เผยแพร่เมื่อ 2 สิงหาคม 2023 · อัปเดตล่าสุด 11 กันยายน 2026
คลินิกแว่นตา ORRA สรุปให้
-
ตามัวเกิดจากอะไร สาเหตุหลักมีตั้งแต่ความผิดปกติของค่าสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ที่ส่งผลให้การโฟกัสภาพบนจอประสาทตาผิดเพี้ยนไปจากเดิม
-
ความเสื่อมตามอายุของโครงสร้างดวงตา เช่น ภาวะต้อกระจกที่ทำให้เลนส์ตาขุ่นมัว หรือปัญหาความดันในลูกตาที่ส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทตา ทำให้ความคมชัดในการมองเห็นลดลง
-
พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการตาล้าและตาแห้ง ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ภาพเบลอหรือพร่ามัวชั่วขณะ
-
ผลกระทบจากปัญหาสุขภาพด้านอื่นที่ส่งผลต่อระบบหลอดเลือดและจอรับภาพภายในดวงตา ทำให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นลดน้อยลงและอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามช่วงวัย
-
การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับการมองเห็นในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ระบุต้นตอของปัญหาเบื้องต้นและหาวิธีรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
อาการ ตามัวเกิดจากอะไร นั้น โดยหลัก ๆ แล้วเป็นผลมาจากความผิดปกติในการหักเหของแสง หรือความเสื่อมสภาพของส่วนประกอบภายในดวงตาที่ทำให้ภาพไม่สามารถตกลงบนจอประสาทตาได้พอดี ความพร่ามัวที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่แค่เรื่องของค่าสายตาแค่อย่างเดียว แต่ยังเป็นสัญญาณที่บอกถึงการทำงานที่หนักเกินไปของกล้ามเนื้อตา หรือผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่เข้าไปรบกวนระบบการโฟกัสภาพในชีวิตประจำวัน
บทความนี้จาก ORRA จะพูดถึงสาเหตุหลัก ๆ ของอาการตาลายมองไม่ชัด ตั้งแต่เรื่องความดันภายในดวงตาที่เปลี่ยนแปลง ความแห้งขอดของน้ำตาที่เคลือบกระจกตา จนถึงการเสื่อมสภาพตามวัยที่ส่งผลต่อความยืดหยุ่นของเลนส์ตาค่ะ การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดจะช่วยแยกได้ว่าอาการมัวมาจากค่าสายตาหรือสาเหตุอื่น
ตามัวเกิดจากอะไร และมีสาเหตุมาจากปัจจัยไหนบ้าง ?

กลไกที่ทำให้เกิดความพร่ามัวมักเกี่ยวข้องกับความใสของตัวกลางที่แสงต้องเดินทางผ่าน ตั้งแต่น้ำตาที่เคลือบผิวหน้าดวงตาไปจนถึงของเหลวที่อยู่ภายในลูกตา หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยจะส่งผลให้แสงหักเหผิดทิศทางทันที ปัจจัยแวดล้อมอย่างการทำงานในห้องที่มีความชื้นต่ำหรือการสัมผัสสารเคมีบางชนิดในอากาศก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวตาอักเสบจนเกิดอาการฝ้าฟางชั่วคราวค่ะ
ถ้าถามว่า “ตาพร่าเกิดจากอะไร” สาเหตุหนึ่งยังมีความเชื่อมโยงกับระบบไหลเวียนโลหิตที่ไปเลี้ยงเส้นประสาทตา รวมถึงภาวะสุขภาพทางกายที่ส่งผลต่อความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อตาในภาพรวม ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้คุณภาพการมองเห็นลดลงอย่างเห็นได้ชัดในสภาวะที่มีแสงน้อยหรือในช่วงที่ดวงตาต้องเผชิญกับแสงสะท้อนจากพื้นผิวโลหะและกระจกอาคารกลางแดดจ้า
อาการตามัวเกิดจากอะไร และมีความรู้สึกอย่างไร ?

หลายคนสงสัยว่า ตาพร่าคืออะไร ความรู้สึกตอนตาพร่านั้นแตกต่างกันไปตามสาเหตุ บางคนอาจรู้สึกเหมือนมองผ่านกระจกที่ขุ่นมัว หรือเห็นภาพซ้อนจาง ๆ รอบตัวอักษรขณะอ่านหนังสือ ซึ่งคำถามที่ว่าตามัวเกิดจากอะไรนั้นมักมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกติของกระจกตา เลนส์ตา หรือแม้แต่ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อตาจากการจ้องหน้าจอนานเกินไป การสังเกตว่าอาการเป็นเพียงชั่วคราวหรือเป็นต่อเนื่องจะช่วยให้แยกแยะได้ว่ามีปัจจัยมาจากพฤติกรรมหรือความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
ในสถานการณ์จริงอาการตาพร่ามักมาพร้อมความรู้สึกระคายเคืองหรือตาแห้งร่วมด้วย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานในห้องแอร์ที่มีความชื้นต่ำจนส่งผลให้ฟิล์มน้ำตาฉาบผิวตาได้ไม่ดีพอ การพักสายตาทุก 20 นาทีด้วยการมองไปที่ระยะไกล 20 ฟุตเป็นเวลา 20 วินาทีเป็นเทคนิคที่ช่วยลดความล้าและอาการพร่ามัวจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์ได้เห็นผลชัดเจนค่ะ
ทำความเข้าใจเมื่อเกิดอาการตาพร่ามองไม่ชัด
ถ้าจะอธิบายว่า ตาพร่าเป็นยังไง อาการนี้เปรียบเหมือนการมองผ่านกระจกที่มีฝ้าหรือเลนส์กล้องที่โฟกัสหลุด ที่เกิดขึ้นเมื่อแสงที่ผ่านเข้าสู่ลูกตาไม่ได้ไปตกที่จุดรับภาพอย่างแม่นยำ จะรู้สึกว่าภาพที่เห็นสูญเสียความละเอียดและความคมชัดไปจนต้องหรี่ตาเพื่อให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ชัดขึ้นแค่ระยะสั้น
หากสงสัยว่าตามัวเกิดจากอะไร กลไกนี้เกี่ยวข้องกับการหักเหแสงที่ผิดเพี้ยนไปจากการทำงานของกระจกตาและเลนส์ตา สถานการณ์จริงที่พบบ่อยคือการมองเห็นตัวหนังสือในจอเริ่มซ้อนกันหรือเห็นแสงไฟฟุ้งกระจายมากกว่าปกติในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ใช้สายตาจ้องสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์นานต่อเนื่องเกิน 5 ชั่วโมง
การสังเกตว่าความมัวเกิดขึ้นชั่วคราวหรือคงที่ทำหน้าที่จำแนกความรุนแรงเบื้องต้น อาการที่หายไปหลังจากหลับตาพักมีสาเหตุหลักจากภาวะตาแห้งหรือกล้ามเนื้อตาอ่อนล้า แต่ถ้าภาพยังมัวสม่ำเสมอแม้จะกะพริบตาซ้ำ ๆ มักสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของลูกตาหรือค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากระดับเดิมค่ะ
ปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงที่ทำให้ตามัว

ความผิดปกติของกระจกตาที่มีความโค้งไม่สม่ำเสมอกันจะส่งผลให้เกิดอาการสายตาเอียง แสงที่ผ่านเข้ามาจะถูกหักเหไปหลายทิศทางและตกลงบนจอประสาทตามากกว่าหนึ่งจุดพร้อมกัน ทำให้ภาพที่เห็นมีลักษณะพร่ามัว มีเงาซ้อน หรือเห็นเส้นตรงเป็นเส้นเบี้ยวได้ทุกระยะไม่ว่าจะเป็นใกล้หรือไกล
สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้จากการที่ต้องหรี่ตาเพื่อโฟกัสภาพบ่อยครั้ง หรือเริ่มมีอาการล้าและปวดบริเวณหน้าผากเมื่อต้องเพ่งตัวหนังสือบนจอคอมพิวเตอร์ หากพบว่าความคมชัดลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้สายตาในที่แสงน้อยหรือตอนขับรถช่วงค่ำ ควรตรวจวัดระดับสายตาด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อให้ได้ค่าที่ตรงกับสภาพดวงตาจริงค่ะ
ความเสื่อมตามวัยที่ทำให้เกิดอาการสายตาฝ้าฟาง
ตามัวเกิดจากอะไรในวัยที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากเลนส์แก้วตาที่เริ่มแข็งตัว และขาดความยืดหยุ่นจนทำให้การโฟกัสภาพในระยะใกล้ทำได้ยากขึ้น กระบวนการนี้มักเริ่มแสดงอาการชัดเจนในช่วงอายุ 40 ปี ขึ้นไป โดยเป็นความเสื่อมตามธรรมชาติที่เลี่ยงได้ยาก
นอกจากเรื่องค่าสายตาแล้ว อาการสายตาฝ้าฟางเกิดจากความขุ่นมัวของเลนส์ตาที่ทำให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง ส่งผลให้การมองเห็นดูเหมือนมีหมอกฝ้ามาบังอยู่ตลอดเวลา หรืออาจเกิดความเสื่อมของเซลล์บริเวณจุดรับภาพชัดที่ทำให้เห็นภาพบิดเบี้ยวหรือมัวเฉพาะตรงกลางในขณะที่ภาพรอบข้างยังปกติ
ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ โดยเริ่มจากการต้องการแสงสว่างในการอ่านหนังสือมากขึ้น หรือมองเห็นไม่ชัดในที่มืดสนิท การตรวจเช็กประสิทธิภาพการมองเห็นเป็นประจำทุก 1-2 ปี จะช่วยให้ติดตามความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างดวงตาได้อย่างสม่ำเสมอค่ะ
พฤติกรรมการใช้สายตาที่ส่งผลให้เกิดอาการตาลายมองไม่ชัด
การจ้องหน้าจอดิจิทัลติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักจนเกิดอาการล้าและพร่ามัว ปกติคนเราจะกะพริบตาประมาณ 15 ถึง 20 ครั้ง ต่อนาทีเพื่อให้ดวงตามีความชุ่มชื้น แต่เมื่อเพ่งสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ อัตราการกะพริบตาจะลดลงเหลือเพียง 5 ถึง 7 ครั้ง เท่านั้น ทำให้น้ำตาที่เคลือบผิวตาระเหยออกไปอย่างรวดเร็วและส่งผลให้การโฟกัสภาพเริ่มผิดเพี้ยนไปชั่วขณะ
พฤติกรรมเสี่ยงที่หลายคนทำบ่อย ๆ จนกลายเป็นคำตอบว่าตามัวเกิดจากอะไรมักแฝงอยู่ในการใช้ชีวิตผ่านกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพดวงตาโดยตรง
-
การใช้สายตาในที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอหรือมีแสงสะท้อนตกกระทบหน้าจอมากเกินไป
-
การวางตำแหน่งหน้าจอคอมพิวเตอร์สูงกว่าระดับสายตาซึ่งทำให้ต้องเปิดเปลือกตากว้างกว่าปกติจนตาแห้งง่าย
-
การเพิกเฉยต่อการหยุดพักสายตาทุก 20 นาที เพื่อมองออกไปที่ระยะไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที ด้วยเทคนิค 20-20-20 เพื่อคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อซิลเลียรี (Ciliary Muscle) ในลูกตา
ทำความเข้าใจอาการตาล้า : Computer Vision Syndrome คืออะไร
อาการตามัวข้างเดียวเกิดจากอะไร ?

ลักษณะการมองเห็นที่เปลี่ยนไปมักทำให้ผู้ที่มีอาการรู้สึกเหมือนมีฝ้ามาบัง หรือเกิดอาการ ตาลายข้างเดียว พร้อมกับเห็นภาพซ้อนในตาเพียงข้างเดียว การทำงานที่ผิดเพี้ยนนี้อาจค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาหรืออายุที่เพิ่มขึ้น ความขุ่นมัวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การขับรถตอนกลางคืน หรือการอ่านหนังสือที่ต้องใช้สมาธิสูงกว่าปกติ
การทดสอบเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการปิดตาข้างที่ชัดแล้วมองไปยังวัตถุในระยะ 6 เมตร เพื่อวัดระดับความพร่ามัวที่เกิดขึ้นจริง ภาวะที่พบบ่อยที่ส่งผลกระทบนี้ ได้แก่ ต้อกระจกที่เริ่มก่อตัวในตาข้างเดียว หรือภาวะสายตายาวตามอายุที่เริ่มส่งผลกระทบต่อตาข้างที่ไม่ถนัดจนทำให้เสียสมดุลในการมองภาพสามมิติค่ะ
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาพร่าข้างเดียวแบบกะทันหัน
อาการตาพร่าข้างเดียวแบบกะทันหันมักเกิดจากความผิดปกติของระบบหลอดเลือดหรือโครงสร้างภายในดวงตาที่ส่งผลกระทบต่อการรับภาพอย่างรวดเร็ว ปัญหานี้มีสาเหตุที่พบบ่อยมาจากภาวะจอประสาทตาหลุดลอกซึ่งมักจะมีอาการเหมือนมีม่านสีดำมาบังตาบางส่วน หรือเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา
ควรรีบสังเกตอาการร่วมอื่น ๆ เช่น อาการปวดตาอย่างรุนแรงหรือการเห็นแสงวูบวาบคล้ายฟ้าแลบ ความผิดปกติเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากปัจจัยทางกายภาพที่ทำให้กลไกการมองเห็นหยุดทำงานแบบเฉียบพลันค่ะ
-
ภาวะต้อหินเฉียบพลันที่เกิดจากการอุดตันของทางระบายน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาทำให้ความดันตาพุ่งสูงเกิน 21 มิลลิเมตรปรอท
-
เลือดออกในวุ้นตาที่เกิดจากภาวะเบาหวานขึ้นตาหรืออุบัติเหตุรุนแรงจนทำให้เส้นเลือดฝอยในตาฉีกขาด
-
อาการไมเกรนชนิดที่ส่งผลต่อลานสายตาซึ่งอาจทำให้เห็นภาพซิกแซกหรือมืดไปบางส่วนนานประมาณ 20 ถึง 60 นาที
-
สัญญาณเตือนของภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงสมองชั่วคราวซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของเส้นประสาทตาโดยตรง
ตื่นนอนแล้วตาพร่ามองไม่ชัดเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ?
อาการตื่นนอนแล้วตาพร่ามองไม่ชัดเกิดจากการที่ฟิล์มน้ำตาซึ่งเคลือบผิวลูกตาแห้งเหือดไประหว่างหลับหรือมีคราบโปรตีนและเมือกสะสมบดบังทัศนวิสัยชั่วคราว ในขณะที่เรานอนหลับร่างกายจะผลิตน้ำตาออกมาน้อยลงกว่าปกติ ถ้าสภาพแวดล้อมในห้องนอนมีความชื้นต่ำหรือเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจัด น้ำตาที่เหลืออยู่จะระเหยไปจนหมดทิ้งไว้เพียงความฝืดเคืองที่ทำให้ภาพดูเบลอในช่วงนาทีแรกหลังลืมตา
พฤติกรรมการนอนที่กดทับดวงตาอย่างการนอนคว่ำหรือนอนซุกหน้ากับหมอนเป็นเวลานาน มีส่วนทำให้กระจกตาถูกบีบอัดจนเสียรูปทรงชั่วขณะ ส่งผลให้การโฟกัสภาพผิดเพี้ยนไปจนกว่าความดันในลูกตาจะปรับสมดุลและกระจกตาคืนตัวสู่สภาพเดิม ซึ่งมักจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 5 ถึง 15 นาที หลังจากลุกขึ้นมาจากที่นอนและมีการกะพริบตาเพื่อเติมความชุ่มชื้น
อีกส่วนหนึ่งที่ตามัวเกิดจากอะไรคือภาวะเปลือกตาปิดไม่สนิทขณะหลับ ซึ่งทำให้ลมพัดผ่านผิวตาตลอดคืนจนเกิดความระคายเคืองและตาแห้งอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์นอนจะมีความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากตัวเลนส์จะกั้นออกซิเจนไม่ให้เข้าสู่กระจกตา ทำให้เกิดอาการกระจกตาบวมน้ำและเห็นภาพมัวเหมือนมีหมอกหนาบังตาในช่วงเช้าค่ะ
อาการตาลายเป็นคลื่นหรือตาลายมองไม่ชัดมีลักษณะอย่างไร ?

เมื่อพิจารณาว่าอาการตามัวเกิดจากอะไรในกลุ่มที่มีการมองเห็นบิดเบี้ยว มักมีความเชื่อมโยงกับความเสื่อมของจุดรับภาพชัด หรือมีการสะสมของของเหลวใต้จอตาจนทำให้ผิวรับภาพไม่เรียบเสมอกัน สภาพการณ์ดังกล่าวส่งผลให้แสงที่ตกกระทบไม่โฟกัสเป็นจุดเดียวแต่เกิดการหักเหจนเห็นภาพโย้เย้หรือมีเงาซ้อนทับบริเวณใจกลางภาพซึ่งรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ปัญหาสายตาลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นกะทันหันหรือค่อยเป็นค่อยไปขึ้นอยู่กับสาเหตุหลัก เช่น การมีพังผืดที่จอประสาทตาหรือภาวะจอประสาทตาบวมน้ำ ถ้าลองทดสอบด้วยการมองแผ่นตาราง Amsler Grid แล้วเห็นเส้นตารางบิดเบี้ยวหรือขาดหายไปบางส่วนควรเข้าประเมินสุขภาพดวงตาทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายต่อการมองเห็นที่อาจเกิดขึ้นอย่างถาวรค่ะ
ความแตกต่างระหว่าง อาการตาลาย และ อาการตาพร่า
อาการตาลายคือความรู้สึกวิงเวียน เห็นภาพซ้อนหรือภาพเต้นระยิบระยับคล้ายเห็นดวงดาวซึ่งมักเกิดจากร่างกายอ่อนเพลียหรือความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ต่างจากอาการ ตาพร่า ที่ส่งผลต่อความคมชัดโดยตรง ทำให้มองเห็นวัตถุไม่ชัดเจนคล้ายมีม่านขาวขุ่นมาบังตา การแยกแยะสองอาการนี้ช่วยให้ระบุปัญหาเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้น
| ลักษณะอาการ | ตาลาย (Dizziness) | ตาพร่ามัว (Blurred Vision) |
|---|---|---|
| ความรู้สึก | เห็นภาพหมุน ภาพซ้อน หรือระยิบระยับ | ภาพไม่ชัดเจน โฟกัสไม่ได้เหมือนมีหมอกบัง |
| สาเหตุหลัก | พักผ่อนน้อย หรือน้ำตาลในเลือดต่ำ | ปัญหาสายตา กระจกตา หรือจอประสาทตา |
| ระยะเวลา | มักเกิดขึ้นชั่วคราวและหายไปเมื่อนั่งพัก | เป็นต่อเนื่องหรือแย่ลงหากไม่แก้ไข |
ถ้าสงสัยว่าตามัวเกิดจากอะไร คำตอบมักอยู่ที่ปัจจัยเกี่ยวข้องกับโครงสร้างดวงตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือภาวะตาแห้งจากการจ้องหน้าจอนานเกินไปจนกล้ามเนื้อตาล้าสะสม ความเสื่อมตามอายุอย่างต้อกระจกทำให้แสงไม่สามารถโฟกัสลงบนจุดรับภาพได้พอดี การสวมแว่นสายตาที่ตรงกับค่าสายตาจริงหรือการปรับความสว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้พอเหมาะช่วยลดภาระการทำงานของดวงตาได้ดีขึ้นค่ะ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าอาการตามัวเริ่มส่งผลเสีย
อาการตามัวเริ่มส่งผลเสียทันทีที่ความชัดเจนลดลงจนรบกวนกิจวัตรประจำวัน เช่น การมองป้ายบอกทางขณะขับรถไม่ชัด หรือการอ่านตัวหนังสือบนจอคอมพิวเตอร์ที่เคยทำได้ปกติกลายเป็นภาพเบลอจนต้องเพ่งมากกว่าเดิม ความผิดปกตินี้มักบีบให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักเกินพิกัดเพื่อชดเชยการมองเห็นที่หายไป ส่งผลให้เกิดความล้าสะสมและอาการตึงเครียดบริเวณกระบอกตาอย่างต่อเนื่อง
การทำความเข้าใจว่า ตามัวเกิดจากอะไร เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการประเมินความรุนแรง เพราะสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากปัญหาสายตาเบื้องต้นอย่างสายตาสั้น ยาว หรือเอียง ไปจนถึงความเสื่อมสภาพของเลนส์ตาตามอายุที่เพิ่มขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไขจะทำให้ความสามารถในการกะระยะวัตถุผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการเดินสะดุดหรือก้าวพลาดในพื้นที่ต่างระดับ
สัญญาณเตือนที่ชัดเจนคือการต้องหรี่ตาเกือบตลอดเวลาเพื่อให้ภาพโฟกัสได้ชัดขึ้น หรือเริ่มมีอาการปวดศีรษะร้าวไปถึงขมับทุกครั้งที่ใช้สายตาต่อเนื่องเกิน 30 นาที การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระยะการมองเห็นที่เริ่มหดสั้นลงเรื่อย ๆ จะช่วยให้ประเมินระดับความรุนแรงของปัญหาได้ก่อนที่จะส่งผลกระทบเรื้อรังต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวค่ะ
อาการตาพร่าที่มาพร้อมกับความผิดปกติอื่น ๆ ในดวงตา
สำหรับตาพร่าอาการมักไม่ได้เกิดขึ้นแค่อาการเดียว แต่มักมาพร้อมสัญญาณบ่งชี้ที่ช่วยให้ทราบว่าตามัวเกิดจากอะไรได้ชัดเจนขึ้น เช่น การเห็นแสงวูบวาบคล้ายฟ้าแลบหรือมีจุดดำลอยไปมา สื่อถึงภาวะวุ้นตาเสื่อมหรือจอประสาทตาฉีกขาด การสังเกตเห็น วงรุ้งรอบดวงไฟ ควบคู่กับอาการปวดตาอย่างรุนแรงมักเป็นสัญญาณของความดันลูกตาที่สูงขึ้นเฉียบพลัน
ในบางกรณีหากมีอาการตาแดง เคืองตา หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในตาตลอดเวลา อาจเกิดจากการอักเสบของกระจกตาหรือกระจกตาเป็นแผลจากการติดเชื้อ สภาวะเหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้ความคมชัดในการมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็วภายใน 24-48 ชั่วโมง และเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นถาวรที่บดบังทัศนวิสัย
ความผิดปกติของระบบประสาทตาเป็นอีกสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยอาจมีอาการตามัวร่วมกับการเห็นภาพซ้อนหรือสูญเสียลานสายตาบางส่วนไป การตรวจเช็กด้วยเครื่องมือที่วัดความหนาของชั้นประสาทตาจะช่วยให้เห็นความเสื่อมที่เกิดขึ้นได้ละเอียดกว่าการทดสอบสายตาพื้นฐานที่ใช้เพียงแผ่นป้ายตัวเลขเทียบเคียงระยะปกติค่ะ
วิธีดูแลและจัดการเมื่อมีอาการตามัวอย่างถูกวิธี

ถ้ามีอาการมัวแบบเฉียบพลันหรือมัวเฉพาะบางช่วงเวลาควรสังเกตสัญญาณร่วมอื่น เช่น อาการตาแห้งหรือรู้สึกระคายเคืองคล้ายมีเศษผงอยู่ในตา เพราะค่าความชุ่มชื้นบนผิวตานั้นมีผลโดยตรงต่อความคมชัดในการมองเห็น การปรับสภาพแวดล้อมให้มีความสว่างเพียงพอและการใช้ น้ำตาเทียม เพื่อเพิ่มความลื่นไหลให้ผิวตาถือเป็นวิธีรับมือที่ทำได้ทันที การสังเกตว่าอาการมัวเกิดขึ้นเมื่อมองในระยะใกล้หรือไกลเป็นพิเศษจะช่วยให้ระบุต้นตอของปัญหาได้ชัดเจนขึ้น
การจดบันทึกระยะเวลาที่เริ่มมีอาการรวมถึงความถี่ที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เห็นความผิดปกติที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มักเริ่มมีปัญหาการมองเห็นไม่ชัดในระยะใกล้จากความเสื่อมของเลนส์ตาตามธรรมชาติ การหลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ และการสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวีขณะอยู่กลางแจ้งเป็นวิธีป้องกันที่ช่วยลดการระคายเคืองและป้องกันการทำลายเนื้อเยื่อดวงตาจากปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดดและลมแรง ๆ
การเลือกใช้เลนส์โปรเกรสซีฟเพื่อแก้ปัญหาการมองเห็นไม่ชัดเจน
เลนส์โปรเกรสซีฟช่วยแก้ปัญหาการมองเห็นไม่ชัดเจนโดยการรวมค่าสายตาทุกระยะไว้ในเลนส์ชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ ผู้ใช้งานมักสงสัยว่าตามัวเกิดจากอะไรในช่วงวัยกลางคน คำตอบส่วนใหญ่คือสภาวะเลนส์ตาเริ่มแข็งตัวตามธรรมชาติจนปรับโฟกัสในระยะใกล้ไม่ได้เหมือนเดิม
การคัดเลือกโครงสร้างเลนส์ควรพิจารณาจากค่าความบิดเบือนด้านข้างเป็นสำคัญ เพราะเลนส์รุ่นพื้นฐานจะมีพื้นที่การมองเห็นแคบกว่าเลนส์ที่มีเทคโนโลยีขัดเลนส์แบบฟรีฟอร์ม การขยับระดับสายตาจากระยะไกลลงมาที่ระยะใกล้จึงต้องอาศัยการปรับตัวเพื่อให้สมองเรียนรู้ตำแหน่งการโฟกัสใหม่
ความสูงของกรอบแว่นที่เหมาะสมสำหรับการประกอบเลนส์ประเภทนี้ควรมีระยะอย่างน้อย 28 มิลลิเมตร ขึ้นไป เพื่อให้เลนส์มีพื้นที่ในการไล่ระดับค่าสายตาได้อย่างนุ่มนวล การเลือกกรอบแว่นที่มีความโค้งหน้าแว่นไม่เกิน 5 องศา จะช่วยลดภาพบิดเบี้ยวบริเวณขอบเลนส์และเพิ่มความเป็นธรรมชาติขณะสวมใส่เดินได้มากขึ้นค่ะ
ทำความเข้าใจเลนส์โปรเกรสซีฟ : เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร
การถนอมสายตาเพื่อลดโอกาสเกิดอาการตาลายในชีวิตประจำวัน
การปรับพฤติกรรมการใช้สายตาผ่านกฎ 20-20-20 คือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยลดความล้าของกล้ามเนื้อตาได้ทันที ควรพักสายตาจากการจ้องหน้าจอนาน ๆ โดยมองไปที่ระยะ 20 ฟุตเป็นเวลา 20 วินาทีในทุก 20 นาที วิธีนี้ช่วยลดการเกร็งตัวของเลนส์ตาที่มักเป็นสาเหตุเบื้องต้นว่าตามัวเกิดจากอะไรในกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง
การจัดแสงสว่างในห้องให้เพียงพอและปรับระยะหน้าจอให้อยู่ห่างจากตัวประมาณ 50 ถึง 70 เซนติเมตร ช่วยลดภาระการเพ่งของดวงตาได้มาก แสงสว่างที่ไม่สะท้อนเข้าดวงตาโดยตรงจะช่วยลดโอกาสเกิดอาการพร่ามัวชั่วคราวระหว่างวัน การเปิดโหมดถนอมสายตาบนสมาร์ทโฟนเพื่อลดความเข้มของแสงสีฟ้าในช่วงความยาวคลื่น 415-455 นาโนเมตร ช่วยให้กล้ามเนื้อตาผ่อนคลายขึ้น
ควรหมั่นกะพริบตาบ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำตามาหล่อเลี้ยงให้ผิวตาชุ่มชื้นอยู่เสมอ การเลือกสวมแว่นกันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV400 เมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งจะช่วยปกป้องจอประสาทตาจากการถูกแสงแดดทำลาย การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอวันละ 1.5 ถึง 2 ลิตร ยังเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยรักษาระดับความชุ่มชื้นของน้ำในลูกตาจากภายในได้ดีค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการตามัว
ถ้าปล่อยให้อาการตาพร่าสะสมไว้นานจะเป็นอย่างไร ?
การปล่อยให้ดวงตามัวสะสมไว้นานเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวร เนื่องจากพยาธิสภาพของโรคบางอย่างอาจลุกลามจนเกินเยียวยา โดยต้องเข้าใจก่อนว่าตามัวเกิดจากอะไรได้บ้าง สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากค่าสายตาผิดปกติ ต้อกระจก หรือความดันในลูกตาสูงที่ค่อย ๆ ทำลายเส้นประสาทตา ถ้าไม่จัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ ระบบประสาทส่วนรับภาพอาจเสื่อมสภาพจนยากจะกู้คืนให้กลับมามองเห็นได้ชัดเจนดังเดิม
อาการตาพร่าที่เกิดจากเบาหวานขึ้นตานับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะน้ำตาลในเลือดสูงจะเข้าไปทำลายหลอดเลือดเล็ก ๆ ในเรตินา ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นพังผืดดึงรั้งจอประสาทตาให้หลุดลอกและส่งผลให้มองไม่เห็นในที่สุด นอกจากนี้ ความพร่ามัวที่สะสมยังบั่นทอนความแม่นยำในการกะระยะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มได้มากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า
การดูแลดวงตาเบื้องต้นเมื่อรู้สึกว่าตามัวมองไม่ชัดเจน
การพักสายตาด้วยกฎ 20-20-20 มองระยะ 20 ฟุต นาน 20 วินาที ในทุก 20 นาที และการหยอดน้ำตาเทียม เป็นวิธีจัดการเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายเมื่อรู้ว่าตามัวเกิดจากอะไร โดยเฉพาะจากกล้ามเนื้อตาล้าหรือตาแห้ง ควรปรับแสงสว่างในที่ทำงานให้พอดีด้วยโคมไฟเฉพาะจุดเพื่อลดการเพ่ง และหมั่นประเมินสายตาตัวเองด้วยการลองปิดตาทีละข้างเพื่อดูว่าภาพที่เห็นในระยะ 6 เมตรบิดเบี้ยวหรือไม่
ถ้ามีอาการผิดปกติที่รุนแรง เช่น เห็นแสงวาบคล้ายสายฟ้าแลบ หรือมีจุดดำลอยไปมาจำนวนมาก ควรรีบขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้านทันที การจดบันทึกช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการเป็นรายชั่วโมง จะช่วยให้สามารถระบุพฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุของปัญหาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นค่ะ
ตามัวข้างเดียวอันตรายไหม ?
ตามัวข้างเดียวที่เกิดขึ้นเฉียบพลันควรรีบพบจักษุแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่จอประสาทตาหรือเส้นเลือดในตา ไม่ควรรอดูอาการเอง
ตามัวกับตาพร่าต่างกันยังไง ?
ตามัวคือการมองเห็นภาพไม่คมชัดโดยรวม ส่วนตาพร่ามักเป็นชั่วขณะหรือมีภาพซ้อนเป็นช่วง ๆ ทั้งสองอาการควรตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงกับผู้เชี่ยวชาญ
ตื่นนอนแล้วตาพร่าเกิดจากอะไร ?
ส่วนใหญ่มาจากภาวะตาแห้งหรือฟิล์มน้ำตาไม่สม่ำเสมอหลังตื่นนอน ถ้าเป็นบ่อยหรือพร่านานควรเข้ารับการตรวจ
ตามัวแก้ด้วยการใส่แว่นได้ไหม ?
ถ้าสาเหตุมาจากค่าสายตา การตัดแว่นที่วัดค่าอย่างละเอียดช่วยให้มองชัดขึ้นได้ แต่ถ้ามาจากโรคตาต้องรักษาที่ต้นเหตุ การตรวจกับนักทัศนมาตรช่วยแยกแยะได้ว่าเป็นเรื่องค่าสายตาหรือสุขภาพตา
ควรพบนักทัศนมาตรหรือแพทย์เมื่อไหร่ ?
เมื่อตามัวเป็นต่อเนื่อง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีอาการปวดตา เห็นแสงวาบ หรือมีจุดดำลอยร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจทันที
สรุป
ตามัวเกิดจากอะไร คำตอบนั้นครอบคลุมตั้งแต่ความผิดปกติของค่าสายตาทั่วไป พฤติกรรมการจ้องหน้าจอนานจนเกิดภาวะตาแห้ง จนถึงความเสื่อมตามวัยอย่างเลนส์ตาขุ่นมัวและการเปลี่ยนแปลงของความดันในลูกตา นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นเลือดหล่อเลี้ยงจอประสาทตาจนทำให้ความคมชัดในการมองเห็นลดลงได้เช่นกัน
การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของดวงตาจะช่วยให้คุณรับมือได้อย่างทันท่วงที เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมพักสายตาทุก 20 นาทีหรือใช้แว่นกรองแสงขณะทำงาน แต่ถ้าพบว่าอาการพร่ามัวเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ควรรีบเข้ารับการตรวจเช็กสุขภาพดวงตากับสถานพยาบาลอย่างละเอียด เพื่อคัดกรองความเสี่ยงของโรคต้อหินหรือต้อกระจก และนำไปสู่วิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้องและตรงจุดที่สุดค่ะ
ทำความเข้าใจอาการมองใกล้ไม่ชัด : มองใกล้ไม่ชัดเกิดจากอะไร
หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น อาการตามัวมาจากได้หลายสาเหตุ ถ้ามีอาการต่อเนื่อง มัวเฉียบพลัน หรือปวดตาร่วมด้วย ควรพบนักทัศนมาตรหรือจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเฉพาะบุคคล
อยากรู้ว่าตามัวของคุณมาจากสาเหตุไหน นัดตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรที่ ORRA ทุกสาขา หรือทักสอบถามผ่าน Line OA @orraoptometrist
