Digital Inside ช่วยจัดโครงสร้างระยะกลางถึงใกล้ให้มองอุปกรณ์ดิจิทัลโดยไม่ต้องเงยหน้ามาก เหมาะกับผู้ที่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลบ่อยและนานค่ะ

  • ปรับสมดุลการเหลือบตาซ้ายขวาและบนล่างอย่างสมดุล

  • เลนส์ถูกขัดบางและเบาด้วยเทคโนโลยี Optima

ราคาเริ่มต้น 11,990 บาท

รุ่นพรีเมียม (Best) ZEISS Progressive Precision Plus

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS Progressive Precision Plus ออกแบบมาเพื่อรองรับค่าสายตาที่ค่อนข้างสูง เช่น สายตาสั้นมาก สายตาเอียงมาก หรือค่าสายตาของดวงตาทั้งสองข้างต่างกันค่ะ

  • นำค่าสายตาทั้งสองข้างมาคำนวณร่วมกัน เพื่อมุมมองที่สบายตาเมื่อใช้งานสองตาพร้อมกัน

  • ให้มุมมองกว้างและภาพบิดเบือนด้านข้างน้อยกว่ารุ่น Better

ราคาเริ่มต้น 14,990 บาท

รุ่นระดับสูง (Perfect) ZEISS Progressive Precision Superb

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่น Precision Superb ออกแบบมาเพื่อกลุ่มที่ต้องการโครงสร้างเฉพาะบุคคลระดับสูง โดยนำค่าพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล 6 อย่าง มาร่วมคำนวณ ได้แก่ ข้อมูลกรอบแว่น (Frame Data) ระยะห่างระหว่างรูม่านตา (Pupillary Distance) ความสูงจุดฟิตติ้ง (Fitting Height) มุมเทหน้าแว่น (Pantoscopic Angle) ระยะห่างเลนส์ถึงตา (Back Vertex Distance) และความยาวช่วงมองใกล้ (Variable Corridor)

  • เหมาะกับผู้ที่มีสายตาเอียงมากหรือมีค่าพารามิเตอร์ไม่ปกติ

  • ออกแบบพื้นที่การมองเฉพาะกิจกรรมได้ เช่น งานที่ต้องการพื้นที่มองระยะกลางและระยะใกล้เป็นพิเศษ

ราคาเริ่มต้น 26,990 บาท

รุ่นปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Exclusive) ZEISS Progressive INDIVIDUAL

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่น Individual คือเลนส์ระดับสูงสุดจาก ZEISS รองรับทุกค่าสายตาและกรอบแว่นทุกแบบ ผสานหลายเทคโนโลยีเข้าด้วยกันค่ะ

  • FrameFit ให้อิสระในการเลือกกรอบแว่น โดยคำนวณการไล่ค่าสายตาให้เหมาะกับกรอบแว่นนั้น ๆ

  • Adaptation Control ช่วยให้การปรับตัวใช้งานครั้งแรกง่ายขึ้นและใช้เวลาน้อยลง

  • FaceFit นำค่าพารามิเตอร์เฉพาะบุคคลถึง 9 อย่าง มาร่วมคำนวณออกแบบเลนส์

  • Luminance Design คำนวณขนาดรูม่านตาในทุกสภาวะแสงเพื่อความคมชัด

  • IndividualFit ให้เลือกโครงสร้างเลนส์ตามไลฟ์สไตล์ได้ 3 แบบ คือ Balanced สำหรับกิจกรรมหลากหลาย Intermediate สำหรับผู้ที่เน้นระยะกลาง และ Near สำหรับผู้ที่เน้นระยะใกล้เป็นเวลานาน

เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาซับซ้อนหรือค่าสายตาสองข้างต่างกันมากค่ะ

ราคาเริ่มต้น 35,990 บาท

ดูช่วงราคาแต่ละรุ่น : เลนส์แว่นตา Zeiss ราคา อัปเดตล่าสุด แต่ละรุ่นเหมาะกับใคร?

กลุ่มเลนส์ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลและเฉพาะทาง (SmartLife, Office Lens, DriveSafe)

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS เฉพาะทางถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการมองเห็นในกิจกรรมเฉพาะรูปแบบที่เลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปอาจตอบโจทย์ได้ไม่เต็มที่ เลนส์กลุ่มนี้แบ่งโครงสร้างตามพฤติกรรมการใช้สายตาเชิงลึก เพื่อลดอาการล้าของกล้ามเนื้อตาจากการเพ่งมองระยะเดียวนาน ๆ

  • เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS SmartLife รองรับการก้มมองหน้าจอสมาร์ตโฟนสลับกับการมองทางข้างหน้าสำหรับผู้ที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา เหมาะกับผู้ที่ใช้สมาร์ตโฟนและโน้ตบุ๊กมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน ในไทยมีจำหน่ายเฉพาะร้านแว่นตาที่ ZEISS คัดเลือกเท่านั้น

  • เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS Office Lens เน้นขยายพื้นที่การมองเห็นระยะกลางและระยะใกล้ให้กว้างขวางเพื่อการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ในระยะ 40 ถึง 100 เซนติเมตร

  • เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS DriveSafe ลดแสงสะท้อนรบกวนบนท้องถนนตอนกลางคืนได้มากกว่าเลนส์เคลือบผิวมาตรฐานทั่วไปถึง 64 เปอร์เซ็นต์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกะระยะขณะขับขี่ช่วงทัศนวิสัยต่ำ

สารเคลือบผิวเลนส์ (Coating) และออปชันเสริมของ เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS

การเลือกสารเคลือบผิวเลนส์และออปชันเสริมสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นพร้อมปกป้องดวงตาจากสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

นวัตกรรมเหล่านี้เน้นการเพิ่มความทนทาน ลดแสงรบกวน และปกป้องสุขภาพสายตา โดยเฉพาะเทคโนโลยีการเคลือบผิวระดับอนุภาคที่ทนต่อแรงขีดข่วนของฝุ่นละออง และคราบไขมันเพื่อยืดอายุการใช้งานแว่นตาของคุณค่ะ

  • ZEISS DuraVision® Platinum (ความใสและกันรอยขีดข่วนสูงสุด)

เคลือบผิวหลายชั้นแบบไอออนิก เพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่าเลนส์ทั่วไปถึง 3 เท่า ลดแสงสะท้อนให้แสงผ่านเลนส์ได้มากขึ้น สารเคลือบช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิต ลดการเกาะของฝุ่น และทำความสะอาดคราบน้ำมันได้ง่าย

  • ZEISS DuraVision® BlueProtect (ปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า)

กรองแสงสีฟ้าชนิดอันตราย (390-440 นาโนเมตร) จากหน้าจอดิจิทัล ช่วยลดอาการตาล้าและตาแห้ง โดยยังคงปล่อยแสงสีฟ้าชนิดดีผ่านเข้าตาเพื่อรักษาวงจรการนอนหลับ และให้ความถูกต้องของสีบนหน้าจออย่างเป็นธรรมชาติ

  • ZEISS PhotoFusion X (เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติเมื่อออกแดด)

เปลี่ยนเป็นเลนส์กันแดดเข้มได้ในเวลาไม่นานเมื่อสัมผัสรังสียูวี และคืนกลับเป็นเลนส์ใสเมื่อเข้าสู่ที่ร่ม ปกป้องดวงตาจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครอบคลุมตลอดการใช้งาน สะดวกสบายโดยไม่ต้องพกแว่นหลายอัน

วิธีเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่นไหนดีให้เหมาะกับคุณ ?

แนวทางเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟตามไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และออปชันเสริม BlueProtect กับ PhotoFusion X

การเลือก เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ให้เข้ากับผู้ใช้งาน ต้องพิจารณาจากพฤติกรรมการมองเห็นในชีวิตประจำวันเป็นหลัก เพราะโครงสร้างเลนส์แต่ละรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับระยะสายตาที่แตกต่างกัน

โครงสร้างของรุ่นเริ่มต้นจะเน้นการมองระยะไกลและระยะใกล้ ส่วนที่รุ่นพรีเมียมจะปรับสมดุลภาพด้านข้างให้บิดเบือนน้อยที่สุดเมื่อกรอกตาไปมา การตรวจวัดพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล เช่น ความโค้งหน้าแว่น มุมเทหน้าแว่น และระยะห่างระหว่างรูม่านตาสองข้าง จะช่วยระบุรุ่นโครงสร้างเลนส์ที่สอดคล้องกับสรีระใบหน้าได้แม่นยำขึ้น ซึ่งใช้หลักเดียวกับการเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟของทุกแบรนด์ค่ะ

1. เลือกตามไลฟ์สไตล์และการใช้งาน

การพิจารณาเลือกโครงสร้าง เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ควรวิเคราะห์จากสัดส่วนการมองเห็นในแต่ละวันเพื่อการใช้งานที่สบายตาที่สุด

  • ผู้ทำงานออฟฟิศ เหมาะกับเลนส์ที่เน้นระยะกลางและใกล้เพื่อการทำงานหน้าจอนานกว่า 6 ชั่วโมง

  • ผู้ที่เดินทางหรือขับรถประจำ ควรเน้นระยะไกลกว้างและมีโค้ตติ้งลดแสงสะท้อนเวลากลางคืน

  • ผู้ที่ทำกิจกรรมแอคทีฟ เหมาะกับโครงสร้างที่ลดภาพวูบวาบด้านข้างขณะเคลื่อนไหว

2. เลือกตามประสบการณ์การใส่แว่นโปรเกรสซีฟ

การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ให้เหมาะกับระดับประสบการณ์การสวมใส่ช่วยลดระยะเวลาในการปรับตัวและเพิ่มความสบายตาได้อย่างตรงจุด

  • ผู้ใส่ครั้งแรก ควรเลือกรุ่นที่ชดเชยภาพบิดเบือนด้านข้างสูง เช่น Light 3D หรือ Precision Pure เพื่อการปรับตัวที่ราบรื่น

  • ผู้ใส่ประจำ เหมาะสำหรับการอัปเกรดเป็นรุ่น Precision Superb หรือ Individual เพื่อเพิ่มมุมมองด้านข้างให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

3. เลือกตามงบประมาณ (Budget)

การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ตามงบช่วยให้คุณได้รับโครงสร้างเลนส์ที่คุ้มกับค่าใช้จ่าย โดยเริ่มพิจารณาจากรุ่นเริ่มต้นสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด

การวางแผนการเงินช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น กลุ่มผู้เริ่มต้นสามารถเลือกซีรีส์ Light D หรือ Light 3D ซึ่งช่วยให้ปรับตัวง่ายในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนผู้ที่มีงบระดับปานกลางถึงระดับสูงสามารถขยับไปรุ่น Precision Pure หรือ Precision Plus เพื่อเพิ่มความกว้างของลานสายตาและการบิดเบือนด้านข้างที่ลดลง รุ่นเหล่านี้ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องสลับมองระยะใกล้และไกลตลอดทั้งวัน

ซีรีส์เลนส์ ระดับงบประมาณ กลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะสม
ZEISS Light D / Light 3D เริ่มต้น ผู้เริ่มต้นใส่เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก
ZEISS Precision Pure / Plus ปานกลาง ผู้ที่ต้องการลานสายตากว้างขึ้นเพื่อทำงานออฟฟิศ
ZEISS Individual ระดับสูง ผู้ที่ต้องการโครงสร้างเฉพาะบุคคลที่ออกแบบตามกรอบแว่น

การจับคู่รุ่นเลนส์กับงบที่เหมาะสม ช่วยป้องกันการจ่ายเงินเกินความจำเป็นสำหรับฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้งานจริง การพิจารณาโครงสร้างเลนส์ที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สายตาประจำวัน จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการเลือกตามเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว โดยคุณสามารถตรวจสอบระดับสายตาก่อนเลือกโครงสร้างเลนส์ได้ที่คลินิกแว่นตาค่ะ

การเลือก Options เสริมของเลนส์ (Coatings)

การเลือกสารเคลือบผิวเลนส์สำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ต้องพิจารณาจากกิจกรรมหลักในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นและปกป้องดวงตาอย่างตรงจุด การเลือกสารเคลือบที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแว่นตาและลดอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ดี เราสามารถปรับแต่งสารเคลือบผิวเลนส์ให้ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทางได้ค่ะ

  • DuraVision Platinum เพิ่มความแข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี ช่วยลดแสงสะท้อนบนผิวเลนส์เพื่อความคมชัดใสเคลียร์

  • DuraVision BlueProtect ป้องกันแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือและแท็บเล็ต ช่วยลดอาการตาแห้งเมื่อต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

  • PhotoFusion X เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติเมื่อออกแดด ช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV 400 นาโนเมตรได้อย่างสะดวก

ราคาของเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ?

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ราคาแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันตามเทคโนโลยีโครงสร้างเลนส์ การประเมินมูลค่าของเลนส์แว่นตาแบรนด์เยอรมันนี้จะพิจารณาจากองค์ประกอบทางกายภาพ และรายละเอียดทางเทคนิคส่วนบุคคลเพื่อผลิตเลนส์ที่ตรงกับสรีระตาของแต่ละคน โดยตัวแปรหลักคือระดับโครงสร้างเลนส์ที่เลือก เพราะแต่ละระดับนำค่าเฉพาะบุคคลมาคำนวณไม่เท่ากัน ยิ่งนำค่ามาคำนวณมากเท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นตามลำดับในตารางนี้

ระดับ สิ่งที่นำมาคำนวณโครงสร้างเลนส์ เหมาะกับใคร
Basic คือ Light D ค่าสายตากับ power profile ที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวศีรษะหาระยะ ผู้เริ่มใช้ที่ค่าสายตาไม่ซับซ้อน
Good คือ Light 3D เพิ่มตำแหน่งดวงตาแบบ 3 มิติ และค่า Base Curve ของเลนส์ ผู้ที่มีสายตาเอียงเล็กน้อยร่วมด้วย
Better คือ Precision Pure เพิ่มการจัดโครงสร้างระยะกลางถึงใกล้ด้วย Digital Inside คนที่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลบ่อยและนาน
Best คือ Precision Plus เพิ่มการคำนวณค่าสายตาสองข้างร่วมกัน ผู้ที่ค่าสายตาสูงหรือสองข้างต่างกัน
Perfect คือ Precision Superb เพิ่มพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล 6 อย่าง รวมข้อมูลกรอบแว่นและมุมเทหน้าแว่น ผู้ที่มีสายตาเอียงมากหรือค่าพารามิเตอร์ไม่ปกติ
Exclusive คือ INDIVIDUAL เพิ่มพารามิเตอร์เป็น 9 อย่าง กับการคำนวณขนาดรูม่านตาตามสภาวะแสง ผู้ที่ต้องการเลือกกรอบแว่นได้อิสระทุกแบบ
  1. ค่าสายตาและความซับซ้อน ค่าสายตาสูงหรือมีสายตาเอียงมาก จำเป็นต้องใช้การขัดเลนส์ Freeform เฉพาะบุคคล ซึ่งส่งผลต่อราคา

  2. การขัดผิวเลนส์ Freeform รุ่นระดับสูงใช้การขัดที่ละเอียดกว่า ซึ่งใช้เวลาและต้นทุนการผลิตสูงกว่า

  3. การย่อบาง (Index) สำหรับสายตาสั้นหรือยาวมาก การเลือก Index 1.60, 1.67 หรือ 1.74 เพื่อความบางและเบาจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  4. ออปชันเสริมและสารเคลือบผิว การเพิ่มคุณสมบัติบลูบล็อก (BlueProtect) หรือเลนส์เปลี่ยนสี (PhotoFusion X)

  5. ราคาที่แน่นอนของแต่ละคู่ขึ้นอยู่กับค่าสายตาและออปชันที่เลือกจริง แนะนำให้นัดตรวจวัดสายตาฟรีกับนักทัศนมาตร ORRA เพื่อรับใบเสนอราคาที่ตรงกับความต้องการของคุณค่ะ

ดูช่วงราคาทุกแบรนด์ : ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟทุกแบรนด์ที่ ORRA

มาตรฐานความปลอดภัยและนวัตกรรมการผลิต เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS

การผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูง แบบเดียวกับการผลิตเลนส์กล้องจุลทรรศน์และเลนส์ทางการแพทย์ เพื่อควบคุมความคลาดเคลื่อนของแสงให้อยู่ในระดับต่ำสุด

กระบวนการขัดผิวเลนส์คำนวณโครงสร้างแบบจุดต่อจุด ด้วยเทคโนโลยีฟรีฟอร์มช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้างและอาการภาพวูบวาบได้อย่างตรงจุด โรงงานผลิตมีการตรวจสอบคุณภาพเลนส์หลายขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยในการมองเห็นทุกระยะสายตาค่ะ

การรับรองมาตรฐานเทคโนโลยีความแม่นยำ (Optical Precision) ระดับสากล

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีการคำนวณโครงสร้างเลนส์แบบฟรีฟอร์มที่ละเอียดระดับไมครอน เทคโนโลยีนี้ช่วยควบคุมการบิดเบือนของแสงบนผิวเลนส์อย่างแม่นยำ ทำให้ออกแบบพื้นที่การมองเห็นได้กว้างและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้สายตาจริง โครงสร้างเลนส์ทุกชิ้นผ่านการทดสอบด้วยเครื่องมือวัดค่าแสงระบบคอมพิวเตอร์ก่อนส่งมอบถึงมือผู้ใช้งาน เพื่อรับประกันความถูกต้องของค่าสายตาทุกจุดบนแผ่นเลนส์

มาตรฐานสากลที่แบรนด์เยอรมันรายนี้ใช้ในการทดสอบคุณภาพ คือระบบการจำลองพฤติกรรมการมองเห็นผ่านดวงตาเสมือนจริงในระบบดิจิทัล มั่นใจได้ในมาตรฐานความแม่นยำด้วยการใช้เลเซอร์สลักสัญลักษณ์ตัวอักษร Z ขนาดเล็กบนเนื้อเลนส์เพื่อยืนยันว่าเป็นเลนส์แท้จากโรงงานผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล

รีวิวเลนส์แว่นตา ZEISS Pantip พูดถึงเรื่องอะไรบ้าง ?

จากกระทู้รีวิว เลนส์แว่นตา ZEISS pantip ส่วนใหญ่ระบุว่าผู้ใช้ประทับใจในประสิทธิภาพการใช้งานจริงของเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS เมื่อต้องปรับตัวกับการมองเห็นหลายระยะ สมาชิกหลายคนมักแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานจริงและเปรียบเทียบโครงสร้างเลนส์ที่ช่วยให้อ่านหนังสือหรือขับรถได้ง่ายขึ้น โดยประเด็นหลักที่มีการพูดคุยกันบ่อยครั้งจะแบ่งออกเป็นเรื่องของมุมมองสายตาและการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวค่ะ

  1. มุมมองสบายตาและกะระยะแม่นยำ ลดภาพวูบวาบด้านข้าง เดินขึ้นลงบันไดได้มั่นใจ และเปลี่ยนโฟกัสระหว่างจอมือถือกับระยะไกลได้อย่างราบรื่น

  2. ความคุ้มค่าระยะยาว โค้ตติ้งมีความทนทานต่อรอยขีดข่วน ใช้งานได้หลายปีโดยเลนส์ไม่เสื่อมสภาพง่าย ช่วยถนอมสายตาและลดอาการปวดศีรษะจากการเพ่งมอง

ตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่ ORRA ต่างจากที่อื่นอย่างไร ?

ตารางเปรียบเทียบร้านแว่นตาทั่วไปกับมาตรฐานการวิเคราะห์ของ ORRA เจ็ดหัวข้อ พร้อมบริการหลังการขาย

การตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่ ORRA แตกต่างด้วยกระบวนการตรวจวัดพิกัดกรอบแว่นบนใบหน้าแบบรายบุคคล เพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุดของเทคโนโลยีเยอรมนีออกมาใช้งาน เรามุ่งเน้นการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการมองเห็นเพื่อส่งไปคำนวณโครงสร้างเลนส์ฝั่งเยอรมนีโดยตรงช่วยให้ผู้สวมใส่ปรับตัวได้ในเวลาอันสั้น

หัวข้อการตรวจวัด ร้านแว่นตาปกติทั่วไป มาตรฐานการวิเคราะห์ของ ORRA
การวัดมุมเทหน้าแว่น ประเมินด้วยสายตาหรือไม่ได้วัดค่า วัดมุมเทละเอียดเป็นองศาผ่านอุปกรณ์เฉพาะ
ระยะห่างระหว่างตาดำ ใช้ค่าเฉลี่ยมาตรฐานจากเครื่องวัดลม วัดพิกัดตาดำซ้ายและขวาแยกกันเป็นมิลลิเมตร
การทดลองเลนส์ก่อนสั่งตัด ลองเลนส์ทดลองสเต็ปทั่วไป จำลองค่าสายตาจริงในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง

การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด ดูแลโดยนักทัศนมาตร

ขั้นตอนการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรที่ ORRA เน้นความแม่นยำสูงเพื่อการผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่สมบูรณ์แบบ เราตรวจวัดอย่างละเอียดเพื่อหาค่าสายตาที่แท้จริงและวิเคราะห์การทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อตาทั้งสองข้างอย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนสำคัญในการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด

  1. การซักประวัติสุขภาพสายตาและพฤติกรรมการใช้หน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน

  2. การตรวจหาค่าความผิดปกติของสายตา ทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากล

  3. การทดสอบความสามารถในการเพ่งของเลนส์ตาเพื่อหาค่ากำลังเลนส์มองใกล้ที่เหมาะสมสำหรับวัย 40 ปีขึ้นไป

  4. การวัดระยะห่างระหว่างรูม่านตาทั้งสองข้างและการหาจุดศูนย์กลางตาดำ เพื่อล็อกตำแหน่งจุดมองบนเลนส์แว่นตา

กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาตรวจอย่างละเอียด เพื่อให้เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ทุกคู่สอดคล้องกับสรีระดวงตาของผู้ใช้งานอย่างแม่นยำค่ะ เนื่องจากค่าสายตาและโครงสร้างดวงตาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน รุ่นที่เหมาะกับคุณจึงควรได้รับคำแนะนำจากนักทัศนมาตรโดยตรงหลังการตรวจวัดสายตา โดยเฉพาะผู้ที่มีค่าสายตาซับซ้อนหรือมีปัญหาสายตาเฉพาะทาง

บริการดูแลหลังการขาย กรอบแว่น โปรโมชั่น และความรู้เรื่องเลนส์

เราดูแลการใช้งานแว่นตาหลังการขายอย่างเป็นระบบด้วยการรับประกันโครงสร้างเลนส์ พร้อมมีกรอบแว่นให้เลือกมากกว่า 3,000 แบบ เพื่อรองรับการประกอบเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่นต่าง ๆ การเลือกกรอบแว่นโปรเกรสซีฟที่มีความกว้างและมุมเทพอดีกับสรีระใบหน้าช่วยลดอาการมึนศีรษะขณะใช้งานจริง

รายละเอียดการดูแลและสิทธิประโยชน์

  • การปรับดัดทรงกรอบแว่นให้กระชับเข้ากับใบหน้าตลอดอายุการใช้งาน

  • การตรวจเช็กสภาพผิวเลนส์พร้อมทำความสะอาดด้วยเครื่องล้างระบบอัลตราโซนิก

  • คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมการกรอกตาเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่บิดเบือนด้านข้าง

  • โปรโมชั่นพิเศษสำหรับการเลือกจับคู่เลนส์คุณภาพสูงร่วมกับกรอบแว่นแบรนด์แท้

เราพร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกเรื่องวิธีดูแลเลนส์โปรเกรสซีฟเพื่อป้องกันสารเคลือบผิวเสื่อมสภาพก่อนเวลา การเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด ช่วยยืดอายุการใช้งานสารเคลือบเลนส์ได้นานขึ้นค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS

เลนส์ ZEISS ดีไหม ถ้าเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นในระดับพรีเมียม ?

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS โดดเด่นด้านความคมชัดระดับพิกเซล การจัดการภาพบิดเบือนด้านข้าง และความใสของเนื้อเลนส์ที่ส่งผ่านแสงได้ดี ช่วยให้สบายตาทั้งในที่แสงจ้าและแสงน้อย ถ้าอยากดูภาพรวมว่าเลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดีเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันทุกแบรนด์ อ่านบทความเปรียบเทียบต่อได้

เปรียบเทียบสองแบรนด์ : เลนส์ Zeiss กับ Essilor เลือกแบรนด์ไหนดี

คุณสมบัติทางเทคนิค เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS แบรนด์พรีเมียมอื่น ๆ
เทคโนโลยีการคำนวณ เน้นความคมชัดระดับพิกเซลและการปรับตัวเข้ากับหน้าจอดิจิทัล เน้นความนุ่มนวลของโครงสร้างและการเคลื่อนไหวลูกตา
ความกว้างของมุมมอง ขยายพื้นที่ใช้งานระยะกลางและระยะมองใกล้ให้กว้างขึ้น เน้นความสมดุลของลานสายตาทั้ง 3 ระยะเท่า ๆ กัน
ความสบายตาขณะเคลื่อนไหว ใช้เทคโนโลยีควบคุมมุมมองแบบไดนามิกเพื่อลดอาการวิงเวียน ใช้การกระจายค่าสายตาเพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อตา

คนที่เพิ่งเริ่มใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟครั้งแรก ควรเลือกรุ่นไหน ?

ผู้ที่เริ่มต้นใช้งานแว่นตาโปรเกรสซีฟครั้งแรกควรเลือก เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS รุ่นที่เน้นการปรับตัวง่ายและมีภาพบิดเบือนด้านข้างต่ำ โครงสร้างเลนส์รุ่นเริ่มต้นอย่าง ZEISS Light 3D เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้น เพราะมีการคำนวณโครงสร้างแบบสามมิติที่ช่วยให้กะระยะได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดอาการพื้นลอยหรือเวียนศีรษะขณะเคลื่อนไหวร่างกาย

  • ZEISS Light 3D เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้นเคยกับการมองเห็นทุกระยะในงบประมาณเริ่มต้น การออกแบบเน้นให้ดวงตาทั้งสองข้างประสานงานกันได้ง่ายที่สุดในการมองระยะสมาร์ตโฟนและระยะไกล

  • ZEISS Progressive Precision Pure เหมาะกับคนเริ่มต้นที่มีค่าสายตาเอียงร่วมด้วย เทคโนโลยี Digital Inside ของรุ่นนี้ช่วยรองรับพฤติกรรมการสลับสายตามองจอภาพและสิ่งรอบตัวได้ไว

ต้องใช้เวลาในการปรับสายตาเข้ากับเลนส์นานแค่ไหน ?

ผู้สวมใส่ส่วนใหญ่ใช้เวลาปรับตัวประมาณ 3 ถึง 7 วัน การวัดตำแหน่งจุดศูนย์กลางตาดำ (Fitting) อย่างแม่นยำจะช่วยลดเวลาการปรับตัวให้สั้นลง เมื่อใช้ร่วมกับการฝึกวิธีใช้เลนส์โปรเกรสซีฟในช่วงแรกอย่างถูกวิธี

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ ?

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ที่ ORRA เริ่มต้นที่ 6,990 บาท สำหรับรุ่น Light D และสูงสุด 35,990 บาท สำหรับรุ่น Individual ราคาที่แน่นอนของแต่ละคู่ขึ้นอยู่กับค่าสายตา การย่อบางเลนส์ และออปชันเสริมที่เลือก แนะนำให้นัดตรวจวัดสายตาเพื่อรับใบเสนอราคาที่ตรงกับค่าสายตาจริงของคุณค่ะ

ดูแลรักษาเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS อย่างไรให้ใช้งานได้นาน ?

ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ หลีกเลี่ยงสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด และพาเข้ามาตรวจเช็กสภาพผิวเลนส์พร้อมทำความสะอาดด้วยเครื่องล้างระบบอัลตราโซนิกที่ ORRA เป็นระยะ เพื่อยืดอายุการใช้งานของสารเคลือบผิวเลนส์ค่ะ

สรุป

เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ช่วยแก้ไขปัญหาสายตายาวตามอายุผ่านเทคโนโลยีการผลิตระดับไมครอนจากประเทศเยอรมนีที่ช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้าง แผ่นเลนส์ช่วยให้การมองเห็นคมชัดทุกระยะผ่านการคำนวณโครงสร้างตามขนาดรูม่านตาเฉพาะบุคคล โครงสร้างเหล่านี้นำระบบคำนวณออปติกขั้นสูงมาวิเคราะห์เพื่อรองรับพฤติกรรมการมองเห็นในยุคดิจิทัลอย่างครอบคลุม

การเลือกเลนส์รุ่นที่สอดคล้องกับพฤติกรรมประจำวัน ช่วยลดอาการล้าตาจากการเพ่งมองหน้าจอได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ใช้งานควรเข้ารับการตรวจวัดสายตาและวิเคราะห์โครงสร้างอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าดัชนีหักเหแสงหรือ Index เลนส์ที่เข้ากับขนาดกรอบแว่นจริง สำหรับผู้ที่ต้องการปรับตัวง่ายสามารถนัดหมายเข้ามาจำลองทดลองเดินเพื่อความมั่นใจในการสวมใส่ใช้งานจริงที่สาขาทั้ง 4 แห่ง ของเราได้ทุกวันค่ะ

โปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟ นักทัศนมาตรตอบเองค่ะ โทรปรึกษา โปรโมชั่นเลนส์โปรเกรสซีฟ นักทัศนมาตรตอบเองค่ะ โทรปรึกษา